กระสุนเพียงนัดเดียว ทำให้ชีวิตพังพินาศ ผัวหึงโหด ชักปืนยิงเมียดับคาวงเหล้า

ผัวชักปืน 9 มม.จ่อยิงเมียดับคาห้องเช่า หลังเกิดความระแวงเมียไปมีกิ๊ก ขณะตั้งวงดื่มเบียร์ในห้องกับเมียและเพื่อนข้างห้อง จนมีอาการเมาพูดแขวะเมีย ทำให้ฝ่ายหญิงพูดประชด “มีผัวใหม่แล้ว” โมโหชักปืนยิงแล้วเผ่นหนี ต่อมาสำนึกผิดเข้ามอบตัว ตำรวจคุมตัวทำแผนฯร่ำไห้พร้อมพูดเตือนสติ “กระสุนเพียงนัดเดียว ทำให้ชีวิตพังพินาศ” พ.ต.ท.สันต์ภพ พลเรือง สว. (สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี พร้อมกำลังคุมตัวนายนเรศ ลือกิจนา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 7 ต.น้ำสุด อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุยิง น.ส.สุภัทรษร สีจันทร์งาม อายุ 30 ปี ภรรยา เสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเช่าเลขที่ 15 หมู่ 14 ซอย 14 ต.พัฒนานิคม ระหว่างทำแผนฆ่านายนเรศร้องไห้โฮ พูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า “กระสุนปืนเพียงนัดเดียวพังพินาศทั้งชีวิต เป็นเพราะความโมโหขาดสติยั้งคิด” นายนเรศเปิดเผยอีกว่า หลังก่อเหตุยิงเมียตายต่อหน้า ตนตั้งสติได้โผเข้าไปกอดศพเมียด้วยความเสียใจ พร้อมกล่าวขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ขณะหลบหนีพกปืนติดตัวไปด้วยในใจคิดว่าจะยิงตัวตายตามเมีย แต่ไม่กล้า เพราะเป็นห่วงลูก กระทั่งขี่รถ จยย.ไปบอกกับญาติและครอบครัว จากนั้นเข้ามอบตัวที่ สภ.พัฒนานิคม หลังจากทำแผนฯเสร็จ ตำรวจคุมตัวนายนเรศไปฝากขังที่ศาลจังหวัดลพบุรี ส่งตัวเข้าเรือนจำกลางลพบุรี จากการสอบสวนพยานทราบว่า นายนเรศเป็นพนักงานขับรถส่งของ ส่วนผู้ตายเป็นพนักงานขายร้านสะดวกซื้อ ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 1 คน ภายหลังนายนเรศขับรถออกไปต่างจังหวัดบ่อยครั้ง เมื่อกลับมาเกิดความหวาด ระแวงและหึงหวงกลัวเมียปันใจให้กับชายอื่น ช่วงเกิดเหตุนายนเรศ ผู้ตายและเพื่อนข้างห้องนั่งดื่มเบียร์อยู่ในห้องที่เกิดเหตุ เมื่อนายนเรศมีอาการเมาบอกผู้ตายว่า หากมีคนใหม่จะเลิกกันให้รีบเก็บเสื้อผ้าออกไปจากห้อง ผู้ตายพูดย้อนกลับไปด้วยความโมโหเช่นกันว่า “เออ…กูมีผัวใหม่แล้ว” ทำให้นายนเรศโมโหไปหยิบปืนยิงใส่ 1 นัด กระสุนเข้ากกหูผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่

ผัวยิงเมียเผยมีปากเสียงทุกวันร่วมเดือน หลังจากซื้อสมาร์ทโฟนให้ ก็เอาแต่นอนคุยแชตไปยิ้มไปไม่ช่วยทำงาน ลูกผัวไม่สน

ร.ต.อ.มีศักดิ์ ศรีทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สีบัวทอง อำเภอแสวงหา ได้รับแจ้งเหตุสามียิงภรรยาเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.เวทิศ สาลีสังข์ สารวัตรใหญ่ หัวหน้า สภ.สีบัวทอง อำเภอแสวงหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูฐานแสวงหา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ปลูกอยู่ภายในสวน พบ นายทศพร ข้องม่วง 38 ปี ชาวบ้าน หมู่ 7 ตำบลวังน้ำเย็น ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การเบื้องต้นว่าได้มีปากเสียงกับภรรยา ก่อนลงมือใช้ปืนลูกซองยิงที่บริเวณกลางหลังเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน จึงทำการควบคุมตัวไว้สอบสวนขยายผลและดำเนินคดี ส่วนภายในห้องนอนพบปืนลูกซองถูกว่างอยู่ ห่างจากร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 1 เมตร ส่วนร่างผู้เสียชีวิตใส่เสื้อสีขาว นุ่งกางเกงวอร์มสีไข่ไก่ ที่บริเวณกลางหลังมีบาดแผลถูกคมกระสุนปืนลูกซองยิงเป็นแผลกระจายเต็มแผ่นหลัง นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าลงกับพื้น ทราบชื่อต่อมาว่า นางอุสา มาศิริ อายุ 34 ปี ชาวบ้าน หมู่ 1 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหา จากการสอบสวนเบื้องต้น นายทศพร ให้การว่า ตนเองได้อยู่กินกับนางอุสา ผู้เสียชีวิต มีลูกด้วยกัน 4 คน โดยตนเองมีอาชีพคนทำงานเชือดหมู สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว และเมื่อเดือนที่ผ่านมาได้ซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้ภรรยา จึงเป็นต้นเรื่องการเกิดปัญหาเรื่อยทะเลาะกันมา เนื่องจากภรรยาวันๆ เอาแต่เล่นโทรศัพท์ ไม่สนใจช่วยงาน จนตนเองเริ่มหวาดระแวงภรรยาว่าภรรยากำลังมีคนใหม่ และมีปากเสียงกันเรื่อยมา หลังจากมีปากเสียงกันมานานนับเดือน ตนเองไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหลับนอนกับภรรยาเลย สอบถามก็โดนตะคอกด่าว่าอย่างรุนแรง มีปัญหามาตลอด และในช่วงหลังสังเกตเห็นภรรยาชอบนอนคุยโทรศัพท์และยิ้มพร้อมหัวเราะ และยิ้มอยู่ประจำ และก็ชอบตีลูก ทำให้ตนเองต้องเลี้ยงดูลูกและทำงานไปด้วย จนกระทั่งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีปากเสียงด่าทอกันอย่างรุนแรง ทำให้ตนเองหยิบปืนยิงไปที่บริเวณกลางหลัง 1 นัด เมื่อเห็นภรรยาเสียชีวิตแล้วจึงรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

คริสต์มาสสยอง ผัวยิงเมียสาหัส ก่อนฆ่าตัวตายหน้าลูก 2 คน หน้าโรงเรียนดังย่านนนท์ ปมตามง้อไม่สำเร็จ

เมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 25 ธ.ค. ร.ต.ท.สุวัฒน์ เสน่หา รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุยิงกัน มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต หน้าประตูโรงเรียนนครนนท์วิทยา 1 (วัดท้ายเมือง) ถนนนนทบุรี 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบทีาเกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปัญณพัตน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.สมศักดิ์ รัศมีจันทร์ รองผกก.พฐ.จว.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าประตูโรงเรียนนครนนท์วิทยา 1 (วัดท้ายเมือง) พบศพนายพิษณุ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/65 หมู่ 5 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่ศรีษะซ้ายมีบาดแผลลูกยิงเข้าขมับ 1 นัด กระสุนทะลุออกขมับขวา ที่มือข้างซ้ายพบอาวุธปืนลูกโม่สีดำขนาด.38 มม. ตกอยู่ มีกระสุนบรรจุอยู่ในรังเพลิง 6 นัดได้ยิงออกไปแล้ว 3 นัด น.ส.สุกัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าท้อง 2 นัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งรพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ไปก่อนหน้า และยังพบรถจยย.ยามาฮ่า มิโอ สีแดง/ขาว ทะเบียน กทน.386 นนทบุรี ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ และรถจยย.ยามาฮ่า สีม่วง-ขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของผู้บาดเจ็บจอดอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย เจ้าหน้าที่วิทยาการจึงตรวจสอบอาวุธปืน และเก็บไว้เป็นหลักฐาน พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำพยานเบื้องต้นทราบว่านายพิษณุ ผู้ตายทำงานเป็นผู้จัดการร้านอาหารแหางหนึ่ง และเป็นสามีของนางสุกัญญา ผู้บาดเจ็บ โดยอยู่กินด้วยกันจนมีลูกชาย 2 คน ก่อนเกิดเหตุ นายพิษณุ ผู้ตายมาดักรอน.ส.สุกัญญา ผู้บาดเจ็บที่มาส่งลูกชายที่โรงเรียน เพื่อง้อขอคืนดี ก่อนมีปากเสียงกัน เนื่องจากผู้บาดเจ็บไม่ยอมคืนดี ก่อนที่นายพิษณุ จะชักอาวุธปืนที่เตรียมมายิงใส่ น.ส.สุกัญญา เข้าที่ท้อง 2 นัด แล้วใช้ปืนจ่อยิงเข้าที่ศรีษะด้านซ้าย ทะลุขมับขวา ต่อหน้าลูกชายคนโตวัย 9 ขวบ จากการตรวจสอบในกระเป๋ากางเกงด้านขวายังพบกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 10 นัด ด้าน นายสุรเชษฐ เพ็งเกลา รุ่นน้องที่ทำงาน กล่าวว่า นายพิษณุ ผู้ตาย โทรมาสั่งเสียตอน 06.30 น. ว่าให้บอกพี่สาวด้วยหากเกิดอะไรขึ้นกับตน ให้จัดงานศพ 3 วัน แล้วเผาได้เลย จากนั้นได้วางสายโทรศัพท์ไป ตนได้สังหรณ์ใจ จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรแจ้งเหตุ ต่อมา นางอุทิศศา อายุ 40 ปี พี่สาวนายพิษณุ ผู้ตายกล่าวว่า นายพิษณุอยู่กินกับน.ส.สุกัญญา มา 14 ปี จนมีบุตรด้วยกัน 2 คน ระยะหลังทั้งสองคนทะเลาะมีปากเสียงกันมาตลอด เนื่องจากฝ่ายหญิงพยายามตีตัวออกห่าง โดยผู้ตายและคนเจ็บ แยกกันอยู่มา 2 สัปดาห์ โดยผู้ตายพยายามตามง้อขอคืนดีมาตลอด แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งตนพยายามเตือนผู้ตายตลอด เพราะรู้ว่าเป็นคนใจร้อน แต่ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุแบบนี้ ที่มา – ข่าวสด