นายกรัฐมนตรี เตรียมประชุม ศบค. พิจารณาขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 15/2564 (ผ่านระบบVideo Conference) ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน จะเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ให้ขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ออกไปอีก 2 เดือน คือ ต.ค.-พ.ย. เนื่องจากร่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ที่นำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ที่ผ่านมา ยังไม่สมบูรณ์มีบางจุดต้องแก้ไข ดังนั้น ต้องรอการแก้ไขเสร็จสิ้นก่อน รวมถึงเสนอเลื่อนการเปิดพื้นที่Sandbox เป็นพื้นที่นำร่องโดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัด จากเดิมวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นอกจากนี้ จะเสนอให้ผ่อนคลายกิจกรรมการการเพื่มขึ้น คือ เปิดพิพิธภัณฑ์ กีฬา ติวเตอร์ สปา โรงหนัง และร้านอาหารที่เล่นดนตรีส่วนมาตรการงดออกนอกเคหะสถานหรือเคอร์ฟิว ปรับเป็น ตั้งแต่ 22.00 น.- 04.00 น. รวมถึงยังขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางข้ามจังหวัด ทั้งนี้จะต้องรอที่ประชุมใหญ่ ศบค.พิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ข่าวที่เกี่ยวข้อง ครม.เห็นชอบ…!! ยกเลิก พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ยุบ ศบค. “อนุทิน” ย้ำ เปิดประเทศต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค. เร่งฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง สำหรับความเคลื่อนไหวของ นายกรัฐมนตรีในช่วงบ่าย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ครั้งที่ 10/2564 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

“อนุทิน” ย้ำ เปิดประเทศต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค. เร่งฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ตามที่ประเทศไทยได้สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวค 12 ล้านโดส ซึ่งตามกำหนดจะส่งมาในเดือน กันยายน นี้ จำนวน 9 ล้านโดส และในช่วงเดือน ตุลาคม อีก 3 ล้านโดส ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับสูตรฉีดวัคซีนเป็นสูตรไขว้ ซิโนแวคเข็ม1 ตามด้วย แอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็มที่ 2 เพื่อร่นเวลาการรับเข็ม 2 ให้เร็วขึ้น ภายใน 3-4 สัปดาห์ ดังนั้น คาดว่า สิ้นเดือน ตุลาคม นี้ จะต้องฉีดซิโนแวคเป็นเข็ม 1 ให้หมด และอีกไม่เกิน 8 สัปดาห์ ก็จะได้รับเข็ม 2 ครบถ้วน และภูมิต้านทานที่ได้รับก็จะเท่ากับการฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม ดังนั้นโดยภาพรวม ประเทศไทยจะฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงอย่างช้าที่สุดคือต้นเดือน พ.ย.64 ข่าวที่เกี่ยวข้อง ราบรื่น ! (สธ.) และ Pfizer ” ลงนามสัญญา ” การจัดซื้อ ” วัคซีนไฟเซอร์ ” เพิ่ม 10 ล้านโดส รวมแล้วเป็น 30 ล้านโดส ม.จ.จุลเจิม ยุคล เผยถ้ายังปล่อยให้ม็อบออกมาเสรีได้ขนาดนี้ ก็เปิดประเทศเถิดครับ ส่วนข้อกังวลเรื่องของการฉีดวัคซีนชนิด mRNA ให้กับเด็กที่มีอายุ 12-17 ปี นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องมีการสรุปในทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขก็มีทีมการแพทย์อยู่ ในที่ประชุมอีโอซี ก็ไม่ได้มีแค่แพทย์ในกระทรวงฯ แต่มีแพทย์ คณบดีแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการวิชาการ ดังนั้น จะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วจึงนำมาใช้กับประชาชนได้ ส่วนกรณีผู้ปกครองที่อยากให้ลูกฉีดชนิดเชื้อตาย ขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากบริษัท ผู้ผลิต ยังไม่ได้ปรับทะเบียนการใช้วัคซีนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ของไทย แม้แต่ในประเทศเขาเองก็ยังไม่ได้ปรับเช่นกัน ดังนั้นการฉีดวัคซีนที่นอกเหนือจากการจดทะเบียนจะต้องมายื่นเอกสารขออนุญาตเพิ่มเติม นายอนุทิน ยังกล่าวถึงเรื่องของการเปิดประเทศ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ทุกอย่างต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค. ก่อน ทุกหน่วยงานสามารถคิดเพื่อเสนอได้ หากมีปัญหาก็ต้องตอบให้ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนวัคซีนจะต้องเร่งฉีดในทุกจังหวัด ซึ่งตนเองได้ย้ำกับ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเร่งฉีดกลุ่มเป้าหมายให้เร็วที่สุด

ศบค.เคาะ ขยายล็อกดาวน์ต่อถึงสิ้นเดือน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าปฏิบัติงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลตามปกติโดยมีภารกิจ ในช่วงเช้า เป็นประธานในงานแถลงข่าว “จุดยืนลดภาระทางการศึกษา” (ผ่านระบบ Video Conference) ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ครั้งที่ 1/2564 (ผ่านระบบ Video Conference) ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด – 19) ครั้งที่ 12/2564 (ผ่านระบบ Video Conference) ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ จะมีการพิจารณา “มาตรการล็อกดาวน์” ห้ามออกนอกเคหะสถานในยามวิกาล หรือ เคอร์ฟิว ห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านปิดสถานที่เสี่ยง และอื่นๆ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ที่บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา และกำลังจะครบ 14 วันของมาตรการต่างๆ ในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ จึงจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะผ่อนคลายมาตรการ หรือ ขยายเวลามาตรการล็อกดาวน์เพราะสถานการณ์การระบาดยังรุนแรง มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ยังอาจผ่อนปรนให้ 4 ธุรกิจหลักที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของประชาชน สามารถเปิดให้บริการได้ในศูนย์การค้าได้แก่ 1.ธนาคาร สถาบันการเงิน 2.ธุรกิจสื่อสาร ไอที 3.ร้านเบ็ดเตล็ด และ 4.ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น ศบค.เคาะแล้ว ขยายล็อกดาวน์ถึง 31 สิงหาคม 2564 นี้ ผ่อนปรนให้สถาบันการเงินและธนาคารในห้าง เปิดบริการได้ ส่วนอื่นๆยังคงเดิม ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกฯ ถก ศบค.ชุดใหญ่ บ่ายนี้มีคำตอบ จะเคาะขยายหรือผ่อนคลายล็อกดาวน์? สธ. คาดการณ์ยอดผู้ติดเชื้อโควิด ถ้าไม่ล็อกดาวน์ พุ่ง 7 หมื่นต่อวัน

ลุ้น!! รมว.ท่องเที่ยวฯ คุยรัฐบาล ปี 64 เสนอให้หยุดยาวทุกเดือน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 25 ธ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปี 2564 รัฐบาลได้หารือกันกันเบื้องต้น โดยจะให้มีวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ทุกเดือน เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เนื่องจากปี 2564 ในช่วง 4 เดือนแรกคือ ม.ค.-เม.ย. คาดว่าสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 รัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เมื่อ โควิด -19 รอบใหม่บรรเทาลงแล้ว คนไทยจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวกันอย่างมีความสุข   โดยกระทรวงเตรียมเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) พิจารณาให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทย สามารถกักตัวในบริเวณโรงแรมได้ คือ สามารถออกมานอกห้องพัก แต่ต้องอยู่บริเวณโรงแรมเท่านั้น โดยภาครัฐจะมีอุปกรณ์สายรัดข้อมือเพื่อติดตามตัวผู้ที่ถูกกักกันได้ โดยประเด็นนี้ถูกร้องขอมาจากผู้ประกอบการโรงแรมหลายแห่งว่า ในเมือง ศบค.อนุมัติให้ชาวต่างชาติสามารถกักตัวในสนามกอล์ฟได้ ก็น่าจะกักตัวในบริเวณโรงแรมได้เหมือนกัน อยากไรก็ตามต้องหาข้อสรุปกันอีกครั้งถึงจำนวนวันกักตัว ที่กระทรวงสาธารณสุขเคยเสนอให้ลดการกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน ซึ่งทาง ศบค.เข้าใจว่าให้อยู่ในห้องพัก 10 วัน และอีก 4 วันอยู่บริเวณโรงแรม แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าให้กักตัวเพียง 10 วัน จากนั้นให้ออกไปนอกที่กักตัวได้เลย  

นายกแถลง…!!นายกแถลงวิกฤติโควิดรอประชุมศบค.กรณีงดจัดปีใหม่ เตรียมทลายขบวนการขนแรงงานข้ามชาติให้สิ้นซาก

นายกแถลง…!! วิกฤติโควิดรอประชุมศบค.กรณีงดจัดปีใหม่ เตรียมทลายขบวนการขนแรงงานข้ามชาติให้สิ้นซาก วันที่ 21 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์สถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดใหม่อีกครั้งในไทย หลังพบการแพร่ระบาดในจ.สมุทรสาครกระจายไปทั่วพื้นที่รวมถึงสถานการณ์โควิดทั่วโลกที่มีการแพร่กระจายอย่างรุนแรงมาก จึงมีผลกระทบไปทั่ว ทั้งเศรษฐกิจและชาวต่างชาติที่อาจนำเชื้อมาแพร่ในประเทศได้ จึงต้องมีการระมัดระวังมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องเพิ่มการ์ดให้สูงขึ้น โดยในหลายจังหวัดได้มีการคัดกรองเข้มงวดมากขึ้นแล้ว ส่วนในกิจกรรมฉลองปีใหม่นั้น ตนจะมีการประชุมกับทางศบค.ว่าจะสรุปผลอย่างไร จากนั้นจึงจะค่อยออกมาตรการตามมา ที่ผ่านมาประเทศไทยเข้มงวดในการดูแลประชาชนในเรื่องนี้อยู่แล้ว ตนขอให้คนไทยทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับที่สูงกว่าปกติ มันจะมีผลต่อทั้งประเทศ มีส่วนช่วยให้ประเทศไทยมีสถานการณ์โควิดดีกว่าหลายประเทศ ทั้งนี้ในส่วนของขบวนการนำแรงงานเถื่อนเข้าประเทศนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีถูกทำลายให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพราะการแพร่ระบาดครั้งนี้ ตรวจพบผู้ติดเชื้อจากแรงงานต่างชาติมากที่สุด แต่ถ้าทุกคนช่วยกัน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ประเทศไทยจะมีอัตราการติดเชื้อน้อย โดยตนจะดูแลจัดหาเรื่องวัคซีนให้ดีที่สุด