แฉสวนทุเรียน ! โกงค่าบุฟเฟ่ต์ จ่าย 2 ล้านไม่ได้กิน หลังสวนทุเรียนประกาศเจ๊ง !

ประเด็นสวนผลไม้ชื่อดังใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกลูกค้ายื่นเรื่องร้องเรียน หลังซื้อบัตรกินบุฟเฟ่ต์ผลไม้ แต่ไม่ได้กิน และเมื่อทวงเงินคืนที่จ่ายไปกลับไม่ได้คืน ก่อนที่ในเวลาต่อมาทางเพจของสวนได้ประกาศแจ้งข่าวว่าสวนเจ๊ง มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 2 ล้านบาท ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม “ชาคริต-แอน” สุดเซ็ง!! เจอพายุพัดกระหน่ำสวนทุเรียน งานนี้ทำเอาชาวสวนสูญรายได้หนัก!! พายุฝนถล่มหนัก สวนทุเรียนภูเขาไฟ ศรีสะเกษ เสียหายเป็นล้าน!! โดยเพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น Part 1 เปิดเผยเรื่องราวว่า มีผู้เสียหายจากเรื่องนี้รวมตัวยื่นร้องเรียนต่อสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังทางสวนผลไม้ สวนปัณฑริดา บุฟเฟต์ผลไม้-เมืองคอน ประกาศว่าสวนเจ๊ง หลังจากเปิดขายบัตรโปรฯ กินบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในสวน โดยอ้างว่าสวนได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ทำให้สวนขาดรายได้ เพราะไม่สามารถเปิดให้บริการสวนได้ สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความประหลาดใจแก่ผู้เสียหายอย่างมาก โดยตั้งข้อสังเกตว่าสวนจะเจ๊งได้อย่างไร ในเมื่อเอากระดาษมาแลกเงิน สวนไม่มีการลงทุนใด ๆ ในปีนี้ เพราะสวนไม่ได้เปิด ไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าทุเรียนที่จะเอามาใช้ในบุฟเฟ่ต์ หรือค่าอาหารอื่น ๆ เงินที่โอนไปจองกระดาษเปล่า ๆ หายไปไหน หรือเจ้าของสวนเอาไปใช้จ่ายส่วนตัวหรือใช้หนี้ส่วนตัวหมดแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผู้เสียหายทั้งลูกค้าที่ซื้อบัตร ตัวแทนจำหน่ายบัตร ตัวแทนจำหน่ายทุเรียนแกะเนื้อ อดีตพนักงาน และคู่ค้าของสวนที่สวนไปรับทุเรียนมาเพื่อจำหน่ายแต่ถูกเลื่อนชำระเงิน ได้รวมตัวยื่นร้องเรียนต่อสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะได้รับความเดือดร้อนจากการรอเงินคืน ยเบื้องต้นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท  อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการนัดไกล่เกลี่ยเบื้องต้นที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอลานสกา แต่เจ้าของสวน ไม่มา แต่ส่งตัวแทนเป็นแม่และน้องสาวมา ซึ่งทั้งคู่ก็ปฎิเสธไม่รู้ไม่เห็นหรือเกี่ยวข้องกับธุกิจที่เจ้าของสวนทำแต่อย่างใด เจ้าของสวนชี้แจงถึงสาเหตุที่ไม่มีเงินคืนลูกค้า โดย ผึ้ง เจ้าของสวน เปิดเผยว่า การประกาศเจ๊งหรือปิดชั่วคราวนั้นประกาศมานานแล้ว ซึ่งตอนนี้ไม่ได้หนีไปไหน แต่มาอยู่ที่นนทบุรี มาอยู่บ้านญาติเพื่อมาทำงานหาเงินไปใช้หนีคืนผู้เสียหาย เบื้องต้นคืนไปแล้วประมาณ 1 แสนบาท    สำหรับการขายบัตรโปรฯ บุฟเฟ่ต์ขายตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ปีนี้สวนเปิดไม่ได้เพราะโควิด 19 ซึ่งเคยพยายามติดต่อหน่วยงานสาธารณสุขแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิด พอสถานการณ์โควิดเริ่มรุนแรงขึ้นจึงตัดสินใจไม่เปิดสวนแล้ว โดยจะปรับมาขายทุเรียนเพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายคืนลูกค้าที่ซื้อบัตรไป สำหรับเงินที่ได้จากขายบัตรประมาณ 2 ล้าน เอาไปใช้จ่าย 3 ส่วน คือ ส่วนแรกใช้เป็นค่าปรับปรุงสถานที่ประมาณ 2-3 แสนบาท เพื่อที่จะเปิดสวนตามแพลน แต่ว่าไม่ได้เปิด ส่วนที่ 2 เอาไปเหมาซื้อทุเรียนที่ทำเป็นปกติอยู่แล้ว 7 สวน ใช้เงินประมาณ 1.4 – 1.5 ล้านบาท และส่วนที่ 3 ใช้เงินประมาณ 3 – 4 แสน เอาไปลงทุนทำทุเรียนแกะเนื้อขาย หลังจากที่รู้แน่ ๆ แล้วว่าสวนเปิดไม่ได้ ซึ่งส่วนที่ 3 นี้ที่ลงทุนไปขาดทุนไปเป็นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษทุกคนทั้งลูกค้า ตัวแทนทุกคน และเจ้าของสวนทุเรียน เพราะเป็นความผิดของตนเองที่บริหารผิดพลาด ยืนยันว่าจะหาเงินมาคืนทั้งหมดโดยเร็วที่สุดภายในเดือนธันวาคมนี้ และตอนนี้ก็พยายามทำงานทุกอย่าง งานอะไรที่ทำแล้วได้เงินก็ทำหมด

อย่าหาทำ ! สั่งไม่ยั้งเหลือเป็นกิโลฯ ก่อนเช็กบิลแล้วชิ่งหนีกลัวโดนปรับ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งในกลุ่มคนรักบุฟเฟต์ (Buffet Lovers) ได้ออกมาระบุว่าตนเองได้ไปกินบุฟเฟ่ต์ ร้านบาร์บีคิว พลาซ่า ที่สาขาบิ๊กซีสุขสวัสดิ์ แต่กลับเจอโต๊ะข้าง ๆ ที่เป็นคู่รักสั่งบุฟเฟ่ต์แบบไม่ยั้ง ทั้ง ๆ ที่กินกัน 2 คน เหมือนสั่งมาเฉย ๆ ซึ่งดูแล้วไม่น่ากินหมดแน่ ๆ ทั้ง ๆ ที่ทางร้านมีกฎว่าถ้ากินเหลือจะปรับขีดละ 50 บาท ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม คดีพลิกอีกรอบ ! ดราม่าบุฟเฟ่ต์ คูปอง 8 ใบ แทนสินน้ำใจที่ลบเมนต์ ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ชื่อดังออกมาชี้แจงดราม่ากับนักรีวิวแล้ว สุดท้ายทั้งคู่ก็กินไม่หมดจริง ๆ ซึ่งสิ่งที่สองคนนี้ทำคือรีบจ่ายเงินแล้วรีบเดินออกจากร้าน ต่อมาพนักงานได้นำของเหลือมาเทรวมใส่ถุงก่อนจะชั่งได้น้ำหนักที่ 1.4 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเยอะมาก เจ้าของเรื่องบอกว่าเห็นใจน้อง ๆ พนักงานเสิร์ฟที่ส่วนใหญ่เป็นพนักงานพาร์ตไทม์ที่อาจจะต้องถูกหักค่าแรงมาจ่ายส่วนต่างที่ลูกค้ากินเหลือแบบนี้ แล้วพนักงานก็ทำอะไรไม่ได้ขอฝากเรื่องการมีจิตสำนึกในการกินบุฟเฟ่ต์ด้วย เจ้าของเรื่องบอกอีกว่า “ที่มาโพสต์อยากให้มองถึงเรื่องจิตสำนึกค่ะ เอาจริง ๆ เวลาไปกินบุฟเฟ่ต์รวมถึงตัวเรา กินเหลือค่ะไม่มีใครหรอกที่กินแบบเกลี้ยงเลย เหลือแบบพอดี ๆ มันก็เป็นปกติค่ะ แต่ที่เห็นวันนี้คือเหลือแบบเยอะมากจริง ๆ ถ้ามีภาพประกอบจะยิ่งตกใจค่ะ ส่วนเรื่องการหักเงินเราถามจากน้อง ๆ มาอีกทีแต่จะหักจริง ๆ มั้ย ข้อมูลตรงนี้เราไม่ทราบค่ะเพราะทางร้านคงมีวิธีจัดการเรื่องนี้อีกทีค่ะ” ต่อมา คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ผู้บริหารร้านบาร์บีคิว พลาซ่า ได้ออกมาชี้แจงกรณีนโยบายการหักค่าแรงพนักงานผ่าน เฟซบุ๊ก Boonyanuch Boom Boonbumrungsub ระบุว่า ยืนยันว่าบริษัทไม่มีนโยบายเก็บเงินพนักงานฝึกงานในกรณีที่ลูกค้ากินอาหารไม่หมด ส่วนเรื่องนโยบายการเก็บเงินเวลาลูกค้าสั่งมาแล้วทานไม่หมด ขีดละ 50 บาท แทบเทียบไม่ได้เลยกับต้นทุนวัตถุดิบที่แท้จริง อยากให้ช่วยกันสั่งแล้วทานให้หมด คนบางคนไม่มีจะกิน เรากินเหลือมันน่าเสียดายมาก ๆ และขอขอบคุณลูกค้าที่ออกมาโพสต์เพราะเสียดายอาหารและสงสารพนักงาน แต่ขอยืนยันว่าทางบริษัทไม่มีนโยบายเก็บเงินจากพนักงาน

คดีพลิกอีกรอบ ! ดราม่าบุฟเฟ่ต์ คูปอง 8 ใบ แทนสินน้ำใจที่ลบเมนต์

ล่าสุด งานนี้เรื่องนี้ส่อพลิกอีกรอบ เมื่อแอดมินน้ำหวาน หนึ่งในคนที่เป็นแอดมินกลุ่มคนรักบุฟเฟ่ต์ ได้ออกมาชี้แจงถึงที่มาที่ไปถึงคูปอง 8 ใบที่ทางแอดมินได้มา เพื่อแสดงเจตนาว่า ทางแอดมินไม่ได้ไปร้องขอ แต่ทางร้านให้มาเอง ทว่า นั่นกลับยิ่งเป็นการฝังกลบแอดมินกลุ่มนี้เข้าไปอีก เพราะคนมองว่า ทางแอดมินรับสินบนจากร้าน ไล่ลบคอมเมนต์ที่ไม่ดีที่ร้านร้องขอมา ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ชื่อดังออกมาชี้แจงดราม่ากับนักรีวิวแล้ว สรุปดราม่ากลางดึก แอดมินขอกินบุฟเฟ่ต์ฟรี ขู่ไม่งั้นจะแบนจากกลุ่มดัง ก่อนหน้านี้ ทางร้านบุฟเฟ่ต์ Wisdom ได้ออกมาชี้แจงว่า ร้านต้องการพื้นที่โฆษณา และให้คุณค่ากับสมาชิกในกลุ่มคนรักบุฟเฟ่ต์ ที่เป็นลูกค้าและคนรักการทานบุฟเฟ่ต์จริง ๆ การที่หนึ่งในแอดมินกลุ่มมาขู่ว่า จะแบนร้าน-ห้ามเอ่ยชื่อร้านในกลุ่ม เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ ทางร้านได้ส่งคูปองให้กับทางแอดมินกลุ่มจริงทั้งหมด 8 ใบ เป็นร้านอื่นในเครือ 4 ใบ และร้านของ Wisdom 4 ใบ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ใช้ทานแพ็กเกจตัวบนสุดของร้าน เพื่อ “แสดงความขอบคุณ” ที่แอดมินสร้างกลุ่มนี้ขึ้นมา ทำให้ทางร้านได้รู้ถึงความคิดเห็นของคนที่มาทานจริง ๆ ทั้งในแง่บวกและลบ เพื่อนำไปปรับปรุงร้านต่อไป ต่อมา ทางแอดมินน้ำหวาน หนึ่งในแอดมินกลุ่มคนรักบุฟเฟ่ต์ ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมถึงที่มาคูปอง 8 ใบ ที่ได้รับ ย้อนกลับไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 – มิถุนายน 2564 ที่บ่อยครั้ง ทางร้านจะติดต่อมาให้ทางแอดมินเพจ เพื่อ “ไล่ลบ-ไล่ปิดคอมเมนต์” รีวิวบางอย่างที่ไม่ดีของทางร้านออกไป เช่น – ลูกค้าเจอหนอนในอาหาร (ลบโพสต์ ทางร้านแจงว่าคุยกับลูกค้าแล้ว แก้ไขปัญหาแล้ว) – ปลามีก้าง (ไม่ลบโพสต์ แต่ปิดคอมเมนต์ ร้านอ้างว่าให้เชฟตรวจสอบแล้ว และให้ส่วนลดกับลูกค้า และเข้มงวดกับการนำก้างปลาออก) – ลูกค้าบอกว่า ลาขาดร้านนี้ (ลบโพสต์-แนะไปทักถามลูกค้าว่าติดขัดอะไรไหม) – ลูกค้าคอมเพลนร้านโดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีใบเสร็จร้าน ใบรับรองแพทย์ (ปิดคอมเมนต์ก่อน แต่ทางร้านต้องการให้ลบโพสต์ แต่แอดมินบอกว่า จะลบให้ก็ได้ แต่คุณต้องไปคุยกับลูกค้าก่อน ซึ่งทางร้านก็ไปคุยและเคลียร์กับลูกค้า ลูกค้าส่งใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์กลับมาให้ร้านตรวจสอบเพื่อรับผิดชอบ) พบแมลง (ลบโพสต์ให้เพราะคุยกับลูกค้าและรับผิดชอบแล้ว) สุดท้าย ทางร้านรู้สึกว่ารบกวนทางแอดมินบ่อย ๆ เลยต้องการส่งคูปองไปให้ 8 ใบ ซึ่งทางแอดมินน้ำหวานบอกว่า ตอนนี้คูปองยังอยู่ที่ตน 6 ใบ ไม่ได้เอาไปใช้งาน ไม่ได้เอาไปขายต่อ ไม่ได้เอาไปแจก ยกเว้นว่าทางร้านจะอนุมัติ และที่ผ่านมา ทางแอดมินไม่เคยติดต่อใครเพื่อขอคูปอง หรือขอเข้าไปกินฟรี ยกเว้นเป็นการขอรับบางส่วนเพื่อเป็นสินน้ำใจในการช่วยจัดกิจกรรมแจกคูปองให้สมาชิก และเมื่อได้ชื่อผู้โชคดี ก็จะส่งรายชื่อให้ร้านเพื่อให้ร้าน ส่งคูปองไปให้ผู้โชคดีโดยตรง งานนี้ดูเหมือนคอมเมนต์เองก็ดูไม่พอใจกับถ้อยแถลงของแอดมินน้ำหวานเช่นกัน ว่าการกระทำแบบนี้ คือการรับสินบน มีนอกมีในกับทางเพจ การตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา สุดท้ายแล้วก็ได้รับประโยชน์และอานิสงค์เพื่อเอาไว้ใช้ต่อรองกับผู้ประกอบการ ไม่ได้มีกลุ่มไว้เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ต่อตัวผู้บริโภคจริง ๆ แอดมินทำตัวงอแงและไม่จบเรื่อง ทั้งที่ฝั่งร้านก็พยายามรอมชอมและหาทางออกด้วยกันทุกฝ่าย นี่คือร้านเดียวยังได้คูปองมา 8 ใบ แล้วร้านอื่นอีกล่ะจะให้คูปองเท่าไร ไม่แปลกใจเลยที่แอดมิน ดร. ของกลุ่ม จะเอาเรื่องนี้ไปเบ่งหน้าร้าน เพราะรู้ว่าร้านแคร์เสียงคนในกลุ่มมากขนาดไหน จนถึงขั้นไปข่มขู่จะกินฟรี การชี้แจงแบบนี้ จากแอดมิน ดร. ที่โดนสังคมถล่มคนเดียว กลายเป็นถล่มแอดมินน้ำหวานไปคู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนบอกว่า เวลาเคสมีปัญหา ร้านถูกคอมเพลน แต่ทางร้านเคลียร์กับลูกค้าแล้วขอให้ลบโพสต์ เพราะเรื่องจบไปแล้ว เป็นมาตรการปกติ ที่ร้านส่งคูปองให้เพื่อตอบแทนแอดมิน ซึ่งจริง ๆ จะไม่ให้ก็ได้ แต่ก็ยังมีคนเข้ามาบอกว่า จริง ๆ ไม่ต้องลบโพสต์ก็ได้ แต่จำเป็นต้องชี้แจงเพิ่มเติมในโพสต์นั้น เพื่อแสดงถึงความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส!! ร้านซูชิเชียงใหม่ ทำบุฟเฟ่ต์กินในรถ รับมือมาตรการโควิด

เมื่อวันที่ผ่านมา หลังจากที่ ศบค. ได้มีประกาศห้ามกินในร้านไดโซะ ซูชิ (Daiso Sushi) ใกล้แยกรวมโชค ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ในตัวเมืองเชียงใหม่ จัดบริการเสิร์ฟซูชิให้ลูกค้ากินในรถโดยทางร้านจัดเตรียมที่จอดรถไว้ให้เรียบร้อย พร้อมพนักงานที่คอยบริการส่งอาหารถึงรถใช้วิธีเสิร์ฟให้กินถึงในรถ มีที่จอดเตรียมไว้พร้อม รักษาระยะห่างอย่างดี สู้ชีวิตในช่วงโควิด-19 เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง สั่งอย่างมีสติ! ร้านบุฟเฟ่ต์ติดป้ายเตือนผู้มาใช้บริการ สั่งมาเยอะแล้วกินไม่หมดมีหน้าชา ร้านบุฟเฟ่ต์ถึงกับกุมขมับ เจอหนุ่มกินกุ้งแบบเยอะมาก จนกุ้งแทบจะหมดร้าน ในส่วนของวิธีการสั่งและเสิร์ฟอาหารนั้น เมื่อลูกค้าใช้บริการทางร้านจะมีคิวอาร์โค้ดให้สแกนเพื่อใช้บริการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่นของร้านที่จะแสดงรายการอาหารทั้งหมดให้ลูกค้าเลือกได้สั่งได้ผ่านหน้าจอโทรศัพท์และเพียงนั่งรออยู่ในรถ จากนั้นรายการอาหารที่สั่งจะผ่านระบบเข้าไปครัวและปรุงอาหาร พร้อมกับที่พนักงานนำมาส่งให้ถึงที่รถ โดยทุกขั้นตอนจะมีการรักษาความสะอาดอย่างดีทั้งตามหลักสุขอนามัยและมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 เจ้าของร้าน นายนิรุทธิ์ แก้วคำฟู เปิดเผยว่า ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 นับตั้งแต่ระลอกแรกทางร้านได้รับผลกระทบอย่างหนักต่อเนื่องและต้องปรับตัวโดยตลอดเพื่อประคับประคองธุรกิจ พร้อมทั้งต้องดูแลพนักงานทั้งหมดให้ได้โดยในระลอกนี้ที่ล่าสุดมีคำสั่งตามมาตรการบังคับใช้ให้ร้านอาหารจำหน่ายได้เฉพาะซื้อไปรับประทานที่อื่นและห้ามนั่งรับประทานในร้าน ซึ่งกระทบกับร้านตัวเองอย่างมากเพราะเป็นร้านซูชิบุฟเฟ่ต์ ที่ต้องรับประทานสด ๆ ใหม่ ๆ จึงจะมีรสชาติและคุณภาพดีที่สุด ซึ่งหากลูกค้าซื้อกลับไปรับประทานหรือใช้บริการเดลิเวอร์รี่ ย่อมสูญเสียในจุดนั้นไป ดังนั้นตัวเองจึงเกิดแนวความคิดแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งเป็นการรักษายอดขายไว้ให้ได้มากที่สุด ด้วยการขายเป็นบุฟเฟ่ต์แบบ Drive-In Buffet โดยบริการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มให้ลูกค้ารับประทานถึงในรถยนต์ และจัดจุดจอดรถไว้ให้เป็นอย่างดี ไม่ห่างจากร้าน ในราคาคนละ 500 บาท สำหรับการรับประทาน 2 ชั่วโมง โดยเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีรับประทานฟรี และเด็กอายุ 6-10 ปี คิดครึ่งราคา เริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00 น. และร้านปิดเวลา 21.00น. จำกัดจำนวนลูกค้าเพียงรอบละ 5 คันเท่านั้น ซึ่งลูกค้าที่ต้องการใช้บริการแนะนำว่าควรจองล่วงหน้า

ด่ารัฐบาลยับ!! ร้านปิ้งย่างไม่ทน สับเละโควิดทั้ง 3 ระลอก

เมื่อวันที่ผ่านมากรณี ศบค.ได้มีคำสั่งยกระดับ 6 จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กทม. ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ให้งดกินอาหารในร้าน ทำให้ร้านอาหารจำนวนมากได้รับผลกระทบนั้น ล่าสุดโลกออนไลน์แชร์ภาพและเรื่องราวจากเพจร้านอาหารปิ้งย่างเกาหลี บุฟเฟต์ ร้าน SUSU Korean BBQ ซึ่งได้ออกมาประณามการบริหารสถานการณ์โควิดของรัฐบาล จนผู้ประกอบต้องเดือดร้อน แบกรับภาระหนี้สิน เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เกิดดราม่า! ร้านอาหารชื่อดังแบ่งแยก ใครใช้สิทธิคนละครึ่ง-เราชนะ นั่งข้างนอก โซเชียลเดือด วิจารณ์ยับร้านอาหารตามสั่งข้างถนน ขายราคาแพงเวอร์ อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมากต่างบอกว่า “ชอบค่ะ ชัดเจนดี เราเป็นคนนึงที่ต้องหยุดงานเป็นอาชีพแรก ไร้การเยียวยา ทั้งที่ระวังตัวมาตลอด สู้ๆนะคะ ไว้โอกาสหน้าจะไปอุดหนุนอีกค่ะ” บ้างก็บอกว่า “ถ้ารัฐไทยเยียวยาแบบญี่ปุ่น ทุกคนจะยอมปิดร้านตามมาตรการอย่างเต็มใจ” กลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตต่างพูดถึงกันในขณะนี้

1 2