กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน พายุดีเปรสชั่น 49 จังหวัดเตรียมตัวรับมือ

วันที่ 23 กันยายนนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องพายุดีเปรสชั่น ฉบับที่ 2 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (23 กันยายน 2564) พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” แล้ว มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 220 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันพรุ่งนี้ (24 กันยายน 2564) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ และเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 24 กันยายน 2564 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด วันที่ 25 กันยายน 2564 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร ตาก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล น้ำมูลล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านวังกุ่ม อ.พิมาย ชาวบ้านเก็บของหนีไม่ทัน

กรมอุตุฯประกาศเตือน…!! คืนนี้ฝนมาแน่ ระวังน้ำปนสารพิษ โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

กรมอุตุฯประกาศเตือน…!! คืนนี้ฝนมาแน่ ระวังน้ำปนสารพิษ โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ กระแสข่าวยังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วทุกระแหงสำหรับจากเกิดเหตุระเบิดภายในโรงงาน หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด เป็นโรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก ตั้งอยู่เลขที่ 87 ซอยกิ่งแก้ว 21 ม. 15 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการระเบิดของถังบรรจุเคมีขนาดใหญ่   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -นายกฯ…!! “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สั่งกรมฝนหลวง ช่วยเหตุโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ -นายกเป็นห่วง สั่งการด่วน ! ” เร่งควบคุมสถานการณ์ช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว “     ส่งผลให้ไฟลุกท่วมเจ็บนับสิบ เพลิงไหม้วอด ขณะเดียวกัน แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกันกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สั่งประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงานดังกล่าวในรัศมี 5 กิโลเมตรอพยพด่วน เนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และหวั่นไฟลามไปติดถังสารเคมี 20,000 ลิตรที่อยู่ใกล้เคียง สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.ค.64 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสำรวจทิศทางลม ทั้งในระดับผิวพื้นและระดับเพดานอากาศ พบว่าจากจุดเกิดเหตุลมจะพัดกลุ่มหมอกควันจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังจ.ฉะเชิงเทรา และจ.นครนายก นายณัฐพล กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือ ช่วงบ่ายถึงค่ำ บริเวณ กทม.และปริมณฑล อาจมีฝนเพิ่มขึ้น หากฝนลงไปชะล้างกลุ่มควันเหล่านี้ ซึ่งเป็นสารพิษและตกลงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือบ่อน้ำ อาจส่งผลต่อประชาชนในการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้น้ำช่วงนี้ โดยในช่วง 1-2 วันนี้ ต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือน 1-4 มี.ค.นี้ เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ’ ระวัง‘ลูกเห็บ-ฟ้าผ่า’

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนจะมีพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน วันที่ 1-4 มี.ค. อาจเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางพื้นที่ วันนี้ ( 28 ก.พ.) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน จะมีพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงกับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีผลกระทบในช่วงวันที่ 1-4 มีนาคม 2564 ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 2-4 มีนาคม 2564 จะเริ่มได้รับผลกระทบ ขอให้ประชาชนบริเวณตอนบนของประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกัน และระมัดระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทาง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้ และลมภาคตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในขณะที่ตอนบนประเทศไทยมีอากาศร้อนเช่นนี้ จะทำให้ตอนบนของประเทศไทยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงกับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงอาจจะมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้      

เช็กด่วน!! กทม. ประกาศกฎเหล็ก 10 มาตรการสกัด COVID-19

วันที่ 20 ธ.ค. จากเคสพบผู้ติดเชื้อใน กทม. 2 ราย เป็นแม่ค้าที่ไปซื้ออาหารทะเลที่ จ.สมุทรสาคร และการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 694 ราย ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ล่าสุด กทม. ได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ โดยที่ประชุมมีมติ กำหนด 10 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ดังนี้ 1. ปิดโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในสังกัด กทม. ที่มีพื้นที่ติดต่อกับ จ.สมุทรสาคร 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.63 – 4 ม.ค.64 ได้แก่ เขตบางขุนเทียน บางบอน และหนองแขม โดยให้จัดการเรียนการสอนเสริมและการเรียนออนไลน์ทดแทน และขอความร่วมมือ รร.อื่นใน กทม. พิจารณาปิดโรงเรียนตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด 2.สถานประกอบการ ร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ต้องเข้มงวด ให้นั่งรับประทานอาหารอย่างเดียว งดเต้น และปฏิบัติตามมาตรการ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ทำความสะอาดสถานที่อย่างสม่ำเสมอ 3. ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชน งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก เช่น งานเทศกาลปีใหม่ กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และงานรื่นเริงต่าง ๆ หากจะจัดงานได้ต้องเสนอแผนควบคุมโรคขออนุญาตกับสำนักอนามัย กทม.เพื่อพิจารณาก่อน 4. ตั้งด่านคัดกรองแรงงานต่างด้าว 4 เส้นทาง ได้แก่ ถนนเพชรเกษม ถนนพระรามที่ 2 ถนนบรมราชชนนี และถนนชายทะเลบางขุนเทียน ตลอด 24 ชั่วโมง เริ่ม 18.00 น. วันนี้เป็นต้นไป 5. ให้ใช้สวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย งดการรวมตัว 6. จัดเจ้าหน้าที่ตรวจค้นหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกในแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในตลาดสดทุกแห่งทั่ว กทม. 472 แห่ง รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าคนกลางที่มีการติดต่อซื้อขายสินค้าอาหารทะเลจาก จ. สมุทรสาคร 7. สำนักงานเขตดำเนินการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิดในแคมป์คนงาน และไซต์งานก่อสร้างทันที 8. ขอความร่วมมือศาสนสถานทุกแห่งในพื้นที่ กทม. งดให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำกิจกรรมภายในพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 9. โรงเรียนสังกัด กทม. สำรวจผู้ปกครองของนักเรียนที่เป็นคนต่างด้าว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโควิด 10. ข้าราชการและบุคลากร กทม.ที่เดินทางไป-กลับ สมุทรสาคร หรือมีที่พักอาศัยอยู่ใน จ.สมุทรสาคร ให้ทำงานที่บ้าน (work from home)

เตือน! พายุโซนร้อนเอตาว อีสาน-ตะวันออกเจอฝนหนัก 10-11 พ.ย.

วันที่ 9 พ.ย.63 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุโซนร้อน เอตาว (พายุระดับ 3) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 10 – 11 พ.ย. 2563)” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 9 พ.ย.2563 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (9 พ.ย.2563) พายุโซนร้อน “เอตาว” (พายุระดับ 3) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากทางด้านตะวันออกของเมืองนาตรัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 320 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 13.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน (พายุระดับ 2) และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศกัมพูชา ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ขอให้เกษตรกรบริเวณดังกล่าวเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาhttp://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 23.00 น.

1 2 3 7