รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทหารเมียนมาเปิดฉากยิงใส่ผู้ชุมนุม ก่อนจะจับคนที่ถูกยิง โยนลงบนกองไฟยางรถยนต์แล้วเผาทั้งเป็น

วันที่ 28 มีนาคม สำนักข่าว Myanmar Now ได้รายงานสถานการณ์การประท้วงที่ประเทศเมียนมา ซึ่งยังมีความรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นมีอยู่ว่า “แม่ ช่วยลูกด้วย” เสียงของ Aye Ko ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากเปลวไฟกองยางรถยนต์ ที่ชาวบ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรม เล่าให้ Myanmar Now ฟัง Myanmar Now รายงานว่า กำลังทหารเปิดฉากยิง/ประชาชนที่เมืองเอามเยตาซัน ในมณฑลมัณฑะเลย์ เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. คืนวันเสาร์ Aye Ko พ่อลูกสี่ ถูกกระสุนปืนเข้าที่หน้าอก ขณะออกจากบ้านจะไปจุดไฟที่แนวป้องกัน หลังจากนั้นทหารก็ลากตัว Aye Ko โยนลงบนกองยางรถยนต์ที่กำลังลุกไหม้ “แม่ ช่วยลูกด้วย…แม่ ช่วยลูกด้วย…..” ชาวบ้านในจุดใกล้ที่เกิดเหตุบอก Myanmar Now ว่า ชาวบ้านแถวนั้นได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน เพราะตอนนั้นเสียงปืนดังตลอดเวลา การ์ดอาสาสมัครดูแลชุมชน เล่าให้ Myanmar Now ฟังว่า ก่อนทหารจะจู่โจม มีกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ทราบสังกัด ล่วงหน้าเข้าไปจุดไฟที่กองยางรถยนต์ก่อน หลังจากนั้นสักครู่ ทหารจึงจู่โจมและเปิดฉากยิง Aye Ko พ่อวัย 40 ปีที่หาเลี้ยงครอบครัวด้วยอาชีพขายเครื่องดื่มน้ำนมข้าว กระสุนถูกเข้าที่หน้าอก ก่อนจะลากร่างชายคนนั้นไปโยนบนกองเพลิงเผาทั้งเป็น สุดท้ายเหลือแต่เถ้ากระดูกบนกองเพลิงที่เคยเป็นแนวป้องกันของประชาชน Myanmar Now เผยแพร่ภาพถ่ายกองเถ้าถ่านที่มีกระดูกมนุษย์ถูกเผา เห็นหัวกะโหลกมนุษย์และกระดูก ซึ่งระบุว่า เป็นชิ้นส่วนของ Aye Ko ลูกทั้งสี่คนของ Aye Ko ต้องใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีพ่อ Myanmar Now รายงานว่า การปราบปรามประชาชนในวันกองทัพเมียนมา สร้างความสูญเสียแก่ประชาชนผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย มากที่สุดนับตั้งแต่วันก่อการรัฐประหาร มีผู้เสียชีวิตจากกระสุนทหาร ตำรวจ ทั่วประเทศเมียนมาอย่างน้อย 114 ศพ ในจำนวนผู้เสียชีวิต มีเด็กและเยาวชนอายุ 7 ปี 10 ปี และ 13 ปี รวมอยู่ด้วย และมีเด็กอายุ 1 ขวบได้รับบาดเจ็บ ถูกกระสุนยางยิงเข้าที่นัยน์ตา ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผบ.สส.ชาติมหาอำนาจ “ร่วมประณาม” ทัพเมียนมา-ฆ่าพลเรือนวันเดียว 114 ศพ! มิสแกรนด์เมียนมา หวั่นไม่ปลอดภัย ขออยู่ไทยต่อ เหตุพูดถึงกองทัพ-ประชาธิปไตย

ทำเนียบฯ/กทม./นครบาล ประกาศปิดสถานที่ “หมู่บ้านทะลุฟ้า” ชั่วคราว 15.00 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2564  มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับการประสานจาก สำนักอนามัย สำนักงานเขตดุสิต ร่วมกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและเทศกิจ กรุงเทพมหานคร ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งประกาศของกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 20 ลงวันที่ 23 ก.พ.2564 ต่อผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ถนนพระราม 5  ในเวลา 15.00 น. ของวันนี้     ทั้งนี้ บริเวรข้างธรรมเนียบรัฐบาล ถนนพระราม 5 นั้น มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า หมู่บ้านทะลุฟ้า เข้าปักหลักชุมนุมมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2564 ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวได้มีการย้ายขบวนมาจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  เเละระหว่างปักหลักอยู่ข้างทำเนียบนั้น ได้ตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่เป็นระยะๆขณะที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบฯ    

‘หมอวรงค์’ให้2หมื่น แท็กซี่พามือเผาส่งตร.!

‘หมอวรงค์’ให้2หมื่น แท็กซี่พามือเผาพระบรมฉายาลักษณ์ส่งตร.. ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กประกาศตามหาแท็กซี่ จากกรณี ผู้ชุมนุมกลุ่มรีเด็ม นัดชุมนุมที่ท้องสนามหลวงเพื่อแสดงออกทางการเมือง ต่อมามีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ที่การสลายการชุมนุมต่อเนื่อง ทั้งนี้แท็กซี่ดังกล่าวได้นำตัวผู้ต้องหาก่อเหตุเผา “#ตามหาแทกซี่ พี่คนขับแท็กซี่ในภาพ ที่เป็นผู้นำมือเผา #ม็อบ 20มีนา ไปส่งตำรวจ พี่สุดยอดมากครับ มีผู้หวังดี ที่นับถือใน หัวใจของความเป็นคนไทยของพี่ มอบเงินผ่านผมมา 20,000 บาท เพื่อมอบต่อให้พี่ ถ้าพี่หรือท่านใดทราบ ชื่อ-สกุล พร้อมเบอร์โทร ติดต่อผ่าน inbox ผมด้วยครับ ผมจะได้มอบกำลังใจนี้ให้พี่ต่อไปครับ” อ่านข่าวหมอวรงค์ ‘หมอวรงค์’ โชว์หมายศาล ฟ้อง 24 ล้าน? ล่าสุด นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “Warong Dechgitvigrom” ระบุข้อความว่า วันนี้ผมได้พบ อ.อานนท์โดยบังเอิญ ถือโอกาสมอบเงิน 20,000 บาท ที่มีคนบริจาคผ่านผมมา ฝากผ่านไปมอบให้กับพี่แทกซี่ ที่ส่งคนเผาพระบรมฉายาลักษณ์ให้ตำรวจ อ.อานนท์จะรวบรวมไปมอบครับ

ผู้กองโรงพักธรรมศาลา เกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ขณะไปปฎิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 28 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน มีรายงานด่วนแจ้ง ร.ต.อ.วิวัฒน์ สินเสริฐ สังกัด สน.ธรรมศาลา ซึ่งไปปฎิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน เกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์รีบนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินแล้วทำซีพีอาร์ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่ไม่เป็นผล ร.ต.อ.วิวัฒน์ เสียชีวิตในห้องฉุกเฉิน ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนข้าราชการตำรวจและผู้บังคับบัญชา

“ทยา” เผย น้อมรับคำตัดสินศาล หลังกปปส.โดนสั่งจำคุก!!

จากกรณีศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กับพวกรวม 39 ราย เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมเป็นกบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และข้อหาอื่นๆ กรณีม็อบ กปปส. ชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี 2556-2557 โดยวันนี้ นายสุเทพ เลขาธิการ กปปส. กับพวกจำเลยรวม 37 คน เดินทางมาศาล ส่วนพล.อ.ปรีชา จำเลยที่ 11 เสียชีวิตแล้ว ขณะที่พ.ต.ท.ภัทรพงศ์ จำเลยที่ 32 ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำด้วยคดีอื่น ให้รับฟังคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำ ขณะที่บรรยากาศในศาล มีผู้ชุมนุมอดีต กปปส. จำนวนหนึ่ง มามอบดอกไม้ให้กำลังใจจำเลยคดี กปปส. พร้อมร่วมรับฟังคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ศาลจัดแยกไว้ให้ที่ห้องพิจารณา 701 ด้วย ในส่วนการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พหลโยธิน ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย จากคำพิพากษา มีผลพิพากษาจำคุกจำเลยสำคัญคือ นายสุเทพ จำเลยที่ 1 จำคุก 5 ปี, นายชุมพล จำเลยที่ 3 จำคุก 9 ปี 24 เดือน, นายพุทธิพงษ์ จำเลยที่ 4 จำคุก 7 ปี, นายอิสสระ จำเลยที่ 5 จำคุก 7 ปี 16 เดือน นายวิทยา จำเลยที่ 6 จำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท, นายถาวร จำเลยที่ 7 จำคุก 5 ปี, นายณัฏฐพล จำเลยที่ 8 จำคุก 6 ปี 16 เดือน, นายเอกนัฏ จำเลยที่ 9 จำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท และ นายสุวิทย์ (พุทธอิสระ) จำเลยที่ 16 จำคุก 4 ปี 8 เดือน รวมถึง น.ส.อัญชะลี จำเลยที่ 10 จำคุก 1 ปี รอลงอาญา ปรับ 1.3 หมื่นบาท นางทยา จำเลยที่ 38 จำคุก 1 ปี 8 เดือน ให้รอลงอาญา 2 ปี เป็นต้น ทั้งนี้ สำหรับความผิดในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และก่อการร้าย ศาลพิจารณาแล้วพบว่าไม่เข้าข่าย ส่วนจำเลยที่เหลือ อยู่ในระหว่างการอ่านคำพิพากษา โดยล่าสุด นางทยา ทีปสุวรรณ หนึ่งในจำเลย ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Taya Teepsuwan” ระบุว่า “What will be will be….พวกเราทำดีที่สุด ณ เวลานั้น เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่เคยคิดเสียใจ และจะน้อมรับคำตัดสินศาลอย่างสง่างาม…ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ”  

1 2 3