หนุ่มพนักงานบริษัทคิดสั้นผูกคอตาย หนีปัญหาหนี้สินรุมเร้า !!

หนุ่มพนักงานบริษัทคิดสั้นผูกคอตายหนีปัญหาหนี้สินรุมเร้าใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์กลางป่า ทิ้งอีเมล์ตัดพ้อเศร้า ก่อนเพื่อนตามมาพบศพ เวลา 00.10 น.วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุพบคนผูกคอเสียชีวิต เหตุเกิด บนเขาโป่งสะเก็ดใน ม.5 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ก่อนรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบนำกำลังไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุช่วงเนินเขากลางป่าริมถนนโป่งสะเก็ด ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ พบร่าง นายสมศักดิ์ อายุ36 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง อยู่ในสภาพสวมเสื้อสีเทา สวมเสื้อแขนยาวสีดำทับ สวมกางเกงยีนส์ขายาว ใช้เชือกไนล่อนผูกกับกิ่งไม้ ปลายเชือกรัดลำคอแน่น เจ้าหน้าที่ใช้ผ้าขาวคลุมกันเป็นที่อุดจาดตา พร้อมกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุ ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด สอบถาม นายสมคิด บุญดี อายุ 38 ปี เพื่อนผู้ตาย ทราบว่า นายสมศักดิ์ หายออกจากบ้านไปไม่สามารถติดต่อได้ จึงพากันออกตามหาแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งตัดสินใจเปิดอีเมล์ดู จึงพบจดหมายที่ผู้ตายพิมพ์ตัดพ้อปัญหาชีวิตทิ้งไว้พร้อมพิกัด จึงออกติดตามกันมาอีกรอบ จนพบร่างไร้วิญญาณผูกคอห้อยต่องแต่งอยู่กับต้นไม้ดังกล่าว เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวช ตรวจสอบหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ก่อนให้ญาติมาติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป […]

สองสามีภรรยา ปัญหารุมเร้าจุดถ่านรมควัน ดับคารถเก่ง

สองสามีภรรยามีปัญหารุมเร้า จุดถ่านรมควันดับคารถเก๋ง ทิ้งจดหมายลาพ่อแม่ขออโหสิกรรมให้ด้วย วันที่3 พ.ค. 64 เวลา 22.31 น. มีเหตุคนเสียชีวิตภายในรถยนต์ ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 238 ม.4 บ้านปรือเกียน ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบผู้เสียชีวิต 2ราย ชาย 1ราย หญิง 1ราย เสียชีวิตภายในรถเก๋ง ทราบชื่อต่อมา 1. จ.อ.กฤษณะ อายุ 41 ปี 2. น.ส.อินทิรา อายุ 40 ปี โดยใช้ถ่านจุดไฟใส่หม้อไว้ในรถยนต์ (รมควัน) สาเหตุอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่สอบสวนต่อไป อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม พิษโควิดทำธุรกิจพัง สาวใหญ่ตัดสินใจรมควันในรถยนต์หวังจบชีวิต คิดสั้น! นักร้องสาวประชดสามีไม่กลับบ้าน รมควันตัวเองกับลูกอีก 2 คนในรถ         ขอบคุณ : ภาพและข้อมูล

รปภ.วัย 58 เครียดหลายโรครุมเร้าและเรื่องปัญหาการเงิน คิดไม่ตกเดินขึ้นดาดฟ้าชั้น 9 ตัดสินใจกระโดดคอนโดดับสยอง

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 11 ส.ค. 62 พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ บุญอ่อน สว.สอบสวน สภ.เสม็ด ได้รับแจ้งมีคนตกจากที่สูง บริเวณอาคาร บี 2 ด้านหลัง เดอะไรซ์ ดอนโดมิเนียม (THE RISE) เลขที่ 141 หมู่ที่ 1 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงรายงานให้ ผู้บังคับบัญชา ก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมกับกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ เมื่อไปถึงได้พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายมนัส อินพุ่ม อายุ 58 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของอาคารดังกล่าว เสียชีวิตอยู่ที่พื้น ในสภาพสวมเครื่องแบบ มีไม้กระบองตกอยู่ข้างกาย ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ คอหัก ขาทั้ง 2 ข้างหัก ตรวจด้านบนชั้น 9 ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบหมวกของผู้ตายตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบถามนางนิ่มอนงค์ เชี่ยวชาญ อายุ […]

หนุ่มอังกฤษฆ่าตัวตาย หลังเครียดหนี้รุมเร้า ถูกไล่ออกจากบ้านเช่า ไร้เงิน ต้องออกจากงานมาเลี้ยงลูก 3 คน เซลฟี่ร้องไห้ ก่อนจบชีวิต

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานว่า ฟิลลิป เฮอร์รอน พ่อลูกสามชาวอังกฤษ วัย 34 ปี ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หลังจากประสบปัญหาเครียดรุมเร้ามาเป็นเวลานาน เนื่องจากตกงานหนี้สินท่วมหัว อีกทั้งยังได้รับเงินสงเคราะห์ล่าช้า จนไม่เหลือเงินติดตัวโดยเขาได้ถ่ายภาพเซลฟี่ขณะร้องไห้โพสต์แชร์ความเจ็บปวดลงบนสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นโมเมนต์สุดท้ายก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตาย   ฟิลลิป เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้เลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 3 คน มาตามลำพัง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนักหนาไม่น้อย ก่อนหน้านี้เขาทำงานเป็นคนงานที่โรงงานแห่งหนึ่ง แต่ก็จำต้องตัดสินใจลาออกเนื่องจากไม่มีใครดูแลลูกที่ยังเล็ก และเมื่อไม่มีรายได้เขาก็ต้องพยายามอย่างหนักมาก เพื่อประคองครอบครัวให้รอด โดยเขาได้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือกับระบบ Universal Credit ของรัฐบาลซึ่งเป็นระบบสวัสดิการสังคมอย่างหนึ่ง คล้ายกับประกันสังคมที่มอบเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ไม่มีรายได้หวังว่าจะได้เงินมาแบ่งเบาภาระได้บ้าง แต่การจะได้เงินสงเคราะห์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฟิลลิป พบว่ากระบวนการเป็นไปอย่างล่าช้ามาก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากต้องรออย่างไม่มีความหวัง ปัญหาก็คือเขามีหนี้ติดตัวอยู่ประมาณ 20,000 ปอนด์หรือราว769,250 บาทซึ่งเป็นภาระที่ใหญ่หลวงมากสำหรับคนตกงานแบบเขา และในจำนวนนี้มีเงินที่เขาไปกู้นอกระบบมาด้วยซึ่งก็ต้องผ่อนจ่ายเป็นรายวันพร้อมกับดอกเบี้ยมหาโหดยังไม่นับค่าบ้านที่ต้องจ่ายทุกเดือน ชายหนุ่มดิ้นรนต่อสู้อยู่ทุกวัน เงินสงเคราะห์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ปกติแล้วกระบวนการพิจารณาจะใช้เวลาราว 5 สัปดาห์ แต่กรณีฟิลลิปดันใช้เวลานานหลายเดือน และก็ยังคงไม่ได้รับเงิน จนกระทั่งในที่สุดฟิลลิปก็เหลือเงินติดบัญชีอยู่แค่ 4.71 ปอนด์หรือประมาณ180 บาทและในวันที่ 8 มีนาคม 2562 ฟิลลิปก็ปลิดชีพตัวเองจากไป การเสียชีวิตของฟิลลิปสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่งแก่ชีนาวัย 54 ปี ผู้เป็นแม่ของเขา เธอช็อกจนพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่เคยคาดคิดว่าลูกชายจะตัดสินใจทำเรื่องแบบนี้ ยิ่งอ่านจดหมายลาตายของเขาก็ยิ่งเศร้า เพราะฟิลลิปบอกว่าถ้าหากตัวเองตายจากไปชีวิตครอบครัวคงดีกว่านี้ด้วยความที่ลูกไม่เคยบอกเธอถึงปัญหาสาหัสในชีวิตชีนาจึงไม่รู้เลยว่าลูกชายลำบากแค่ไหน ชีนาได้เข้าไปตรวจสอบดูในบ้านของเขาแล้วก็เริ่มเข้าใจทีละเล็กทีละน้อยเธอพบจดหมายทวงหนี้มากมายรวมทั้งหนังสือแจ้งเตือนให้ย้ายออกจากบ้าน เธอยิ่งจุกหัวใจกว่าเดิมเมื่อหลานๆ บอกเธอว่า ซานตาคลอสไม่ได้หาพวกเขาในวันคริสต์มาสซึ่งหมายความว่าฟิลลิปไม่มีเงินซื้อของให้ลูก เธอยังได้ตรวจสอบดูอีเมลและบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ของลูกชายแล้วก็พบว่าตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาลูกชายเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกินราวกับเป็นคนอื่นที่เธอไม่รู้จัก “ฉันพยายามไล่ย้อนดูชีวิตของเขา ซึ่งฉันก็พบว่าในช่วงไม่กี่เดือนสุดท้ายในชีวิตเขาเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ ปกติแล้วฟิลลิปจะเป็นคนพูดเบา แต่ฉันได้ยินเขาตะโกนเกรี้ยวกราดตอนคุยโทรศัพท์กับคนอื่น เขารักลูกๆ หมดใจ แต่ก็เริ่มตะโกนดุด่าพวกเขาฉันยังได้ยินเสียงสะอื้นของเขาได้ยินเขาบอกคนอื่นว่าเขาอยากตาย ฉันได้แต่คิดว่าเขาน่าจะบอกฉันว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะฉันไม่เคยรับรู้ปัญหาของเขาเลย” ชีนากล่าวอย่างเจ็บปวด ชีนาเปิดเผยว่าถ้าหากเธอไม่มาค้นบ้านลูกและไม่เห็นอีเมลหรือไม่ได้ยินบันทึกโทรศัพท์ของเขาเธอคงไม่มีวันได้รับรู้ว่าทำไมลูกถึงฆ่าตัวตายซึ่งทั้งหมดนี้มันบีบหัวใจคนเป็นแม่มากและตัวเธอเองก็รู้สึกผิดมากที่ฟิลลิปตายจากไปฟิลลิปเคยมาเข้าฝันแต่เมื่อตื่นขึ้นมาเขาก็หายไปมันเป็นอะไรที่ทรมานมากลูกสาวคนเล็กของฟิลลิปก็ช็อกอย่างรุนแรงที่พ่อเสียชีวิตหนูน้อยไม่สามารถทำความเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นและได้แต่ร้องคิดถึงพ่ออยู่ทุกวัน ชีนากล่าวอีกว่าตัวเองผิดหวังกับระบบสวัสดิการสังคมมากเพราะควรจะใส่ใจช่วยเหลือประชาชนมากกว่านี้ถ้าหากประชาชนไม่เดือดร้อนหนักคงไม่ไปขอที่พึ่งแต่ความล่าช้าก็มาทำให้ชีวิตหนึ่งต้องจากไป ตัวเธออยากให้เรื่องของลูกชายเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ ว่าถ้าหากมีปัญหาควรเปิดใจปรึกษาครอบครัวหรือคนอื่นก่อนจงไปขอความช่วยเหลือและแก้ปัญหา เพราะเธอไม่อยากให้ใครต้องสูญเสียแบบนี้อีก   ข้อมูลจาก Kapook

ปัญหารุมเร้า พ่อของเด็กหญิงวัย 12 ปี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น อุ้มลูกสาวไปข่มขืน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ก๊อสด์ เดนด์เด้ฮ์ ร้านสัก สระบุรี” พ่อของเด็กหญิงวัย 12 ปี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นอย่างน้อย 5 คน อุ้มไปข่มขืนกระทำชำเราภายในร้านขายของแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบายความในใจและปัญหาที่กำลังเผชิญ โดยเจ้าตัวเป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกสาว การเป็นอยู่ของลูกในอนาคต แต่ต้องแก้ปัญหาด้วยการย้ายที่อยู่ให้ลูกสาวก่อน ด้านค่าใช้จ่ายของทางบ้านก็จำเป็นต้องนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์ เพราะเมื่อเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นตนเองก็ต้องหยุดงานเพื่อมาจัดการกับเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ทำให้ไม่มีรายได้เข้ามา แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้โพสต์พร้อมจะสู้ และจะแก้ปัญหาไปทีละเรื่อง พร้อมกับขอบคุณกำลังใจจากทุกคน ที่เข้ามาให้กำลังใจ และแสดงความเป็นห่วงต่อครอบครัวตนเอง ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกสู่โลกโซเชียลแล้วกว่า 3,000 ครั้ง และคอมเมนต์ให้กำลังใจจากชาวเน็ตอีกจำนวนมาก