ชายปวดหัวมา 30 ปี สุดท้าย ไปหาแพทย์ ต้องผงะ! เจอต้นตอสุดสยอง

เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ รายงานกรณีเคสคนไข้ชายรายหนึ่ง ระบุชื่อว่า จาง อายุ 59 ปี เขามีอาการวิงเวียนศีรษะ และปวดหัวเรื้อรังมานาน ตั้งแต่เมื่อปี 2532 รวมแล้วเป็นเวลามากถึง 30 ปี จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เขารู้สึกว่าทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ แล้วก็ได้รู้สาเหตุที่น่าตกใจแบบสุด ๆ รายงานเผยว่า จาง ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง เขาเล่าอาการว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เขามักจะบ่อยหัวบ่อยครั้ง และในบางครั้งก็ปวดหัวมาก และมีเหงื่อออกด้วย ทั้งยังเคยมีอาการของโรคลมบ้าหมู เคยไปหาหมอมาหลายครั้ง ได้รับยามากิน แต่อาการปวดหัวดังกล่าวก็ไม่หายขาดไปเสียที จนกระทั่งครั้งล่าสุด เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจเช็กอย่างละเอียด ทำให้ได้เจอต้นตอของปัญหาที่ทำให้จางปวดหัวมานานถึง 3 ทศวรรษ นั่นก็คือ พยาธิขนาดยาวกว่า 10 เซนติเมตร ที่ฝังอยู่ในศีรษะของเขา           ทีมแพทย์ได้ทำการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งผลการปฏิบัติผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แพทย์สามารถนำพยาธิตัวดังกล่าวออกมาจากกะโหลกศีรษะของจางได้อย่างปลอดภัย และรายงานเผยว่า พยาธิตัวดังกล่าวยังมีชีวิตดิ้นไปดิ้นมาอยู่ แม้ในขณะที่ถูกนำออกมาอยู่ในถาดของแพทย์ ดร.หยาน เสวี่ยฉิง แพทย์หัวหน้าแผนกศัลยประสาทของโรงพยาบาล เปิดเผยว่า ผู้ป่วยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบทห่างไกลติดภูเขา เคยกินสัตว์ป่าเป็นอาหาร เช่น กบ และงู ที่ปรุงไม่สุกดี อีกทั้งยังเคยดื่มน้ำจากลำธาร อันเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อพยาธิดังกล่าว โดยภายหลังจากการรักษา ผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติ และไม่มีอาการปวดหัวอีกต่อไป

พี่สาวสุดเศร้า โพสต์อุทาหรณ์น้องปวดหัวบ่อย แล้วซื้อยามากินเองเป็นปี สุดท้ายช็อกดับ หมอคาดอาจเกี่ยวกับยา

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวเตือนใจสำหรับผู้ที่ป่วย แล้วมักซื้อยามากินเอง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง โพสต์เล่าเรื่องราวของน้องสาว ที่ชอบบ่นปวดหัวเหมือนไมเกรน แล้วซื้อยามากินเองโดยไม่ได้ไปหาหมอ โดยกินยาต่อเนื่องเป็นเวลาปีกว่า ก่อนที่จะเสียชีวิตลงอย่างสงบ ความว่า น้องชอบบ่นปวดหัวบ่อยๆ ปวดเหมือนไมเกรน แล้วน้องก็ซื้อยามากินเอง ไม่ได้ไปหาหมอกินต่อเนื่องมาเป็นเวลาปีกว่า จนมาถึงช่วงหลังน้องป่วยบ่อย ปวดเนื้อปวดตัว เป็นผื่นแพ้ จนมาวันถึงวันศุกร์ที่ 2 ส.ค น้องปวดหัว ปวดตัว อาเจียน จนเป็นลม เราได้พาน้องไปหาหมอที่สมิติเวชชล เวลา 3 ทุ่มกว่า ซึ่งหมอได้เจาะเลือดตรวจ ผลตรวจสรุปน้องคือ น้องเป็นความดันต่ำ และหมอยังแจ้งด้วยว่าที่น้องปวดหัว อาจเป็นมาจากยาที่น้องกินเข้าไป (9 ส.ค หมอจึงนัดให้มาพบหมอด้านประสาทอีกครั้ง) พอถึงบ้าน ประมานเที่ยงคืนน้องกินยานอน ผ่านไปสักพัก น้องบอกว่า แน่นหน้าอก เป็นอะไรไม่รู้ เวียนหัว จะอาเจียนตลอดเวลา จนตี 4 น้องบอกในกรุ๊ปไลน์ครอบครัวว่า น้องยังไม่ได้นอนเลย อาเจียน เวียนหัว จะวูบตลอด จนเช้าวันที่ 3 และทั้งวันทั้งคืนของวันนั้น น้องมีอาการแบบนั้นตลอด จนตี 4 น้องบอกไม่ไหวแล้ว เช้าวันที่ 4 ส.ค น้องไป ร.พ.พนัสนิคม เพื่อรักษา ตอน 6 โมง น้องมีอาการเหมือนเดิมเลย ยังไม่ดีขึ้น หมอให้ยาน้อง 4 ตัว จากนั้น 10 โมงไปเยี่ยมน้อง ยังคุยกันปกติ ระหว่างที่คุย น้องอาเจียนไปด้วย จากนั้นบ่ายโมงกว่า แม่บอกว่า น้องโดนส่งตัวไป ร.พ.ชลบุรี น้องถึงโรงพยาบาล ปะมาน 3 โมง โดนเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ญาติห้ามเข้า จน 6 โมงเย็น หมอแจ้งว่า ตอนนี้น้องมีอาการช็อก หมดสติไป ได้ช๊อตไฟฟ้าไป 3 รอบแล้ว แต่น้องยังไม่ตื่นใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ หมอบอกน้องความดันต่ำมาก ชีพจรเต้นช้าลงเรื่อยๆ อีก 15 นาที หมอเรียกญาติเข้าไปดูน้องอีกครั้ง หมอแจ้งว่า น้องไม่ตอบรับอะไรแล้ว สาเหตุอาจเป็นเพราะ น้องช็อกด้วยโรคหัวใจของน้องเอง หรือ ช็อกด้วยตัวยาที่น้องได้รับมา และในปะวัติน้อง น้องซื้อยาทานเองมาตลอดปีกว่า อาจจะเป็นผลในการป่วยครั้งนี้ด้วย โดยหมอได้พยายามปั๊มหัวใจช่วยน้อง แต่สุดท้ายแล้วน้องไม่ตอบสนองทุกสิ่งและเสียชีวิตลงในที่สุด หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความเสียใจ และแชร์ต่อไว้เป็นอุทาหรณ์เป็นจำนวนมาก   คลิกดูโพสต์ต้นฉบับ       ข้อมูลจาก Khaosod