บีบหัวใจ!! พ่อแม่ติดโควิด จำใจต้องดูแลลูก ที่ไม่ได้ติดเชื้อ เพราะเตียงเต็ม

วันที่ 8 พ.ค. 2564 ได้มีผู้ใช้ Tiktok ชื่อ ‘Saphiradindan’ เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก หลังได้มีคุณแม่ท่านหนึ่งได้ออกมาเผยคลิปว่าตนและสามีนั้นติดโควิด-19 และในขณะนี้ถูกแจ้งมาว่าเตียงเต็มทำให้ลูกชายต้องอยู่กับพ่อและแม่ ซึ่งมีความเป็นห่วงว่าลูกจะติดด้วย โดยได้โพสต์ระบุข้อความว่า “พ่อแม่เป็นโควิด-19 ต้องใส่แมสดูแลลูกที่บ้าน เพราะตอนนี้เตียงเต็ม สงสารก็แต่ลูก ไม่รู้ได้รับเชื้อรึยัง จะกอดหอมพ่อกับแม่ก็ทำไม่ได้ 1669 ก็พูดจาได้…มาก” ข่าวอื่นเพิ่มเติม เศร้า! พ่อแม่ลูกติดโควิด ไม่มีที่ไหนรับรักษา เจ้าหน้าที่ รพ.นิ่งเฉย (มีคลิป) หนูน้อย อายุ 22 วัน ติด โควิด-19 อย่างไรก็ตาม คนต่างแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก ต่างบอกว่า “เด็กอาจจะติดได้นะคะ ต้องระวังให้มากๆนะคะ กลัวน้องจะติดไปด้วย” บ้างก็บอกว่า “ก็เข้าใจคุณพ่อคุณแม่นะ ใครจะเลี้ยงลูกอ่ะเนาะ1669 ก็แบบนี้ทำไรชัดช้าไปหมดประเทศไทย”กลายเป็นเรื่องที่ชาวเน็ตพูดถึงกันในขณะนี้

บีบหัวใจ!! หลานชายติดโควิด ไหว้ลาคุณตา ขึ้นรถรพ.ไปรักษาเพียงลำพัง(มีคลิป)

วันที่ 6 พ.ค. 2564 ได้มีผู้ใช้ TikTok บัญชี rescueyasothon ได้มีการเผยคลิปวีดิโอเป็นของ จนท.มารับเด็กชายคนหนึ่งซึ่งติดเชื้อโควิด-19กำลังไหว้ลาคุณตา เพื่อไปรักษาตัวก่อนที่จะก้าวขึ้นรถพยาบาลออกไป โดยในคลิปได้มีการระบุข้อความว่า “ตาจ๋า เดี๋ยวหนูหาย หนูจะกลับมากอดตานะ” ชาวเน็ตต่างสงสาร แห่ให้กำลังใจขอให้หนุ่มน้อยหายป่วยโดยเร็ว เนื้อหาอื่นเพิ่มเติม หนูน้อยติด โควิด-19 เจ้าหน้าที่รับตัวไปรักษา โควิด-19 ไม่เว้นให้ใคร เด็กติดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   ทั้งนี้ หลังจากที่คลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างมาก หลายคนบอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่บีบหัวใจอย่างมาก ต่างสงสารและขอให้หนูน้อยปลอดภัย และหายป่วยโดยเร็ว

บีบหัวใจ!! ชายอินเดียคุกเข่าร้องไห้ อ้อนวอนขอถังออกซิเจนของแม่คืน หลัง ตร. ยึดไปให้วีไอพี

เมื่อวันที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพวิดีโอ เกี่ยวกับชายวัยรุ่นชาวอินเดียในชุด PPE นั่งคุกเข่าและร่ำไห้ วิงวอนตำรวจให้มอบถังออกซิเจนคืนให้เขา เพราะแม่ของเขาต้องใช้และกำลังจะเสียชีวิตเพราะโควิด-19โดยจากภาพจะเห็นว่า ชายวัยรุ่นคนนี้ถึงกับร้องไห้ และคุกเข่าอ้อนวอนตำรวจที่ยึดถึงอ็อกซิเจนของแม่เขาไป ซึ่งรายงานบอกว่า ในที่สุดแม่ของเขาก็เสียชีวิตใน 2 ชั่วโมงหลังจากนั้น เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง อินเดียทุบสถิติติดเชื้อโควิดใหม่ทะลุ 4 แสนคน ไทย ส่งถังออกซิเจนเย็น ช่วยอินเดีย หลังขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์หนัก ต่อมาชายคนนี้ ซึ่งชื่อว่า นาย อันช์ โกยาล ให้สัมภาษณ์ต่อไทมส์ออฟอินเดีย ว่าพวกตำรวจยังคงยึดถังออกซิเจนไปจากเขา แม้เขาจะร่ำไห้ร้องขอแทบขาดใจ โดยตำรวจยึดถังออกซิเจนดังกล่าวเพื่อไปมอบแก่คนไข้ระดับ ‘วีไอพี’ รายหนึ่ง   หลังจากที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปนั้นล่าสุด ราจิฟ กฤษณะ ผู้บังคับการตำรวจใหญ่ สั่งให้สืบสวนเรื่องนี้โดยด่วน และประกาศว่าจะดำเนินการอย่างหนักหน่วงต่อตำรวจที่กระทำผิด อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจท้องถิ่นปฏิเสธข้อกล่าวหา และอ้างต่อสื่อมวลชนว่าถังออกซิเจนดังกล่าวนั้นเป็นถังเปล่าเท่านั้น ไม่มีอ็อกซิเจน ทั้งนี้ โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงนิวเดลีต้องรับมือกับผู้ติดเชื้อจำนวนมหาศาล ถึงขั้นคนไข้ล้นโรงพยาบาล ขาดแคลนเตียงผู้ป่วย ยาและออกซิเจน อย่างเลวร้าย นั่นหมายความว่าคนจำนวนมากกำลังนอนรอความตายอยู่ภายนอกโดยไม่ได้รับการรักษาใดๆ

บีบหัวใจ แม่ อ.ภิญโญ เหยื่อแพรวา 9 ศพ เก็บโน้ตบุ๊ก และกระเป๋าเปื้อนเลือด ดูต่างหน้าลูก

จากกรณีของแพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ขับรถเก๋ง ซีวิค ชนรถตู้ เมื่อปี 2553 แต่มาจนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 9 ปี และศาลได้มีคำตัดสินทั้งทางแพ่งและอาญาจนถึงชั้นศาลฎีกาแต่พบว่า ทางครอบครัวของแพรวาเองกลับไม่ได้ชดใช้ให้เหยื่อจนทำให้นายสุชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยาตัวแทนราชสกุลเทพหัสดิน และนายณัฐพล ทองคำ ทนายประจำราชสกุลเทพหัสดิน ออกมาแถลงข่าวว่าทางราชสกุลเทพหัสดินเองต้องการให้แพรวาชดใช้และมอบเงิน 5 แสนบาท เป็นกองทุนที่จะชดใช้ให้เหยื่อ ล่าสุด ได้มีการไปเจอกับครอบครัวเหยื่อแต่ละคนโดยที่แต่ละคนจะได้รับเงินดังนี้         1. นฤมลปิดตาทานังคนขับรถตู้ศาลสั่งให้แพรวาชดใช้ 500,000 บาท         2. ดร.ศาสตราเช้าเที่ยงนักวิจัยศาลสั่งให้แพรวาชดใช้ 2,500,000 บาท         3. นายปรัชญาคันธานักศึกษาศาลสั่งให้แพรวาชดใช้ 2,500,000 บาท         4. สุดาวดีนิลวรรณนักศึกษาศาลสั่งให้แพรวาชดใช้ 1,500,000 บาท นอกจากนี้ ทางนางลัดดาวัลย์ คุณแม่ของแพรวา ได้ออกมาประกาศว่า พร้อมนำที่ดินใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มูลค่า 50 ล้านบาทไปขาย และถ้าไม่พอจะเอาที่ดินที่เมืองทองธานีอีก 55 ล้านบาทไปขาย เพื่อมาเยียวยาเหยื่อ ทว่าพันตรีสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ ได้เผยว่า คดีนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2553 และผ่านมากว่า 9 ปีแล้ว เมื่อศาลสั่งให้แพรวาชดใช้พร้อมดอกเบี้ยปีละ7% หากแพรวาชดใช้จริงรวมเบ็ดเสร็จบวกดอกเบี้ยแล้วที่ดินที่จะเอามาขาย อาจไม่พอชดใช้เหยื่อสมมุติจ่ายรายละ 1 ล้าน ผ่านไป 9 ปี อย่างไรก็ไม่ใช่เสียแล้ว ด้านคุณติน นายวรัญญู เกตุชู เหยื่ออีกคนของแพรวาที่รอดชีวิตได้ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลสั่งให้แพรวาชดใช้ตน 400,000 บาท ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ตนไม่เคยเรียกร้องอะไรไม่เคยได้ยินหรือคุยกับแพรวาเลย เจอแต่ทนายความตนอาจจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีกับทนายของแพรวาสักเท่าไร พอไปไกล่เกลี่ยทนายของแพรวาก็จะพูดทำนองว่าอยากให้ผู้เสียหายจบตนก็เข้าใจในเมื่อคุณเป็นทนายของแพรวาแต่กระนั้นคุณควรเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง อีกอย่างคือทำไม 9 ปีแล้ว ทำไมแพรวาเพิ่งออกมาโชว์ว่ามีทรัพย์สินซึ่งแบบนี้ไม่ต้องรอฎีกาคุณก็รู้ว่ายิ่งสู้ยิ่งเจ็บเป็นความจริงที่ว่าคุณสามารถสู้ไปได้ถึงฎีกาแต่เรื่องจริยธรรมมันก็สวนทางกันถ้าคุยเอาใจเขาใจเรามันสู้กันไม่ถึง9 ปีหรอกถึงกระนั้นนี่เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ตนได้ยินเสียงแม่เขาครั้งแรกอย่างน้อยเราก็ไม่ต้องไปบังคับคดี นอกจากนี้ ยังได้ไปเจอกับครอบครัวคุณอุกฤษฎ์ นักวิจัยไบโอเทค 1 ใน 9 ที่เสียชีวิตในรถตู้ โดยคุณพ่อคุณแม่ของคุณอุกฤษฎ์ คือ นายอนันต์ รัตนโฉมศรี อายุ 71 ปีและนางรุจิตรา รัตนโฉมศรี อายุ 67 ปี เผยว่า เหตุการณ์ทั้งหมดตนไม่อยากได้เงินได้ทองตนอยากได้ลูกกลับมามากกว่า ตนไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์มากนัก เพราะยิ่งพูดยิ่งเศร้านึกถึงลูกก็คิดถึงแต่ความสูญเสียทุกวันนี้ตนยังเก็บของของลูกเอาไว้ดูต่างหน้า  “วันที่เขาประสบอุบัติเหตุเขาก็เพิ่งออกจากบ้านตอนเช้ามืดขับรถไปทำงานเขาจะกลับบ้านทุกอาทิตย์ แล้วมาเสียชีวิตตอนกลางคืนตอนที่จัดงานศพทางครอบครัวแพรวาก็มาและบอกว่าเป็นแม่ของแพรวาทีแรกเลยก็พบตนแต่ตนไม่สะดวกที่จะคุยตอนนั้นเขาเอาเงินมาช่วยทำบุญเท่านั้นและหลังจากนั้นก็ไม่เคยติดต่อเลย“ จากการสัมภาษณ์พ่อแม่ของอ.ภิญโญ จินันทุยา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารเทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุอ.ภิญโญ ได้ทุนไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นกลับมาใช้ทุนที่มธ. และกำลังจะขอทุนไปเรียนดร. ที่อังกฤษ ทางครอบครัว อ.ภิญโญ เองยังเก็บไว้ทั้งโน้ตบุ๊กและกระเป๋าเปื้อนเลือดของอาจารย์ไว้ แม้อาจารย์จะจากไป 9 ปีแล้ว แม่เก็บทุกอย่างเอาไว้เวลาที่คิดถึงเขาก็จะเอามาดูและแม้ว่าทางราชสกุลเทพหัสดินจะขอโทษแล้วแต่ครอบครัวไม่อยากได้ยินคำขอโทษจากคนอื่นอยากได้ยินทุกอย่างจากปากแพรวาความผิดครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลและไม่คิดว่าราชสกุลจะผิดด้วย     […]

เผยวินาทีบีบหัวใจขณะเจ้าหน้าที่เชิญตัวแม่ทำร้ายลูกตาปิดไปโรงพัก หนูน้อยตะโกนขอ หนูหายแล้ว อย่าจับแม่หนู

จากกรณีเกิดเหตุพ่อเลี้ยงวัย 26 ปี และแม่แท้ๆ อายุ 23 ปี ก่อเหตุทำร้ายลูกสาว วัย 5 ขวบในแคมป์คนงานในซอยเพชรหึงษ์ 22 จนตาบวมปิดมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย และร่องรอยบาดแผลทั่วร่างกายจำนวนมาก โดยแม่เด็กให้การว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนตีลูกสาว แต่กลายเป็นว่าคุณปู่ของเด็กเผยว่าเด็กโดนทั้งแม่และพ่อเลี้ยงรุมทำร้ายนั้นและเมื่อจับกุมตัวได้แม่เองก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายลูก นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก ข่าวสารเมืองปราการ v2 ได้มีการเผยคลิปวินาทีที่เจ้าหน้าตำรวจได้ตามจับกุมหญิงสาวที่ก่อเหตุทำร้ายลูกน้อยจนตาบวม หลังจากเจ้าตัวหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในซอยเพชรหึงษ์ 28 โดยภาพในคลิปดังกล่าว เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่กำลังพูดคุยกับแม่ของเด็กโดยมีหนูน้อยยืนกอดอยู่ข้างๆ และร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “อย่าจับแม่หนูนะ หนูขอร้อง หนูหายแล้ว” พร้อมกับไล่ทุกคนที่เข้ามาให้ออกไป สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ย้อนดู!! นาทีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านเข้าช่วยเหลือหนูน้อยวัย 5… โพสต์โดย ข่าวสารเมืองปราการ v2 เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2019 ขณะที่ผู้เป็นแม่ ก็ได้กล่าวย้ำตลอดเวลาว่า ตนเองหนูไม่ได้ตีลูก ที่เป็นเช่นนี้เพราะออกไปเล่นกันหลาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการเชิญตัว แม่และเด็กไปพูดคุยต่อที่โรงพัก ท่ามกลางชาวบ้านที่ออกมาดูเหตุการณ์พร้อมระบุว่าเห็นพฤติกรรมทำร้ายร่างกายลูกเช่นนี้บ่อยครั้ง

1 2