Police ทัวร์!!! ใช้รถตู้ตำรวจขนญาติเที่ยวชะอำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สั่งสอบหาความจริง

หลังมีเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิรน์ พาท1 ลงคลิปที่ชาวบ้านถ่ายไว้ บริเวณริมชายหาดชะอำ โดยพบว่ารถตู้ สภ.พลกรัง  มาจอดรถริมหาด และ มีชายหญิงจำนวนหนึ่งลงเที่ยวทะเลโดยมาในลักษณะคล้ายกับนักท่องเที่ยว  โดยคนที่ถ่ายคลิปยังพูดอีกว่า ตำรวจสามารถใช้รถของหลวงมาเที่ยวทะเลได้หรือไม่ น้ำมันก็เงินภาษีประชาชน และดูจากลักษณะแล้ว ก็คิดว่าไม่น่าจะมาราชการ ข่าวที่เกี่ยวข้อง สุดสงสาร ไหม้วอด เงินสด 1.5 ล้าน ไฟเผาไม่เหลือ 2 ตายายจนปัญญาเก็บ ได้แต่หนีตายเอาชีวิตรอด   ล่าสุด ทีมข่าวได้สอบถามไปยัง “พล.ต.ท ภานุรัตน์ หลักบุญ” ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า พึ่งได้รับรายงานเรื่องนี้ โดยได้สอบถามไปยัง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สั่งการให้ ผู้กำกับสภ.พลกรังและผู้เกี่ยวข้อง ทำเอกสาร ชี้แจงรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นภายใน 7 วัน ซึ่งหลังจากรับทราบรายละเอียดทั้งหมด ก็จะมีการพิจารณาลงโทษ โดยยืนยันว่า จาการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ไม่พบว่า มีงานราชการ ในพื้นที่ สภ.ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี หรือพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้น หากตรวจสอบแล้วพบว้าเป็นการนำไปใช้ส่วนตัวก็จะต้องถูกดำเนินการลงโทษ ทางวินัย ซี่งถือว่าเป็นการนำรถไปใช้ส่วนตัว ขอเวลาในการตรวจสอบก่อน   ทั้งนี้การนำรถของทางราชการไปใช้นั้น เป็นคำสั่งเด็ดขาด ตั้งแต่สมัย “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุดถึง ผบช.และผบก.ทุกหน่วยกำกับดูแลการใช้รถราชการในสังกัด ให้เป็นไปตามระเบียบและคำสั่งโดยเคร่งครัด เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ได้ตรวจพบมีข้าราชการตำรวจนำรถราชการไปใช้ไม่เป็นไปตามระเบียบฯและคำสั่ง โดยเฉพาะการนำไปใช้เป็นการส่วนตัว การนำไปจอดในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม หรือนำไปเก็บรักษา จอดที่บ้านพักโดยไม่ได้รับอนุญาต

ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ร้อง ผบ.ตร. ย้าย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี

งานนี้รับรองว่าเข้มข้นขึ้นเื่อยๆแน่นอนเมื่อ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี ผู้มารับหนังสือแทน สำหรับเนื้อหาเอกสารดังกล่าว เพื่อขอให้ ผบ.ตร. มีคำสั่งย้าย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี มาช่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากการคลี่คลายคดีลอตเตอรี่รางวัลที่1 มูลค่า 30 ล้านบาทไม่โปร่งใส มีการอายัดเงินในบัญชี ของ ร.ต.ท จรูญ วิมูล อดีตตำรวจที่นำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน โดยไม่ถูกต้อง ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังมีการเรียกให้ ร.ต.ท.จรูญ ไปพูดคุยที่บ้าน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม หากยังอยู่ในพื้นที่อาจจะทำให้เกิดข้อครหาตามมา และเจ้าหน้าที่ทำคดีจะอึดอัดใจ ทั้งนี้ ขอให้มาช่วยราชการจนกว่าจะคลี่คลายคดีเสร็จสิ้น นายอัจฉริยะ ยังกล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ ตนเองจะเดินทางไปยื่นเอกสารที่ยืนยันว่า ลอตเตอรี่ไม่ได้เป็นของครูปรีชา ใคร่ครวญ ข้าราชการครู ตั้งแต่แรก โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ ภาพ เสียง และลำดับเหตุการณ์ เพื่อเติมเต็มการทำสำนวนคดี มอบให้กับให้กับผู้บัญชาการตำรวจ ภูธรภาค 7 โดยยืนยันว่า ทำเป็นขบวนการ มีตัวหลัก 6 คน แบ่งหน้าที่กัน ซึ่งครูปรีชา รู้เห็น และมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องอีก 2 คน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม นายอัจจริยะ กล่าวว่า วันนี้ตำรวจสอบสวนกลางจะเดินทางไปสอบปากคำพยานเพิ่มเติม ที่ตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งหาก 1 ในพยานยอมสารภาพความจริง เชื่อว่าคดีจะสามารถปิดคดีได้ทันที ที่มา – เอ็มไทยนิวส์