“บิ๊กป้อม” ต่อสายตรงหา “น้องเทนนิส” หลังคว้าเหรียญทองโอลิมปิกให้คนไทย

“บิ๊กป้อม” ต่อสายตรงหา “น้องเทนนิส” หลังคว้าเหรียญทองโอลิมปิกให้คนไทย วันที่ 24 ก.ค. 2564 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย  ได้วิดีโอคอลหา เพื่อชื่นชมและแสดงความยินดีกับ “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโดสาวไทย ที่คว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพนักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ 2020  กล่าวระหว่างการลุ้นชมว่า เป็นการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นและสูสีมากในรอบชิงชนะเลิศ ที่เห็นได้ถึงความแกร่ง ไหวพริบและความมุ่งมั่นของ “น้องเทนนิส” ตลอดการแข่งขัน พร้อมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณทีมงานและโค้ช รวมทั้งสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนให้การฝึกซ้อมนักกีฬาอย่างอุตสาหะต่อเนื่อง ท่ามกลางข้อจำกัดในสถานการณ์โควิด-19 โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมได้กำชับให้ทุกฝ่ายได้ดูแลทัพนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคนอย่างดีที่สุดและขอเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาทุกคนในการแข่งขันทุกๆประเภท และขอเชิญชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจเชียร์กองทัพนักกีฬาไทย ได้ทำหน้าที่ผู้แทนประเทศไทยในการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว 2020 ที่จะมีถึงวันที่ 8 ส.ค. นี้” พล.อ.ประวิตร กล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง พุ่งติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิต!! #น้องเทนนิส สุดยอดเฉือนชนะ อิเกลเซียส ได้!! เปิดประวัติ “เทนนิส พาณิภัค” แชมป์เทควันโดโอลิมปิก2020 คนแรกของไทย พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำเพิ่มว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาทุกคนในทุกประเภทการแข่งขัน ขอให้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังด้วยใจที่มุ่งมั่น เพื่อเป็นตัวแทนนำชัยชนะมาสู่คนไทยทั้งประเทศ และขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ติดตามเชียร์และส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคนในการแข่งขันพร้อมเพรียงกัน  

หายงอนแล้ว ? หลัง “บิ๊กป้อม” ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมาเกือบสัปดาห์!!

บิ๊กป้อมหายงอนแล้ว ? เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ก.ค.2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้น ๆ ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน ครั้งที่ 1 ถึงกระแสข่าวการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า ” ไม่ล็อก ๆ ” งานนี้ผู้สื่อข่าวดีใจกันใหญ่หลังบิ๊กป้อมไม่ให้สัมภาษณ์มาเกือบสัปดาห์แต่วันนี้ลั่นให้สัมภาาณ์แล้ว ทั้งนี้หลังประชุม พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว ก่อนที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเป็นประธาน อยู่ระหว่างประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ถึงมาตรการคุมเข้ม 6 จังหวัด อย่างไรก็ตามรอติดตามการแจ้งรายละเอียดอย่างชัดเจนอีกครั้ง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง “บิ๊กป้อม” ปัดตอบถามงอนงดให้สัมภาษณ์สื่อ !! บิ๊กป้อม โยนเจ้าหน้าที่เอาผิด ผู้ประกอบการ ย่านทองหล่อ ปล่อยคนแออัด ทำ โควิด ระบาดหนัก ระบุ อันไหนผิดกฎหมายก็ทำตามขั้นตอน

บิ๊กป้อม ลั่น! ออกโรงแก้วิกฤต รถติด หนัก จี้ กทม.-ตร. ตั้งคณะฯ ดูแล หลังเดือดร้อนหนัก!

วันที่ 8 ส.ค. “พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์” โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จากปัญหาวิกฤตการจราจรในกรุงเทพฯ ที่สะสมต่อเนื่อง หลังจากวางแนวกั้นถนนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ถนนลาดพร้าว) มีผลให้การเดินรถในถนนลาดพร้าวขาออก เคลื่อนตัวได้ช้าสะสมต่อเนื่อง กระทบเชื่อมโยงถึง ถนนวิภาวดี-รังสิต, ถนนพหลโยธิน และถนนพระรามเก้า ต่อเนื่องถึงถนนอื่นๆ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วที่ผ่านมา ทาง “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานติดตามผล การบูรณาการขับเคลื่อนแก้ปัญหาการจราจร โดยมีคณะทำงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสำรวจ ติดตามและแก้ปัญหาระดับพื้นที่เป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งดำเนินการ สำรวจความเชื่อมโยง และกำหนดแนวทางบริหารจัดการ การจราจรในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลต่อเนื่องกันไป “พล.ท.คงชีพ” กล่าวว่า “พล.อ.ประวิตร” ได้กำชับเป็นนโยบาย ให้มีการอำนวยความสะดวก เส้นทางที่มีการเชื่อมโยงในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อการระบายรถ และขอให้มีการปรับและควบคุมไฟจราจรให้เหมาะสม เพื่อเฉลี่ยรถในเส้นทางต่างๆ ไม่ให้ติดค้างสะสมยาวนาน โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อำนวยความสะดวก และควบคุมตลอดเวลา โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน พร้อมทั้งมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ และประสานกับผู้รับเหมาออกแบบ และบริษัทที่ก่อสร้าง หารือทางออกร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ให้การก่อสร้างกระทบกับการจราจรน้อยที่สุด โดยเฉพาะการปรับแนวกั้นถนนให้มีพื้นผิวการจราจรให้ได้มากที่สุด และขอความร่วมมือปรับผิวจราจรระหว่างก่อสร้าง ที่ชำรุด ไม่ราบเรียบในทุกเส้นทางควบคู่กันไป เพื่อมิให้รถต้องชะลอตัวและเกิดอุบัติเหตุบ่อยดังที่เป็นอยู่ “ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานกรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญในการกวดขันวินัยจราจร และกำหนดมาตรการเข้มกับกลุ่มที่ละเลยกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มรถสาธารณะ ประเภทรถโดยสารร่วม และรถแท็กซี่ ที่มีพฤติกรรมขับแซงปาดหน้า และจอดกีดขวางการจราจร ตามข้อมูลที่ประชาชนจำนวนมากแจ้งถึงเจ้าหน้าที่ และให้คณะทำงานที่ตั้งขึ้นดังกล่าว มีการประเมินผลทุกสัปดาห์ และปรับแผนการปฏิบัติให้สามารถบริหารจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง” โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว