หลังตร.เคลียร์ใจ…!! หนุ่มช่างตัดผม ปลดป้าย “ไม่ตัดผมให้สายตรวจ” ลงแล้ว

หลังตร.เคลียร์ใจ…!! หนุ่มช่างตัดผม ปลดป้าย “ไม่ตัดผมให้สายตรวจ” ลงแล้ว จากกรณีช่างตัดผมในตัวเมืองอุบลราชธานี ติดไวนิลประกาศไม่ตัดผมให้ตำรวจสายตรวจ เพราะฝังแค้นตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา ถูกกลั่นแกล้ง จับกุมดำเนินคดี ล่าสุด เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็ถูกจับปรับขับขี่รถไม่สวมหมวกกันน็อกอีก อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา เพจ โปลิศไทยแลนด์ – Police Thailand News ได้ออกมาโพสต์ภาพเจ้าของร้านตัดผมใน จ.อุบลราชธานี ขณะกำลังปลดป้ายไวนิล ไม่ตัดผมให้ตำรวจสายตรวจลง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่ข้างกาย   ข่าวอืนที่น่าสนใจ -#จงระวังไว้…!! #เปิดคำทำนาย “#หลวงพ่อสนอง” #ฟ้าจะมืด 7 วันติด #น้ำจะท่วมเกือบหมด  -#เตรียมเฮ…!! #บัตรคนจนลุ้นสิงหาคม #มีเงินเข้าอีกแล้ว #รีบเช็กเลยวันไหนบ้าง   ทั้งนี้ ทางเพจไดรายงานความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ว่า พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 3 และโฆษกตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีการพูดคุยกับหนุ่มคนดังกล่าว โดยทาง ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้เชิญเจ้าของร้านตัดผม มาพูดคุยสอบถามต้นสายปลายเหตุที่มาที่ไป หากเป็นจริงจะได้แก้ไขปรับปรุงดำเนินการให้ถูกต้อง อนึ่ง นายภรันยู (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี เจ้าของร้านตัดผมรายนี้ให้รายละเอียดที่มาของการขึ้นป้าย ว่า ตนมีความคับ แค้น ใจ ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์มาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือเมื่อ 8-9 ปีก่อน ได้เข้าจับกุมตนขณะนั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่ริมเขื่อนแม่น้ำมูล โดยครั้งนั้นมีตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ 2 นาย ไม่ขอเปิดเผยเป็นตำรวจสังกัดสถานีตำรวจอะไร เข้ามาขอค้นตัวตน นายตำรวจรายแรกค้นแล้วไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย หลังจากนั้น ตำรวจอีกนายได้ขอค้นบ้าง คราวนี้พบย า 2 เม็ดอยู่ในกระเป๋ากางเกงของตน ทั้งที่ตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวมาก่อน หลังถูกตรวจค้นพบย า 2 เม็ด ตำรวจสายตรวจก็ได้คุมตัวตนไปโรงพัก ตนจึงโทรศัพท์แจ้งให้อาจารย์ที่ปรึกษามาช่วยเหลือ จึงมีการเจรจาให้เคลียร์เรื่องและให้จ่ายเงินค่าปรับฐานดื่ม สุร าในที่สาธารณะ และเม าสุร า ประพฤติตนวุ่นวาย เสียเงินค่าปรับไป 3,000 บาท ทำให้ตนไม่ชอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสายตรวจมาโดยตลอด กระทั่งล่าสุดเมื่อกลางเดือนมิถุนายนปีนี้ ขณะที่ตนขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปกินข้าว ก็เจอตำรวจสายตรวจขี่รถเข้ามาประกบเรียกขอตรวจ จากการตรวจไม่พบย าในร่างกายแต่อย่างใด ก็ได้จับตนในข้อหาขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก ซึ่งตนพยายามเจรจาขอให้อะลุ่มอล่วยกันหน่อย แต่ตำรวจไม่ยอมจะให้ตนเสียค่าปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ตนไม่ยอมเสียทั้งที่มีเงินอยู่ และปล่อยให้ยึดรถ ทำให้ตำรวจที่จับตนไม่พอใจพูดจาไม่ดีกับตน และถูกตั้งข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถ ไม่ต่อทะเบียนรถ ต้องเสียเงินค่าปรับเป็นเงิน 1,500 บาท จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกว่าถูกตำรวจกลั่นแกล้ง จึงได้ขึ้นป้ายไม่ตัดผมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เมื่อถามว่ากลัวเรื่องผลกระทบที่จะตามมาหรือไม่ นายภรันยู หนุ่มช่างตัดผมรายนี้ ยอมรับว่ากลัว แต่คิดว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ไม่ต้องการตัดผมให้ตำรวจ ก็เลยขึ้นป้ายบอกตามความรู้สึกของตน    

จากดราม่าปลดป้ายเชิดชูบิ๊กตู่ ที่โรงเรียนเก่าของท่านนายกฯ ล่าสุดขึ้นป้ายใหม่สีสดไฉไลกว่าเดิม

วันนี้ (19 ส.ค. 63) โลกทวิตเตอร์ได้แชร์ภาพการนำป้ายไวนิลเชิดชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แผ่นใหม่ มาติดภายในโรงเรียนวัดนวลนรดิศ หลังจากทางโรงเรียนเพิ่งปลดป้ายแผ่นเก่า ที่มีข้อความแสดงความยินดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ลงเมื่อไม่นานนี้ ป้ายใหม่มีข้อความว่า “โรงเรียนวัดนวลนรดิศ ขอเชิดชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ศิย์เก่านวลนรดิศ เลขประจำตัว ๘๙๖๙” รูปบนป้ายมีทั้งภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรูปตอนเด็ก                          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา นักเรียนโรงเรียนมัธยมหลายแห่งทั่วประเทศได้ทำกิจกรรม #โบว์ขาวต้านเผด็จการ โดยเป็นการผูกโบว์สีขาวที่กระเป๋าหรือตามร่างกาย รวมถึงการ ชูสามนิ้ว ระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติ เพื่อแสดงสัญลักษณ์การรณรงค์ต่อต้านระบบประชาธิปไตยภายใต้การควบคุมของระบบเผด็จการหรืออำนาจทุนนิยม จนกระทั่งแฮชแท็ก #โบว์ขาวต้านเผด็จการ รวมถึงแฮชแท็กอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น #โรงเรียนหน้าเขาไม่เอาเผด็จการ ติด 5 อันดับแรกของเทรนด์ทวิตเตอร์ รวมถึงสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนอีกครั้งในวันนี้ ด้านโรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็ได้มีการเคลื่อนไหวประท้วงจากนักเรียนด้วยการนัดทำกิจกรรม ชูสามนิ้ว และผูกโบว์ขาว เช่นกัน “!!ชาวม่วงตองอ่อนโปรดทราบ!! ขอเชิญชวนศิษย์ปัจจุบันร่วมถ่ายรูปที่ระทึกกับรุ่นพี่สุดหล่อเท่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-Cha ณ บริเวณป้ายไวนิลรุ่นพี่สุดเท่ บริเวณตึก 4 ข้างห้องสมุด เวลา 15.40 น. งานนนี้ไม่มีแกนนำ ไม่มีแกนนอน ไม่มี Grand VIP พร้อมถ่ายรูปลง Social Network ให้รู้กันไปว่า “ชาวม่วงตองอ่อน ไม่มีรุ่นพี่ชื่อประยุทธฯ” สำหรับศิษย์เก่า ถ้าสนใจ ขอเชิญชวนร่วมสังเกตการณ์ เนื่องจากนักเรียนผู้ร่วมกิจกรรม อาจถูกคุมคามโดยคุณครูผู้รักรุ่นพี่สุดหล่อเท่ #เด็กวันนวลไม่มีรุ่นพี่ชื่อประยุทธ” แต่เวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2563 ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายงานว่า โรงเรียนวัดนวลนรดิศได้ตัดสินใจนำป้ายแสดงความยินดีที่ พล.อ.ประยุทธ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีลงแล้ว “เอาป้ายลงแล้วนะทุกคน !! #โรงเรียนหน้าเขาไม่เอาเผด็จการ #ม่วงเขียวไม่เคี้ยวสลิ่ม #เด็กวัดนวลไม่มีรุ่นพี่ชื่อประยุทธ”

ป้ายเจ้าปัญหา โดนแอบมาปลดลงไปเรียบร้อย โดยที่ยังไม่รู้ ว่าใครเป็นคนติดใครเป็นคนปลด

ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบพื้นที่ที่มีการติดตั้งป้ายดังกล่าวอีกครั้ง ก็พบว่าได้มีการรื้อป้ายดังกล่าวลงมาจากที่ติดตั้งแล้ว  เหลือเพียงแต่ป้ายงานบุญปิดทองฝังลูกนิมิตของวัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 2-10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.  2562 ที่ถูกปิดทับในตอนแรก จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณนั้นบอกว่ามีคนนำป้ายมาติดเมื่อ 3 วันที่แล้ว เห็นเพียงมีรถกระบะมาจอดและมาคนนำป้ายมาขึ้น แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้สนใจ  หลังมีข่าวออกมาก็ได้มีคน 2 คน มาปลดป้ายเมื่อประมาณ 17.00 น. วานนี้ โดยใช้มีดกรีดขอบป้ายทุกด้านแล้วปลดป้ายออกไป  แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครที่มาปลด ด้าน พ.ต.ท.ดิตถชาติ กอสนาน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรีเปิดเผยกรณีเรื่องป้ายคัตเอ้าต์ขนาดใหญ่ที่มีรูปพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนจับมือกับนางเทเรซ่า  เมย์  นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรนั้น ได้ทราบข้อมูลจากหัวหน้าสืบสวน วันนี้จะทำสรุปเรื่องรายงานไปที่ กกต.กลางในเบื้องต้นก่อน สำหรับข้อความที่ปรากฏคงต้องให้นักกฎหมายที่กกต.กลางตีความว่าเข้าข่ายหรือไม่  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ใช่เพราะป้ายตรงนี้ ป้ายของนักการเมืองอื่นๆก็ขึ้นกันทั่วประเทศ แต่ว่าทางสืบสวนทั้งประเทศก็จะรวบรวมทำเป็นข้อมูลเบื้องต้นไว้ เพื่อหากมีการร้องก็จะนำมาประกอบสำนวน จึงอยากแจ้งให้นักการเมืองหรือผู้สมัคร ช่วงที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ควรพึงระวังไว้ อย่างไรก็ตามสำหรับวันนี้ข้อมูลก็น่าจะถึงมือ กกต. และช่วงบ่ายวันนี้จะมีผู้ตรวจการการเลือกตั้งของ กกต.จะมาตรวจเยี่ยม  และจะได้รายงานเบื้องต้นให้ทราบก่อน  เท่าที่ทราบข้อมูลมีการติดป้ายลักษณะนี้อยู่ที่เดียว ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนติด เพราะจากข่าวที่บอกมาไม่มีใครอยากจะรับว่าใครเป็นผู้ติด  ทำให้ช่วงนี้ทาง กกต.จะพยายามหาข่าวเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมด