ศาลนครสวรรค์ ชี้ผลไต่สวนชันสูตรศพ เหยื่อ ผกก.โจ้ ตายเพราะ??

วันนี้ (20 ต.ค.) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ อ่านคำสั่งคดีชันสูตรการเสียชีวิต หมายเลขดำ ช.7/2564 ที่พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ ยื่นคำร้องขอไต่สวนการตายของ นายจิระพงศ์ หรือ มาวิน ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่ถูกใช้ถุงพลาสติกคลุมหัว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 150 ซึ่งมีการกล่าวหาว่าการตายของนายจิระพงศ์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 เวลา 13.20 น. เกิดขึ้นโดยการกระทำของ อดีตตำรวจนครสวรรค์ ประกอบด้วย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ( ผู้กำกับ ฯ โจ้) , พ.ต.ต.รวีโรจน์ ดิษทอง , ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค , ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา, ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว , ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น และ ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว เจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่และเสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่โดยขอให้ศาลทำการไต่สวน และทำคำสั่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 150 วรรคห้า แสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด กับเหตุกับพฤติการณ์ที่ตาย และหากตายโดยคนทำร้ายใครเป็นผู้กระทำเท่าที่จะทราบได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง อดีตผกก.โจ้ รอด! ยังไม่พบความเกี่ยวข้อง หลัง “ดาบโบ้” โดนคดีครอบครองยาเสพติด รอง ผบก.ป. ยื่นฝากขังผัด 2 “ผกก.โจ้” กับพวก ซึ่งศาลจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทำการไต่สวนแล้ว จึงมีคำสั่งว่า ผู้ตาย คือ นายจิระพงศ์ หรือ มาวิน ธนะพัฒน์ ตายที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2564 เวลา 13.20 น. เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือขาดอากาศหายใจเนื่องจากถูก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล กับพวก ร่วมกันใช้ถุงพลาสติกครอบศีรษะเป็นเวลานานมากกว่า 6 นาที ในขณะที่ทำการสืบสวนขยายผลในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ อันเป็นการเสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่

สภ.เมืองนครสวรรค์ ปรับห้องทำงาน 05 พร้อมตั้งชุดปราบยาใหม่

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้มีการเรียกช่างรับเหมาปรับปรุงอาคาร และห้องทำงานของชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ชุด 05 ซึ่งเป็นห้องที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ที่เคยเกิดข่าวฉาวของ อดีต ผกก.โจ้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล และตำรวจชุดลูกน้องอีก 6 นาย ร่วมกันทรมานผู้ต้องหาค้ายาเสพติดจนถึงแก่ความตาย โดยการปรับปรุงลุคใหม่ห้องทำงานในครั้งนี้ ได้มีการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โต๊ะทำงาน รวมไปถึงกระจกห้อง ที่เคยติดฟิล์มกรองแสงมืดทึบ ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ให้เป็นกระจกใส่ทั้งหมด พร้อมกับมีการเตรียมติดตั้งกล้องวงจรปิดใหม่ทุกจุด โดย พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ เป็นผู้สั่งให้รื้อ และปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยห้องปฏิบัติงานใหม่ทั้งหมด เน้นความโปร่งใสตรวจสอบได้ในการปฏิบัติงาน รวมถึงจะมีการแต่งตั้งทีมเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดชุดใหม่ 8 นาย เข้ามาปฏิบัติงาน โดยไม่มีทีมงานเดิมของอดีต ผกก.โจ้ ในชุดใหม่นี้เลย ข่าวที่เกี่ยวข้อง รอง ผบก.ป. ยื่นฝากขังผัด 2 “ผกก.โจ้” กับพวก อดีตผกก.โจ้ รอด! ยังไม่พบความเกี่ยวข้อง หลัง “ดาบโบ้” โดนคดีครอบครองยาเสพติด พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองนครสวรรค์ จะมีการแต่งตั้งตำรวจชุดนี้ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยมีนายตำรวจระดับยศ พ.ต.ท. หรือ ระดับสารวัตร เป็นหัวหน้าชุด พร้อมกับตำรวจทีมปฏิบัติงานอีก 8 นาย ส่วนห้องทำงานของชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดดังกล่าว ยังคงใช้ห้องทำงานเดิม แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระจกห้องที่เคยติดฟิล์มดำ ได้มีการเปลี่ยนเป็นกระจกใสทั้งหมด พร้อมกับติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบจุด ทั้งนอกอาคารสำนักงาน และภายในห้องทำงาน ซึ่งในส่วนของกล้องภายในห้องทำงานนั้น จะมีการออกแบบกล่องเก็บข้อมูลภาพใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาทำลายหรือนำภาพออกไปได้ “จึงขอฝากความเชื่อมั่นกับพี่น้องชาว อ.เมืองนครสวรรค์ ว่า ชุดปฏิบัติการที่ตั้งมาใหม่นี้ จะมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอน และหากประชาชนรายใด ต้องการให้เบาะแสการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่ หรือต้องการแจ้งข้อมูลการกระทำความผิด หรือทุจริตของตำรวจ สามารถแจ้งมาได้โดยตรงที่เบอร์ 191 เราจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์แบบที่ผ่านมาเกิดขึ้นมาอีก”

รอง ผบก.ป. ยื่นฝากขังผัด 2 “ผกก.โจ้” กับพวก

พันตำรวจเอกเอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) ยื่นคำร้องขอฝากขังพันตำรวจเอกธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ และพวกรวม 7 คนเป็นผัดที่ 2 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางรอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังยืนยันว่า แจ้งข้อหา พันตำรวจเอกธิติสรรค์ ในความผิด 3 ข้อหาเดิม คือ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด / ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด และร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทรมาน โดยกระทำทารุณโหดร้าย โดยสำนวนคดีหลักที่เกี่ยวกับการฆาตกรรม พนักงานสอบสวนกองปราบปราม สอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 80 แล้ว และคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ภายในวันที่ 24 กันยายนนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง อดีตผกก.โจ้ รอด! ยังไม่พบความเกี่ยวข้อง หลัง “ดาบโบ้” โดนคดีครอบครองยาเสพติด “ผกก.โจ้” ตอบชัด ปมไบโพลาร์ เพื่อขอลดโทษ จริงมั้ย!? ส่วนสำนวนการชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของผู้เสียหาย อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งทราบว่า อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อนจะสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของผู้เสียหายอีกครั้ง พันตำรวจเอกเอนก ยังกล่าวอีกว่า ประเด็นที่ พันตำรวจเอกธิติสรรค์ ครอบครองรถยนต์สูงและมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับรถยนต์หรู ในเรื่องนี้ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการสอบสวนกลาง รวบรวมพยานหลักฐาน หากพบเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอน รองผู้บังคับการกองปราบปราม ยังยอมรับว่า พันตำรวจเอกธิติสรรค์ ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาในคดีนี้มาตั้งแต่วันแรกที่ถูกจับกุม โดยเฉพาะในข้อหาที่เกี่ยวกับการฆาตกรรม แต่ให้การในรายละเอียดของคดีในวันเกิดเหตุ และลงนามรับทราบคำให้การในสำนวนคดี ดังนั้น จึงขอให้สังคมมั่นใจว่า คดีนี้ตำรวจจะดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน และให้ความเป็นธรรมโดยไม่ช่วยเหลือกัน

บุกค้นรังนอน “โจ้” คลุมถุง มีอะไรซุกไว้?!

พนักงานสอบสวนค้นห้องนอน ผกก.โจ้ คลายปมป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ ผลตรวจไม่พบยารักษาตัว และเตรียมยื่นต่อศาลขอย้ายตัว ผกก.โจ้และพวกจากเรือนจำกลางพิษณุโลกไปอยู่ที่เรือนจำกลางในกรุงเทพฯ ภายหลังโอนย้ายคดีไปให้ บก.ป.ดำเนินการ ขณะที่คณะทำงานเชื่อมั่นในพยานและหลักฐาน ส่วนคลิปถุงพลาสติกครอบหัวอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าตัดต่อหรือไม่ ภายหลังเจ้าหน้าที่ 4 ฝ่ายประกอบด้วย พนักงานสอบสวน บก.ป. และ สภ.เมืองนครสวรรค์ มี พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.เป็นหัวหน้าชุด นายพิริยะ วรรธนะมณีกุล อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ แพทย์โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และฝ่ายปกครองร่วมกันสอบสวนพยานคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ กับพวกรวม 7 คน ใช้ถุงพลาสติกครอบศีรษะนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดในเซฟเฮาส์ “บ้านกาแฟ” ด้านข้างโรงพักจนเสียชีวิต คณะทำงานอยู่ระหว่างพิสูจน์ว่า คลิปไม่มีการตัดต่อใช้เป็นหลักฐานในคดีได้ ขณะที่พนักงานสอบสวน บก.ป. เตรียมทำเรื่องขอย้ายตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำในกรุงเทพฯ ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 ก.ย. พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.หัวหน้าชุดสอบสวนทำเรื่องส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลางพิษณุโลก เนื่องจากในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ มีการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่การที่จะย้ายผู้ต้องหาไปเรือนจำในกรุงเทพฯนั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ คดีนี้ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ตำรวจดำเนินการสืบสวนและสอบสวน พร้อมมี หลักฐานสำคัญคือคลิปช่วงเกิดเหตุใช้ถุงพลาสติกครอบหัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการตัดต่อหรือไม่ พล.ต.ต.ระพีพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องมีชาวบ้านร้องเรียนคดียาเสพติดในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ถ้าพบเห็นหรือรู้มีเบาะแสเกี่ยวกับการร้องเรียน ตำรวจจะตรวจสอบและทำความจริงให้กระจ่างทุกราย ในวันที่ 2 ก.ย. คณะทำงานประกอบด้วย ตำรวจ แพทย์นิติเวช อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปให้ปากคำต่อกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเตรียมข้อมูลเพื่อเข้าสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ในวันที่ 2 ก.ย. ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก การสอบสวนในครั้งนี้จะมีพนักงานสอบสวน ทนายความและอัยการเข้าร่วมด้วย ส่วนการโอนย้ายผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างประสานงานเรื่องงานเอกสารธุรการต่างๆ ในการทำเรื่องย้ายผู้ต้องหาจากเรือนจำกลางพิษณุโลกมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจากมีคำสั่งโอนย้ายสำนวน และผู้ต้องหามาอยู่ในความรับผิดชอบของกองปราบปรามขั้นตอนต่างๆ ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ส่วนการดำเนินการหลังโอนสำนวนคดีมาให้กองปราบปรามแล้ว ยังคงทำงานเป็นรูปคณะเหมือนเดิมมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ประกอบด้วยคณะทำงานชุดเดิมทั้งหมด เปลี่ยนแปลงเพียงเอาคดีมาลงเลขที่กองปราบฯ เพื่อโอนคดีมาไว้ที่ส่วนกลาง เน้นหนักคดีที่เกิดขึ้นที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ก่อนจะขยายผลไปยังส่วนอื่นทั้งเส้นทางการเงิน และทรัพย์สินอื่นๆต่อไป ขณะที่นายณรงค์ จุ้ยเส่ย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางพิษณุโลก เปิดเผยว่า กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะขอย้ายตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.นครสวรรค์ กับพวกไปที่เรือนจำในกรุงเทพฯนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำหนังสือร้องขอเรียบร้อยแล้ว ตามขั้นตอนนั้น ผกก.โจ้กับพวก มีสิทธิ์ที่จะคัดค้านขอไม่ย้ายไปก็ได้ หากยินยอมย้ายไปและศาลพิจารณาอนุมัติตามคำร้องขอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องทำหนังสือถึงกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้ทำหนังสือแจ้งมายังเรือนจำกลางพิษณุโลกอีกครั้งถึงจะย้าย ผกก.โจ้ กับพวกไปได้ ดังนั้น ต้องรอให้ศาล พิจารณาคำร้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แล้วเสร็จและมีคำพิพากษาออกมา อาจต้องใช้เวลาแต่คงไม่ช้าเพราะเป็นการสื่อสารทางระบบอิเล็ก-ทรอนิกส์ ถึงเวลานี้ยังไม่มีการเคลื่อนย้าย ผกก.โจ้กับพวกออกไปจากเรือนจำกลางพิษณุโลกแต่อย่างใด ต่อมาเวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนไปตรวจ ค้นห้องนอน ผกก.โจ้ พักอยู่ในตัวเมืองนครสวรรค์อีกครั้ง ภายหลังมีประเด็น ผกก.โจ้ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ หรือ Bipolar Disorder เป็นโรคที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติของอารมณ์เด่นชัด เพื่อหายาที่ ผกก.โจ้ใช้รักษาตัวนำมาประกอบในสำนวนการสอบสวน ผลการตรวจพบยา Clonazepam เป็นยาคลายเส้นประสาท คลายเครียด ช่วยให้นอนหลับ […]

“ทนายตั้ม” ลั่นคนส่งคลิป ผกก.โจ้ คลุมถุงดำ เป็นคนนี้…?!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน คดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ที่ใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต และผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 7 คน ได้ถูกจับกุมไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อ 18.00 น. ทนายตั้ม ได้เดินทางมาโดยรถตู้สีดำ โดยเปิดเผยก่อนเข้าห้องสอบสวนว่าการเดินทางมาครั้งนี้มาตามคำขอร้องของพนักงานสอบสวน โดยไม่ต้องออกหมายเรียกแต่อย่างใด โดยก่อนเที่ยงได้รับการแจ้งจากตำรวจว่า ผู้บังคับบัญชาต้องการสรุปสำนวน จึงเดินทางมาเลย โดยน่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะก่อนเดินทางมาประสานไว้ ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ได้นำหลักฐานซึ่งเป็นคลิปในคดี ผกก.โจ้ มามอบพนักงานสอบสวนเพื่อบรรจุในสำนวนโดยมีมีซีดีและเอกสาร หากอะไรเปิดเผยได้จะเปิดเผยเลย ส่วนคนที่ปล่อยคลิปให้นั้นไม่ต้องกังวนเพราะจะไม่พูดอะไรให้เดือดร้อน ข่าวที่เกี่ยวข้อง “ทนายตั้ม” โพสต์กังวล!! ห่วงความปลอดภัยแหล่งข่าว อัยการสั่งแจ้งข้อหา ‘ทนายตั้ม’ คดีปลอมลายเซ็น ช่วย ‘เอมี่ อาเมเรีย’   ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันไหมว่าคนที่ให้คลิปทนายยังอยู่มีตัวตน ทนายตั้ม บอกว่า ยืนยันว่ามีตัวตนเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยอยู่นครสวรรค์ มีตัวตน ยังคุยกันอยู่ ส่วนที่บอกว่ามีความขัดแย้งอะไรไม่เกี่ยว หลายคนพยายามจะเชื่อมโยงว่าตำรวจที่ทานข้าวกับผมเป็นคนปล่อยคลิป ไม่เกี่ยวเลย ตอนนี้พยายามจะหาใครคนใดคนหนึ่งให้ได้ ส่วนตำรวจที่ปล่อยคลิปยังคุยกันอยู่ วันที่ ผกก.โจ้ถูกจับได้คุยผ่านตัวแทน และการที่ ผกก.โจ้บอกว่าจะอโหสิกรรมให้ เขากังวลมากด้วย และตอนนี้จะไม่คุยกับเขาแล้ว ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการแล้ว “เดี๋ยวขอตัวแทนนักข่าวคนหนึ่งให้ดูคนที่สนทนากับผม ว่ามีตัวตนจริงแต่ห้ามถ่ายรูปไม่เปิดอักษรย่อ เพราะจะรู้ว่าใคร ตำรวจบางส่วนมองว่าเป็นการทำลายองค์กร เดี่ยวคนที่นำคลิปมาเผยแพร่เขาก็โดน วันนี้ไม่โดนวันหน้าก็โดน ไม่กังวลเรื่องได้คลิปมาเผยแพร่จะถูกดำเนินคดีอะไร เราต้องการช่วยราชการ อย่างวันนี้เราก็เอาคลิปมาให้ตำรวจ หากตำรวจจะขอให้บอกคนที่ปล่อยคลิปคงไม่ให้ เพราะไม่เกี่ยวกับคดี ผกก.โจ้ วันนี้จะมอบเฉพาะคลิปเท่านั้น ที่ผ่านมาก็มีคนพยายามติดต่อมาพูดคุยด้วยความเป็นห่วง ไม่มีการข่มขู่ ขอบคุณผู้ที่ห่วงใยทุกคนรวมถึงสื่อสารมวลชนด้วย การเดินทางมาวันนี้หลายคนก็เป็นห่วง” จากนั้นทนายตั้ม ก็ขึ้นไปบนชั้น 3 ของกองบังคับการตำรวจนครสวรรค์ เพื่อพบพนักงานสอบสวนในคดี ที่ประกอบด้วยตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครสวรรค์ ตำรวจภาค 6     “การสอบสวนในครั้งนี้เขาบูรณาการร่วมกันระหว่างตำรวจ อัยการ กองปราบฯ ตำรวจภาค 6 สอบปากคำด้วยตัวเอง เพราะอัยการได้ร่วมทำคดีด้วยจะมีประโยชน์มากจะทำให้คดีไวขึ้น เมื่ออัยการดูสำนวนแต่ต้น พอสำนวนถึงมืออัยการจะได้ไม่ต้องดูสำนวนมาก เพราะว่าได้สอบมาทุกประเด็นแล้ว ซึ่งผมรู้สึกพอใจมากที่ได้มาให้การ นำคลิปหลักฐานมาประกอบเพื่อประโยชน์ต่อคดี และจะได้เป็นพยานในคดี” ส่วนการถามถึงที่มาของคลิปว่าได้มาอย่างไรนั้น ตนก็บอกว่าได้มาจากการแชตผ่านเฟซบุ๊กกับตำรวจชั้นผู้น้อยที่นี่ ส่วนจะเป็นใครขอสงวนไว้เพื่อความปลอดภัย ส่วนเรื่องอื่นที่จะสอบเพิ่มพนักงานสอบสวนคงจะเรียกมาสอบสวนเพิ่มเพื่อมายืนยันคลิป หรือสอบถามเรื่องการสอบวินัยตำรวจ เพื่อมายืนยันว่าเป็นใคร “ผมเป็นคนปล่อยคลิป เมื่อได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวนรู้สึกสบายใจ”  

1 2 3