ศบค.ชุดใหญ่…!! ปรับเวลาเคอร์ฟิว ปลดล็อก 10 กิจการ

ศบค.ชุดใหญ่…!! ปรับเวลาเคอร์ฟิว ปลดล็อก 10 กิจการ ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 24 ก.ย.64 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ CV-19 (ศปก.ศบค.) เตรียมเสนอแนวทางผ่อนคลายมาตรการกิจการ กิจกรรมต่างๆ ต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่กระจายของ CV-19 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. จะเป็นประธานการประชุม ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ โดยจะเสนอให้พิจารณาขย ายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน หรือถึงวันที่ 30 พ.ย. และจะเสนอให้เลื่อนการเปิดพื้นที่ Sandbox ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้เตรียมจะให้ 5 จังหวัดเป็นพื้นที่นำร่อง จากเดิมที่วางแผนไว้ว่าจะเปิดในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ขยับไปเป็นวันที่ 1 พ.ย. นอกจากนี้ จะเสนอให้ผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมที่ถูกสั่งเปิดเพิ่มขึ้น 10 ประเภท ได้แก่ 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัยก่อนเรียน 2.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดเอกชน ห้องสมุดชุมชน 3.พิพิธภัณฑ์ แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน 4.ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทย าศาสตร์และวัฒนธรรม หอศิลป์ 5.กีฬาในร่ม ในห้องที่มีระบบปรับอากาศ ฟิตเนส 6.ร้านทำเล็บ 7.ร้านสัก 8. ร้านนวด สปา เพื่อสุขภาพ 9.ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์ 10.การเล่นดนตรีในร้านอาหาร โดยผู้ประกอบการต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงระบบหมุนเวียนอากาศ และจัดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการ CV-Free Setting ก่อนเปิดบริการ ในส่วนศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้า สถานที่กลุ่มกีฬากลางแจ้ง ที่ร่มโล่งมีอากาศถ่ายเทสะดวก การซ้อมของนักกีฬาทีมชาติไทยทุกประเภท และร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดนัด ให้เฉพาะที่จำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และขยายเวลาเปิดให้บริการไม่เกินเวลา 21.00 น. จากเดิมที่เปิดบริการได้ถึง 20.00 น.   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัยอ่วมรับน้ำจาก 2 อำเภอ -เขื่อนพิมายเร่งปล่อยน้ำรับมวลน้ำใหม่จากหลายอำเภอ ท่วมนาข้าวหลายร้อยไร่   ขณะเดียวกัน จะเสนอให้พิจารณาให้ปรับเวลาออกนอกเคหะสถานหรือเคอร์ฟิว จากเดิม 21.00 น. ถึง 04.00 น.ของรุ่งขึ้น ขยับเป็นเวล า 22.00 น.ถึง เวล า 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น และจะเสนอปรับลดระยะเวลาในการกักตัวในสถานที่กักกันของรัฐ โดยให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยในทุกช่องทางที่มีเอกสารรับรองการนครบตามเกณฑ์มาแล้วอย่างน้อย 14 วัน ให้กักตัวอย่างน้อย 7 วัน และต้องตรวจหาด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 6-7 ส่วนผู้ที่เดินทางเข้าประเทศซึ่งโดยสารมาทางเครื่องบิน และไม่มีเอกสารรับรองการ ให้กักตัวอย่างน้อย 10 วัน และต้องตรวจหาด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 8-9 ขณะที่ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางบก และไม่มีเอกสารรับรองการ ให้กักตัวอย่างน้อย 14 วัน และตรวจหาด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 0-1 ครั้งสองวันที่ 12-13 ทั้งนี้ จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. อย่างไรก็ตามเตรียมปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 4 ทุ่มถึงตี 4 จ่อผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม 10 ประเภท […]

อ่านก่อนเลย! 22 ข้อเสนอมาตรการปลดล็อกเปิดผับ-บาร์ ในระยะที่ 5

จากกรณีที่มีการคลายล็อกกิจการประเภทต่างๆ ไปแล้วรวม 4 ระยะ แต่ในกลุ่มสถานบันเทิง ผับ บาร์ ยังไม่ได้รับอนุญาต ทำให้มีการรวมตัวเรียกร้อง ของนักร้อง นักดนตรี ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง มีรายงานว่าในที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานที่ประชุม เมื่อ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการหารือกับตัวแทนผู้ประกอบการสถานนันเทิง และได้มีการวางแนวทาง 22 ข้อ เพื่อผ่อนปรนให้สถานบันเทิง ผับ บาร์กลับมาเปิดกิจการได้ในระยะที่ 5 วันที่ 1 ก.ค. โดยจะนำข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) ชุดใหญ่ต่อไป ข้อเสนอมาตรการปลดล็อกเปิดผับ-บาร์ 1.ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการ 2.วัดอุณหภูมิ 3.มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ 4.งดรวมกลุ่มเกิน 5 คน 5.จัดระบบเข้าคิวทางเข้า 6.จัดระยะห่างระหว่างโต๊ะไม่น้อยกว่า 2 เมตร หรือทำฉากกั้น 7.เว้นระยะเก้าอี้อย่างน้อย 1 เมตร ควบคุมไม่ให้เคลื่อนย้ายเก้าอี้ 8.จัดให้มีการระบายอากาศที่ดี 9 ให้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้นงดการส่งเสียงร้องเพลงและเต้นรำ 10.ใช้เมนูกระดาษแบบครั้งเดียวทิ้ง 11.เสิร์ฟเครื่องดื่มเป็นแก้ว แทนขวดหรือเหยือกเพื่อลดการสัมผัส และป้องกันการสลับแก้ว 12.พนักงานใส่หน้ากากอนามัยและเฟซชิลด์ตลอดเวลา 13.ให้มีฉากกั้นระหว่างเวทีกับพื้นที่ผู้ใช้บริการ หรือเว้น 2 เมตร 14.ผู้แสดงบนเวทีต้องสวมเฟซชิลด์ตลอดเวลา 15.ให้มีผู้ควบคุมไม่ให้เกิดการรวมกลุ่ม ตะโกน เดินไปเดินมา 16.ให้มีอุปกรณ์รับประทานอาหารและเครื่องดื่มแต่ละบุคคล 17.ต้องทำความสะอาดสุขาทุก 30-60 นาที 18.ทำความสะอาดพื้นที่บริการด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง 19.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มการเชียร์ 20.งดโต๊ะพูล เป้าลูกดอก ตู้เกม 21.จัดพื้นที่สูบบุหรี่ให้มีการเว้นระยะห่าง 22.งดพนักงานหรือประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มนั่งรวมกับลูกค้า

ประธานกรรมการหอการค้าไทย เผยรัฐอาจจะปลดล็อก เปิดห้างศูนย์การค้าและร้านติดแอร์

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะคณะทำงานภาคเอกชน ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจภาคเอกชน ได้มีการประชุมหารือกันต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการกลับมาเปิดธุรกิจ เน้นวิธีการทำงาน ทั้งในเรื่องการดูแล และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งของผู้เข้ามาใช้บริการ และพนักงาน รวมถึงสถานที่ และอุปกรณ์เครื่องดื่ม โดยขณะนี้ทางธุรกิจยืนยันได้มีการเตรียมพร้อมแล้ว และเชื่อว่ารัฐจะปลดล็อกล็อต 2 ในเดือนพ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์โควิด ในไทยไม่รุนแรงเพิ่ม ตามกรอบเดิม กำหนดให้มีการปลดล็อกธุรกิจเปิดเพิ่มทุก 14 วัน ซึ่งล็อตแรกเปิด 3 พ.ค. ซึ่งหากเห็นว่าสถานการณ์น่าพอใจ ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการต่างป้องกัน คาดว่าธุรกิจอีกจำนวนหนึ่ง น่าจะได้การเห็นชอบกลับมาเปิดประมาณ 17 พ.ค. ซึ่งล็อตนี้จะเป็นกลุ่มค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และร้านค้าภายในศูนย์การค้า

กระทรวงสาธารณสุขประเมินภาพรวม หลังผ่านการปลดล็อก หากมีติดเชื้อเพิ่ม คงต้องทบทวนมาตรการ

หลังจากมีการปลดล็อก 6 กิจการ พบการแห่ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันจนเกิดภาพแออัด สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รัฐบาลและหน่วยงานด้านสาธารณสุขมองเรื่องนี้อย่างไร  ผ่านการปลดล็อกไปเพียงวันเดียว ก็ทำให้เกิดความกังวลในสังคมแล้ว เมื่อในโซเชียลแชร์ภาพผู้คนรุมซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันแบบไม่เว้นระยะห่าง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ยอมรับว่า เป็นห่วง กรณีและภาพตัวอย่างเหล่านี้เป็นข้อเตือนใจในช่วงเปลี่ยนผ่าน ย้ำทุกคนยังต้องมาตรการป้องกันโรค เพื่อร่วมมือให้โควิดออกจากประเทศไทยให้ได้ โดยที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ต้องเป็น 0 ยาวนาน 1-2 สัปดาห์ จนมั่นใจว่าไม่มีผู้ติดเชื้อ จึงจะผ่อนคลายมาตรการตามสถานการณ์แต่ละขั้น จากการผ่อนปรนนี้ ศบค.จะเก็บรวบรวมสถิติกับพฤติกรรมมาวิเคราะห์ร่วมกัน หากผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจะต้องทบทวนมาตรการ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขประเมินภาพรวมการปลดล็อกวันแรก ประชาชนส่วนใหญ่ยังตระหนักในมาตรการป้องกันโรค เกือบทุกคนยังสวมหน้ากากอนามัยขณะทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการออกกำลังกายในสวนสาธารณะ พร้อมกำชับประชาชนให้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามวันและเวลาโดยไม่ผิดกฎหมาย รวมถึงปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด สำหรับการผ่อนปรนระยะที่ 2 และ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเลขผู้ติดเชื้อใน 14 วันแรกนี้  ศบค.เคยย้ำว่าหากตัวเลขผู้ป่วยไม่เกิน 20-30 รายต่อวัน ก็เตรียมมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมในระยะต่อไป.

กระทรวงสาธารณะสุข เผยวางแผนผ่อนปรนจังหวัดที่มีการติดเชื่อในระดับต่ำก่อนเป็นล๊อตแรก

ลุ้นรัฐบาล “ปลดล็อค” ทำมาหากินตามปรกติ ในจังหวัดที่ปลอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 14 วัน หลังกระทรวงสาธารณะสุข ถกบุคลากรทางการแพทย์ วางแผนผ่อนปรนจังหวัดที่มีการติดเชื่อในระดับต่ำก่อนเป็นล๊อตแรก หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณะสุข ประชุมแนวทางการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ จากสถานการณ์โรค โควิด-19 โดยมีทีมที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าร่วมวางมาตรการ โดยล๊อตแลกเป็นพื้นที่ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข จัดกลุ่มจังหวัด ที่ไม่มีผู้ป่วยในรอบ 2 สัปดาห์ ถือว่ามีการติดเชื้ออยู่ในระดับต่ำกลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มที่สามารถเปลี่ยนผ่านได้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ล่าสุดในวันนี้ (21 เมษายน 2563) จากการแถลงของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) พบว่า มี 36 จังหวัดที่ปลอดการติดเชื้อรายใหม่ครบ 14 วัน และจังหวัดที่ยังไม่เคยมีผู้ติดเชื้ออีก 9 จังหวัด รวมทั้งหมด 45 จังหวัด. สำหรับ จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด19 รายใหม่ ในช่วง 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-20 เมษายน 2563 ประกอบด้วย กาญจนบุรี, กาฬสินธุ์, จันทบุรี, เชียงราย, ตาก, นครนายก, บุรีรัมย์, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, เพชรบูรณ์, แพร่, พระนครศรีอยุธยา, มหาสารคาม, แม่ฮ่องสอน, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ระยอง, ราชบุรี, ลพบุรี, ลำพูน, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สมุทรสงคราม, สระบุรี, สุโขทัย, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุตรดิตถ์, อุทัยธานี, สระแก้ว, อุบลราชธานี, และล่าสุดในวันนี้ 1 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี

1 2