โปรดเกล้าฯ “บิ๊กแดง” รองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

โปรดเกล้าฯ “บิ๊กแดง” รองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในหลวง โปรดเกล้าฯ “บิ๊กแดง” รองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ วันที่ 18 พ.ย.2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งรองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มีใจความดังนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า บัดนี้ ทรงพระราชดำริว่า สมควรแต่งตั้ง พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็น รองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติ จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็น รองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน

พล.อ.อภิรัตน์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. คอนเฟิร์มไว้ ครบรอบรัฐประหาร 22 พ.ค. เขาเอาแน่นอน

มีไม่กี่เหตุผล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ปล่อยผ่าน กิจกรรมยิงเลเซอร์#ตามหาความจริง สถานที่สัญลักษณ์การชุมนุม ปี 2553 ของ “คณะก้าวหน้า” และหนึ่งในนั้นคือ “กระทรวงกลาโหม” ที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งกองรักษาการณ์หน้ากระทรวง , ทหารลาดตระเวนพร้อมสุนัขทหาร 24 ชั่วโมง และกล้องวงจรปิดอีกหลายจุด ระบบรักษาความปลอดภัย “กระทรวงกลาโหม” ไม่ได้หละหลวม เพราะจากการเช็กกล้องวงจรปิดพบว่า ทีม “คณะก้าวหน้า” ขับรถตู้ชะลอตรงสัญญาณไฟจราจร แยกศาลหลักเมือง ก่อนเปิดกระจก คนหนึ่งทำหน้าที่ยิงเลเซอร์ข้อความ อีกคนถ่ายภาพ โดยจุดแรก ตรงกับห้องทำงาน “บิ๊กณัฐ” พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อนจะขับรถไปยิงเลเซอร์จุดที่สอง ตรงกับห้องเก็บเอกสาร บริเวณกรมแผนที่เก่า โดยใช้เวลาดำเนินการจุดละ 3 -5 วินาที ก่อนเผยแพร่ลงโซเชียล ฝ่ายกฎหมาย “กระทรวงกลาโหม” กางตำราตรวจสอบข้อกฎหมาย พบว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และไม่เข้าข่ายกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากข้อความที่ระบุ เช่น ทหารขับไล่เสื้อแดงทั้งหมดออกจาก CTW  , ทหารควบคุมพื้นที่CTW , เกิดเพลิงไหม้ตอนทหารคุม CTW และ ทหารไม่ยอมให้ดับเพลิงเข้าไปดับไฟ คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น แต่ความผิดที่เด่นชัดคือ เจตนาก่อความเดือดร้อนรำคาญ โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และ กระทำเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับยานพาหนะบนท้องถนน ตาม พ.ร.บ.การจราจร ซึ่งโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ทั้งสองข้อหา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ทันที โดยเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ไม่จำเป็นต้องมีคนมาแจ้งความ คดีนี้ไม่ได้ซับซ้อน “ทีมยิงเลเซอร์” ตั้งใจเปิดเผยตัวตน’โจ่งครึ่ม  แต่เพราะเหตุใดตำรวจยังไม่เรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ทั้งๆ ที่หลักฐานในมือมีครบถ้วน ทราบแม้กระทั้งทะเบียนรถตู้ ใครเป็นเจ้าของรถ , ใครเป็นคนขับ , คนถ่ายภาพ,คนยิงเลเซอร์  แต่คดีกลับล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น แม้แต่ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ยังอดรนทนไม่ไหว ขนาดบอกใบ้ด้วยการโพสต์รูปพร้อมข้อความก็แล้ว ยอมรับก็แล้วว่า “คณะก้าวหน้า”เป็นผู้ทำแคมเปญยิงเลเซอร์ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อรำลึกถึงเหตุรุนแรงทางการเมืองในเดือน พฤษภาคม แต่ตำรวจก็ยังนิ่ง “บิ๊กตู่” รู้ดีนี่คือเกมล่อเหยื่อหวังให้ตะครุบ จึงทำได้เพียงแค่ออกมาปราม และปล่อยให้ตำรวจดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่บุ่มบาม หรือเร่งรัดคดี ให้เข้าทาง “คณะก้าวหน้า” จนกระแสจุดติด เพราะจะไม่ส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาประเทศ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั้ง เรื่องเศรษฐกิจ คนว่างงาน สุขภาพประชาชน ที่ปะเดปะดังเข้ามา ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเตรียมแผนรับมือ เมื่อการยิงเลเซอร์ #ค้นหาความจริง ไม่ทำให้ “บิ๊กตู่” ตะครุบเหยื่อที่วางไว้ มาตรการต่อไปของ  “คณะก้าวหน้า” คือการยกระดับ ส่วนจะออกมาในทิศทางไหน เป็นเรื่องที่ หน่วยงานความมั่นคง ประเมินไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัตน์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. คอนเฟิร์มไว้ ครบรอบรัฐประหาร 22 พ.ค. “เขาเอาแน่นอน”

บิ๊กแดง ยกย่องหมาทหาร มีมารยาท ไม่เห่าพร่ำเพรื่อ เหมือนเกรียนคีย์บอร์ดโพสต์ข้อความชังชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้พบกับสุนัขทหารพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดที่มีชื่อว่า “ซีบร้า” วัย 3 ปี จากหมวดสุนัขทหารกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ซึ่งทำหน้าที่ดูแล บก.ทบ. ก่อนเข้าร่วมทดสอบร่างกายประจำปีงบประมาณ 2563 นั้น ภายหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบร่างกาย พล.อ.อภิรัชต์ได้ขึ้นไปยังห้องทำงานและเขียนข้อความเป็นบทความสั้นๆ แสดงความรู้สึกส่งต่อให้คนใกล้ชิดและสื่อมวลชนได้อ่าน หลังจากถูกกระแสโซเชียลมีเดียแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สืบเนื่องจากกรณีที่ร้องไห้ระหว่างแถลงรายละเอียดเหตุการณ์กราดยิงโคราช โดย พล.อ.อภิรัชต์ระบุว่า “สุนัขทหารยังรู้จักสำนึกบุญคุณกองทัพบก รู้สึกรัก และหวงแหน มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ถูกฝึกมาให้ปฏิบัติหน้าที่ เช่น ตรวจหาวัตถุระเบิด ค้นหายาเสพติด เฝ้าสถานที่สำคัญ หรือปกป้องเจ้านาย เขาจะดุจะเห่าคนแปลกหน้า หรือหากพบสิ่งผิดสังเกต เพื่อนๆ ของซีบร้าเคยเสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และซีบร้า เขาก็รู้ว่าผมคือผู้บังคับบัญชาเขา ถึงแม้เราจะพบกันเป็นครั้งแรก ซีบร้าเขาไม่เห่าพร่ำเพรื่อ มีมารยาท และมีความรับรู้ ถึงความรู้สึกของมนุษย์ เช่น ทหารที่เลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี ถ้าเจ้าซีบร้า สุนัขทหารตัวนี้พิมพ์ทวิตเตอร์เป็น เล่นเฟซบุ๊ก เล่นไอจีได้คงสนุกแน่ ถ้าเจ้าซีบร้าอ่านหนังสือออก มันคงมองเห็นพวกที่โพสต์ข้อความที่สร้างให้เกิดความเกลียดชังกันในระหว่างเพื่อนมนุษย์ โพสต์ข้อความชังชาติ และเจ้าซีบร้าก็คงอยากเป็นซีบร้าเหมือนเดิม คงกลัวที่จะกลายเป็นมนุษย์พวกนั้น” ลงชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.

1 2