อึ้งหนัก!! สาวจีนคลั่งผอม ถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ ลงโซเชียลมีเดีย

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 ได้มีเพจชื่อดัง ลงเรื่องราวของหญิงสาวประเทศจีนหนึ่ง ที่ลงรูปภาพบนโซเชียลมีเดียโชว์ ซึ่งเมื่อชาวเน็ตเห็นภาพแล้วอึ้งหนักกันมาก เพราะเขาเล่าต่อกันว่าสาวจีนผู้นี้คลั่งผอม ถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ ลงโซเชียลมีเดีย  โดยชาวเน็ตต่างล้วนแชร์กันเป็นจำนวนกต่างบอกว่า หญิงสาวผู้นี้ “ผอมมากจนเหลือกระดูก” แบบนี้อันตรายน่ากลัวมาก ข่าวอื่นเพิ่มเติม สาวจีนไลฟ์สดโป๊ะแตก ตัวจริงไม่ใช่นางฟ้า แต่เป็นหญิงรุ่นป้า แต่ความนิยมยังไม่ลดลง กลับมีคนติดตามมากขึ้น สาวจีนสุดอั้นนั่งฉี่กลางแอร์พอร์ตลิงก์ พระเผยใช้บริการครั้งแรกก็ช็อก อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นกันว่า “ผอมมาก ผอมเกินไป จนน่ากลัว” บ้างก็บอกว่า “บอกที ว่าไม่ได้ใช้แอพในมือถือจริงๆใช่ไหม มันน่ากลัวมาก” ซึ่งโรคคลั่งผอมหรือที่เรียกว่า Anorexia Nervosa นี้ ผู้ป่วยจะมีความกังวลเกี่ยวกับรูปร่างของตนเอง โดยกลัวว่าจะอ้วนเกินไป เกิดขึ้นได้ทั้งในคนที่เคยมีปัญหาเรื่องรูปร่างและในคนที่มีรูปร่างปกติอยู่แล้ว ผู้ป่วยโรคคลั่งผอมจะพยายามควบคุมน้ำหนักให้ต่ำลงเรื่อย ๆ กระทั่งต่ำกว่ามาตรฐาน รูปร่างของผู้ป่วยจะผอมมากจนเห็นได้ชัด แต่ผู้ป่วยก็ยังไม่พอใจในรูปร่างของตนเอง และลดน้ำหนักต่อไป หากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทั่วโลกฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1.1 พันล้านโดส จีนครองแชมป์ฉีดวัคซีนมากที่สุด

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงานว่า การฉีดวัคซีนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกกำลังเกิดขึ้น โดยล่าสุดมีการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 แล้วกว่า 1,130 ล้านโดส ใน 174 ประเทศทั่วโลก ด้วยอัตราการฉีดวัคซีนทั่วโลกราว 20 ล้านโดสต่อวัน ล่าสุดสหรัฐมีการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 แล้วกว่า 240 ล้านโดส และจากข้อมูลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า สหรัฐมีอัตราการฉีดวัคซีน 2.55 ล้านโดสต่อวัน ด้วยความเร็วระดับนี้ สหรัฐจะใช้เวลาอีกเพียง 3 เดือนเพื่อให้ครอบคลุม 75% ของประชากรสหรัฐซึ่งมีราว 330 ล้านคน แท้จริงแล้ววัคซีนปริมาณกว่า 1,130 ล้านโดสนี้เพียงพอที่จะฉีดให้ประชากรโลกราว 7.4% ให้ครบได้ แต่ด้วยการแจกจ่ายวัคซีนไม่เป็นธรรมจึงทำให้ประเทศที่มีรายได้สูงได้รับการฉีดวัคซีนเร็วกว่าประเทศที่ยากจนกว่าถึง 25 เท่า ทั้งนี้ประเทศที่มีการฉีดวัคซีนมากที่สุดได้แก่ จีน 253 ล้านโดส สหรัฐ 240 ล้านโดส อินเดีย 154 ล้านโดส สหภาพยุโรป 145 ล้านโดส และสหราชอาณาจักร 48 […]

  โควิด-19 : ขณะโลกยังไม่ฟื้นจากโรคระบาด เศรษฐกิจจีนไตรมาส 1 โต 18.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

  โควิด-19 : ขณะโลกยังไม่ฟื้นจากโรคระบาด เศรษฐกิจจีนไตรมาส 1 โต 18.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เศรษฐกิจจีนเติบโตเป็นประวัติการณ์ที่ 18.3% ในไตรมาสแรกของปี 2021 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นี่นับเป็นอัตราการเติบโตที่มากที่สุดของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) นับตั้งแต่จีนเริ่มเก็บข้อมูลประจำไตรมาสเมื่อปี 1992 อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่ออกมาวันที่ 16 เม.ย. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ของค่าเฉลี่ยของผลการสำรวจ นักเศรษฐศาสตร์ภาคเอกชนจัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ที่อยู่ที่ 19% อย่างไรก็ดี ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างแข็งแรงที่แท้จริง เนื่องจากเป็นตัวเลขที่ถูกเทียบกับเศรษฐกิจปีที่แล้วที่หดตัวอย่างรุนแรงจากวิกฤตการระบาดใหญ่ ย้อนไปเมื่อ ม.ค.-มี.ค. 2020 เศรษฐกิจจีนหดตัว 6.8% จากการล็อกดาวน์ทั่วประเทศในช่วงที่มีการระบาดรุนแรงที่สุด “ถือว่าเศรษฐกิจของประเทศออกตัวได้ดี” สำนักสถิติแห่งชาติจีนระบุ แต่ก็เสริมว่า “เราต้องตระหนักอยู่ตลอดว่าการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ยังลุกลามไปทั่วโลก และสภาพการของนานาชาติก็ยังซับซ้อน เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและไร้เสถียรภาพ” ตัวเลขสำคัญ ๆ อื่นที่หน่วยงานด้านสถิติของจีนเผยแพร่มาก็ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังกลับมาฟื้นตัวเรื่อย ๆ แต่ดูแข็งแรงเป็นพิเศษเพราะไปเทียบกับตัวเลขที่ต่ำมากในปีที่แล้ว ผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 14.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ภาคการค้าปลึกสูงขึ้น 34.2% “เป็นท่าทีที่ดีที่ตัวบ่งชี้รายเดือนสะท้อนว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรม […]

อินโดนีเซีย ทดลองฉีดวัคซีนโควิด-19 จากจีนให้ประธานาบดีของประเทศเป็นรายแรก

กระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียเผย อินโดนีเซียจะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวันที่ 13 ม.ค. นี้ โดยจะใช้วัคซีนของจีนที่พัฒนาโดยบริษัทซิโนวัค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) คาดว่าโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จะเป็นคนแรกที่รับวัคซีนดังกล่าว ตามมาด้วยรัฐมนตรีคนอื่นๆ       บูดิ กูนาดิ ซาดิกิน เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันอังคาร 5 ม.ค. 2564 ในการประชุมการประสานงานว่าด้วยการเตรียมตัวเพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และการบังคับใช้มาตรการสาธารณสุขประจำปี 2021 ณ กระทรวงกิจการภายใน บูดิ กูนาดิ ซาดิกิน กล่าวว่า “การฉีดวัคซีนจะมีขึ้นใน 34 จังหวัดของอินโดนีเซียในวันเดียวกัน พร้อมสั่งให้เหล่าผู้นำระดับภูมิภาคปฏิบัติตามกระบวนการฉีดวัคซีน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเป็นกลุ่มสำคัญลำดับต้นๆ ในการรับวัคซีน” บูดิ กูนาดิ ซาดิกิน ตั้งเป้าไว้ว่าจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนในประเทศ ให้ครอบคลุมร้อยละ 67-70 หรือประมาณ 181 ล้านคน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการต้านเชื้อโควิด-19

จีนกั้นรั้วลวดหนามกว่า 2,000 กิโลเมตร กั้นพรมแดนเมียนมา

รายงานว่าเจ้าหน้าที่ของประเทศจีนได้ทำการตั้งรั้วลวดหนามบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับเมียนมากว่า 2,000 กิโลเมตร เพื่อเป็นการสกัดการลักลอกขนคนเข้าเมืองและแรงงานที่ผิดกฎหมาย รวมไปเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วย โดยทางสื่อ The Irrawaddy ได้รายงานว่าทางประเทศจีนได้ทำการตั้งรั้วลวดหนามที่มีความสูง 3 เมตร บริเวณเมืองหวั่นติงและเมืองรุ่ยลี่ โดยทั้งสองเมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนมณฑลยูนนานของจีนและรัฐฉานของเมียนมา ทางการจีนได้ออกมาเผยว่ารั้วดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสัญจรของผู้ที่มีเชื้อโควิด-19 สู่ประเทศจีนซึ่งในปัจจุบันเมียนมามีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 120,000 ราย และเสียชีวิตอีก 2,532 ราย โดยทางการจีนกลัวว่าการแพร่ของเชื้อโควิด-19 จะเข้ามาระบาดในประเทศของตนอีกครั้ง และอาจสร้างความปั่นป่วนในภาคเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาล นอกจากจะกันชาวเมียนมาเข้ามาในประเทศแล้ว ยังคงสกัดกั้นคนจีนที่มักจะลักลอบเข้าไปเล่นการพนันในพื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยเขตแดนเมียนมาตกเป็นของธุรกิจจีนที่โยงใยกับการพนัน, การฟอกเงิน, การเงินแบบเข้ารหัส และกระทั่งเครือข่ายอาชญากรรม จึงมีการจัดตั้งกลุ่มกองติดอาวุธ “กองกำลังพิทักษ์ชายแดน” ขึ้น พริสซิลลา เเคลป์ อดีตอุปทูตของสหรัฐฯ ประจำเมียนมา กล่าวว่า เขตโกกั้งในรัฐฉาน ที่มีกาสิโนสปาและโรงเเรม เป็นศูนย์กลางสำคัญของการพนันในเมียนมาแห่งหนึ่ง เธอบอกว่านักการเมืองท้องถิ่นบางคนในเมียนมาประกอบกิจการบ่อนคาสิโนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย เช่นเดียวกับทางการจีนที่ต้องการรปราบปรามการเดินทางของชาวจีนไปยังคาสิโนในเมียนมา             ข้อมูลจาก www.voacambodia.com , Khaosod

1 2 3 6