ศาลอาญา อ่านคำพิพากษา คดีแก๊งงานบวชบุกโรงเรียนวัดสิงห์ ติดคุกยาวกันเป็นแถว

วันนี้ 30 ก.ย. 62 ศาลอาญาธนบุรี อ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาธนบุรี 3 เป็นโจทก์ฟ้องร้องกลุ่มวัยรุ่นจากงานบวช จำนวน 22 คน ขัดขวางการสอบ GAT/PAT ภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่สามารถใช้เครื่องขยายเสียงในงานบวชเพื่อน จนบุกเข้าไปก่อนเหตุความวุ่นวายในการสอบ โดยฝ่ายโจทย์ได้ฟ้องร้องในกรณีร่วมกันกระทำความผิด ฐานมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง  ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายรวม 15 คน ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ของผู้เสียหาย 2 ราย  ร่วมกับข่มขืนใจผู้อื่นฯ  ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด  และจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานกระทำอนาจาร ซึ่งในจำนวนนี้ มีจำเลยที่ 6 คน ที่ไม่มีพยานโจทก์เบิกความถึง ๖ คน ทั้งไม่ได้ข้อเท็จจริงว่าร่วมกับจำเลยคนอื่นในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ไม่ปรากฏว่าถูกชี้ตัวจากผู้เสียหายคนใด คงมีเพียงภาพจากกล้องวีดิโอวงจรปิดว่าเข้าไปภายในโรงเรียน จึงฟังไม่ได้ว่ากระทำความผิดในข้อหาอื่นยกเว้นข้อหาบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดที่ให้การรับสารภาพเท่านั้น เมื่อศาลพิจารณาพฤติการณ์แวดล้อมประกอบแล้ว จำเลยที่เหลือทั้ง 16 คน อยู่ภายในงานบวชด้วยกัน แต่งกายลักษณะเดียวกัน เดินไปที่เกิดเหตุพร้อมกันและในเวลาใกล้ชิดกัน ต่างกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และกลับออกจากที่เกิดเหตุในเวลาใกล้ชิดกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 16 คน เป็นตัวการร่วมกัน โดยเมื่อตัวการคนใดคนหนึ่งไปกระทำความผิด ตัวการอื่นแม้ไม่ได้ลงมือกระทำด้วยก็จำต้องรับผลของการกระทำนั้นด้วย โดยถือเอาการกระทำและเจตนาของตัวการผู้กระทำความผิดนั้นเป็นของตน ในส่วนฐานความผิดนั้น เห็นว่า การร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ก็เพื่อเข้าไปมั่วสุมกันก่อความวุ่นวายขึ้นในโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเมือง โดยใช้วิธีขับไล่ครูคุมสอบและนักเรียนให้ออกจากห้องสอบอันเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นฯ  ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด  แต่เมื่อครูคุมสอบหรือนักเรียนขัดขืน จำเลยบางคนจึงทำร้ายครูผู้คุมสอบหรือนักเรียนนั้น ๆ  หรือทำลายทรัพย์สินให้ได้รับความเสียหาย  นับว่าเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นใหม่ในขณะนั้นหาใช่เจตนาแต่เดิมตั้งแต่ต้น จึงเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมกัน  เมื่อจำเลยแต่ละคนลงมือกระทำความผิดภายในเจตนาร่วมกันนี้ ตัวการผู้ร่วมกระทำความผิดคนอื่นจึงต้องรับผลของการกระทำความผิดเสมือนเป็นเจตนาและการกระทำของตนด้วย โดยมีคำพิพากษาให้ จำเลยที่ 1 และที่ 18 จำคุกคนละ 15 ปี 11 เดือน จำเลยที่ 2 จำคุก 17 ปี 5 เดือน จำเลยที่ 3 จำคุก 13 ปี 2 เดือน 15 วัน จำเลยที่ 4 ที่ 10 ที่ 12 และที่ 15  จำคุกคนละ 18 ปี 11 เดือน จำเลยที่ 7 และที่ 9 จำคุกคนละ 13 ปี 7 เดือน 10 วัน  จำเลยที่ 11 จำคุก 13 ปี 10 เดือน 15 วัน จำเลยที่ 13 จำคุก 11 ปี 10 เดือน 15 วัน  จำเลยที่ 14 จำคุก 13 ปี 6 เดือน 20 วัน จำเลยที่ 17 จำคุก 19 ปี 3 เดือน จำเลยที่ 19 จำคุก 14 ปี 10 เดือน 20 วัน จำเลยที่ 20 จำคุก 16 ปี 4 เดือน 22 วัน จำเลยที่ 5 […]

หนุ่มคลั่งยา…!! บุกโรงเรียนหาครูสาว

วันที่ 30 พฤษภาคม 2562​ ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ตำรวจสภ.สรรคบุรี​ ต้องใช้กำลังถึง 4 นาย ล็อกตัวนายเอิร์ธ(สงวนนามสกุล)​ ชายอายุ 25 ปี มีอาการเมาสารเสพติด​ คลุ้มคลั่ง นำตัวไปให้แพทย์บำบัด ใช้เวลากว่า 10 นาที​ ในการปล้ำฟัดเอาตัวนายเอิร์ธ ขึ้นรถสายตรวจ สืบเนื่อง​ จากนายเอิร์ธ​ ได้บุกไปยังโรงเรียนมัธยมประจำตำบล ด้วยสภาพ​ เมาสารเสพติด ถามหาครูสาว ฝึกสอน​ คนหนึ่ง ที่นายเอิร์ธอ้างว่าเป็นแฟน สร้างความแตกตื่นตกใจ​ ให้กับครูและนักเรียน จึงโทรแจ้งให้ตำรวจมาระงับเหตุ​ จนตำรวจ​ ตามจับได้ ที่บ้าน​ อย่างทุลักทุเล ******************* (ขอขอบคุณเรื่องจาก บิ๊กเกรียน)  

อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาธนบุรี 3 ได้มีคำสั่งฟ้อง แก๊งงานบวช 11 ข้อหา

วันที่ 13 เม.ย. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีวัยรุ่นไปร่วมงานบวชที่วัดสิงห์ แล้วบุกไปทำร้ายครู นักเรียน ร.ร.วัดสิงห์ขณะกำลังสอบนั้น ว่า คดีนี้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาธนบุรี 3 ได้มีคำสั่งฟ้องและยื่นฟ้องนายมนตรี หรือ อุ๊ พูลทรัพย์ กับพวก รวม 22 คน ต่อศาลอาญาธนบุรีแล้วเมื่อวันที่ 11 เม.ย 62 เวลา 16.30 น. เป็นคดีดำของศาลแล้ว และอัยการขอคัดค้านการประกันตัวของจำเลยทั้ง 22 คน โดยบรรยายฟ้องขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก นายโกศลวัฒน์ กล่าวอีกว่า อัยการได้ฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ร่วมกันบุกรุกเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข โดยใช้กำลังประทุษร้ายและโดยกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ และทรัพย์สินของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายและโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ต่อหน้าธารกำนัล, บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย การที่จำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายและบทมาตราดังนี้ คือ  ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 92, 215,278, 281, 295, 309, 358, 362, 365พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4, 11 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530 มาตรา 4ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 9 พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551มาตรา 3, 31, 42 รวมบทบัญญัติที่ให้รับโทษทั้งหมด 11 ข้อหา และขอให้ลงโทษสถานหนัก อัยการโจทก์ได้บรรยายฟ้อง ว่าการกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการกระทำที่ไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย อาศัยที่มีพวกมากบุกรุกเข้าไปในโรงเรียน ทำร้ายเด็กนักเรียน และครูผู้คุมสอบ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย โดยไม่เลือกว่าเป็นใคร ทั้งที่ไม่รู้จักและไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน เป็นการข่มเหงรังแกผู้อื่นเพื่อความสะใจ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลอื่นและเพื่อความสงบสุขของสังคมโดยรวม ขอศาลได้โปรดลงโทษจำเลยตามอัตราโทษขั้นสูงของกฎหมาย หากจำเลยขอประกันตัว โจทก์ขอคัดค้าน เนื่องจากจำเลยมีเป็นจำนวนมาก ไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายจึงอาจหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยศาลนัดถามคำให้การจำเลยวันที่ 17 เมย.นี้ เวลา 09.00 น. โดยเบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำ นายโกศลวัฒน์ กล่าวต่อว่า เป็นอีกหนึ่งคดีตัวอย่างที่จะเป็นบทเรียนของสังคม รักลูกหลานสอนให้เขาเป็นคนดี รักเพื่อนควรห้ามเพื่อน ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่น เพราะความทุกข์จะกลับไปสู่คนในครอบครัว ผู้ก่อเหตุร้ายละเมิดกฎหมายเสียเอง

กิริยาส่อภาษา วาจาส่อสกุล รู้เลยแบบนี้ว่าเป็นคนจำพวกไหน

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์ตะลุมบอนในโรงเรียนวัดสิงห์เมื่อช่วงบ่าย 24 ก.พ.2562 ที่ผ่านมา  โดยทางโรงเรียนมีการสอบของนักเรียน จึงเดินไปบอกทางประชาสัมพันธ์ให้ทางวัดสิงห์ ชึ่งขณะนั้นมีงานบวช ลดเสียงเบาลง จึงเป็นเหตุให้วัยรุ่นไม่พอใจยกพวกหลายสิบคนมาที่โรงเรียนวัดสิงห์ รุมทำร้ายครูกับนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บหลายคน และมีนักเรียนโดนกระทำอนาจาร ถูกจับหอมแก้ม หลังจากมีการโพสต์เรื่องราวที่ถูกลวนลามในโลกโซเชียล ก็มีเฟสบุ๊กสาวรายหนึ่งเอาเรื่องนี้มาพูดถึงว่าโดนหอมแก้มแค่นี้ทำเป็นจะตาย แถมพูดจาต่ำตมสารพัด จนโดนชาวเน็ตตามรุมจวกยับถึงพฤติกรรมแย่ๆแบบนี้

คลิปป้าญาติเจ้าภาพงานบวช ขอชี้แจงบ้าง งานบวชมันงานรื่นเริง ต้องมีเสียงดังบ้างกินเหล้าบ้าง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงมากในขณะนี้กับเรื่องแก๊งงานบวชบุกโรงเรียนเมื่อ น.ส.ขวัญยืน นุชแฟง อายุ50ปี  ญาติเจ้าภาพที่จัดงานบวช ทำกำลังเป็นกระแสดังในตอนนี้ หลังจากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ถนนเอกชัย ซอย 43  โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมาจากงานบวชดังกล่าวหลังจากที่ไม่พอใจโดนทางโรงเรียนเตือนจากการใช้เสียงดังนั้น น.ส.ขวัญยืน กล่าวว่า ระหว่างที่แห่รอบโบสถ์นั้นโดนเตือนว่ามีเสียงดัง โดยรอบแรกตอนเช้าก็โดนเตือนมายอมเบาเสียงแล้ว ก็ยอมรับว่ามีการดื่มสุรามาก่อนหน้านั้นตอนกินโต๊ะจีน ตัวเองคิดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคงโมโหหลังเตือนรอบที่ 2 คิดว่ามีขอกันมาล่วงหน้าแล้ว ซึ่งก็พยายามเบาเสียงลงแล้วหลังจากโดนเตือน ซึ่งหลังจากโดนแจ้งทุกอย่างหายหมด ต่างแยกย้ายกันเข้าโบสถ์ ญาติที่มาเค้าก็บอกแปลกไม่เห็นเหมือนที่ต่างจังหวัดเลย จะตีกันยังไงก็ได้

1 2