ฮือฮา! ชายหนุ่มสั่งครีมหน้าใสให้ ‘บิ๊กตู่’ ถึงบ้าน

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2564 โลกโซเชียลได้มีการแชร์โพสต์จากแบรนด์ครีมดังที่มีดาราสาว โฟกัส จีระกุล เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งมีการกดไลก์ไปกว่า 7.9 พัน และแชร์ไป 2.1 พันครั้งแล้ว โดยมีชายคนหนึ่งทักแชตหาแอดมินว่า “จะสั่ง 1 กระปุกครับ ส่งบ้านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เมื่อแอดมินถามถึงเบอร์โทรศัพท์ ทางชายคนดังกล่าวก็ตอบว่าให้จัดส่งไปตามที่อยู่ดังกล่าวเดี๋ยวก็ถึง ข่าวอื่นเพิ่มเติม พล.อ.ประยุทธ์ รับผิด ที่ไม่สวมหน้ากาก พร้อมย้ำ ปชช. ให้ทำตามกฏ ไม่ธรรมดา! บัญชีทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรีคนล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อมาทางแอดมินเพจได้โพสต์ภาพกล่องพัสดุครีมที่ถูกบรรจุเรียบร้อย และมีการลงชื่อผู้รับคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยที่อยู่คือกรมทหารราบที่ 1 นั่นเอง ต่อมาลูกค้ารายนี้ก็ส่งสลิปโอนเงินให้กับแอดมินเพจ ซึ่งด้านล่างของสลิประบุว่า “ครีมหน้าบางมอบให้ลุงตู่” แอดมินเพจถามเพื่อขอเบอร์โทรศัพท์อีกครั้ง แต่ลูกค้ารายนี้ปฏิเสธ และบอกว่า “ไม่มีเบอร์ประยุทธ์อะครับ แต่ไปส่งตามที่อยู่นั้นก็คงถึงครับ” ก่อนส่งข้อความอีกข้อความหนึ่งที่ทำให้แอดมินเพจเลิกถามเบอร์โทรศัพท์ และยังตอบไปว่าจะส่งสินค้าให้วันจันทร์ มีชาวเน็ตแชร์และกดไลค์กันเป็นจำนวนมากหลายความเห็นรู้สึกถูกใจที่ลูกค้ารายนี้ดูเหมือนสั่งเล่นๆ แต่ความจริงแล้ว โอนเงินจริง หนึ่งในผู้ใช้อินเทอร์เน็ตถึงกับบอกว่าลูกค้ารายนี้เป็น “ตัวแทนหมู่บ้าน”

เพจ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ปิดช่องทางแสดงความคิดเห็นแล้ว

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสั่งปรับแผนดีลวัคซีน สำหรับประชาชนทุกคน ซึ่งโพสต์ดังกล่าวทางเพจได้ทำการปิดคอมเมนต์ไม่ให้แสดงความคิดเห็น ทำให้มีคนบางส่วนแชร์โพสต์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่เปิดพื้นที่รับฟังเสียงของประชาชน จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ผมได้ตัดสินใจเดินหน้า 3 แนวทางเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ดังนี้ครับ แนวทางแรก เราต้องเพิ่มจำนวนวัคซีนของเราให้มากกว่านี้ จากที่ปัจจุบัน เราตั้งเป้าสั่งซื้อวัคซีนที่ 100 ล้านโดส ประเทศไทยควรต้องหาวัคซีนเพิ่มอีก ให้เป็น 150 ล้านโดส หรือมากกว่านั้นให้ได้ แม้ว่าบางส่วนอาจจะส่งมอบให้เราได้ในช่วงปีหน้าก็ตาม ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราไม่ควรจัดหาวัคซีนด้วยเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศจะเกิดขึ้น เมื่อเราฉีดให้ประชาชนได้ 50 ล้านคน เราควรต้องมีวัคซีนให้เพียงพอสำหรับคนไทยทุกคน ซึ่งประเทศเรามีประชากรผู้ใหญ่อยู่ประมาณ 60 ล้านคน และควรต้องมีวัคซีนเผื่อสำรองเอาไว้อีก เพราะทุกวันนี้ ทั่วโลกยังมีความไม่ชัดเจนว่า การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จากไวรัสตัวนี้ จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตลอดจนคำถามอื่นๆ ที่ยังมีอยู่ เช่น หลังจากฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ประสิทธิภาพของวัคซีนจะคงอยู่ได้นานเท่าไหร่ และเรามีความจำเป็นต้องฉีดเข็มที่ 3 อีกหรือไม่ รวมทั้งเรื่องของการกลายพันธุ์ นอกจากนั้น […]

กล้าพอมั้ย ดร.เสรี แนะนำ นายกรัฐมนตรี ต้องกล้าปฏิรูปการเมือง รับรองเลือกตั้งใหม่ได้คะแนนเพียบ

วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 – ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความ ว่า…ถ้าลุงตู่จะอยู่ไม่ได้ ประชาชนที่เคยสนับสนุนเลิกสนับสนุน คงไม่ได้มาจากตัวลุงตู่เองที่ประชาชนสนับสนุนตอนนี้มองว่ามีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและจงรักภักดี แต่จะมาจากคนรอบข้างลุงตู่ บางคนเป็นคนที่ลุงตู่ไม่อาจให้พ้นจากตำแหน่งได้ แต่ประชาชนอยากให้พ้นใจจะขาด นอกจากตัวเองจะมีความสำคัญแล้วยังมีบริวารอีกมาก บางคนสำคัญในด้านการกุมคะแนนเสียง ดังนั้นจำเป็นต้องให้ตำแหน่งทั้งๆ ที่การดำรงตำแหน่งนั้นไม่มีความสง่างามแม้แต่น้อย แต่ไม่ให้ตำแหน่งก็ไม่ได้ มันเป็นวัฒนธรรมโควต้า บางคนเป็นนักการเมืองสีเทา ที่ประชาชนไม่เคยไว้วางใจ แม้จะมาอยู่กับลุงตู่ บางคนนั้นคงเปลี่ยนสันดานยาก ไม่รู้ว่าวันใดจะมีการแสวงประโยชน์ที่ทำให้รัฐบาลลุงตู่มัวหมอง สส. ในพรรคบางคนก็สร้างปัญหา บางคนมีคดีความ บางคนก็มีข้อกังขาทางกฎหมายว่าเป็น สส. ได้ยังไง บางคนก็ใช้อำนาจฟุ่มเฟือย บางคนก็ปากเสีย บางคนก็มีพฤติกรรมเลวร้าย ถามว่าลุงตู่รู้ไหม คิดว่าน่าจะรู้ แต่ลุงตู่คงทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกคะแนนในสภามีความหมายกับการดำรงอยู่ของรัฐบาล ถ้าเอาคนที่เป็นปัญหาออกไป รัฐบาลคงอยู่ไม่ได้ คนที่เชียร์ลุงตู่ก็พยายามจะเข้าใจและทำใจ แต่หลายคนกำลังจะหมดความอดทน บางคนเริ่มไม่เข้าใจว่าทำไมคนพวกนี้จึงยังอยู่ บางคนก็ทำใจไม่ได้ที่คนพวกนี้มีตำแหน่ง มีความสำคัญ การปฏิรูปการเมือง ดูแล้วน่าจะยาก นอกจากจะต้องรักษารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้เอาไว้ อย่าได้แก้ไข อย่าให้นักการเมืองน้ำเน่าขยับตัวหาผลประโยชน์ได้ การปฏิรูปตำรวจต้องรีบทำ เพราะประชาชนมีความหวังมากว่าถ้าจะมีการปฏิรูปตำรวจได้สำเร็จ คงจะต้องเกิดขึ้นในสมัยที่ลุงตู่เป็นผู้นำนี่แหละ อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง […]

สื่อทั่วโลกตีข่าว นายกฯไทย ถูกปรับ หลังฝ่าฝืนกฎหมายไม่สวมหน้ากาก

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้โพสต์ภาพในระหว่างการประชุม ซึ่งเป็นภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สวมหน้ากาก จึงทำให้ประชาชนจำนวนมาก เกิดข้อกังขาในพฤติกรรมนี้ โดยในเวลาต่อมาจะมีการลบรูปดังกล่าว จากกรณีนี้ ทำให้มีการเรียกผู้ว่าฯ กทม. และ ผบช.น.มาปรึกษา และทำการปรับเป็นเงิน 6,000 บาท ในโทษฐานฝ่าฝืนประกาศกทม. เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง พล.อ.ประยุทธ์ รับผิด ที่ไม่สวมหน้ากาก พร้อมย้ำ ปชช. ให้ทำตามกฏ โดนแล้ว สั่งปรับ หลัง “บิ๊กตู่” ถอดหน้ากากขณะประชุม ฝ่าฝืนประกาศกทม. ล่าสุดได้รับความสนใจจากสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก อาทิ สำนักข่าว Reuters ได้นำเสนอข่าวดังกล่าว โดยระบุพาดหัวว่า “นายกรัฐมนตรีของไทย ถูกปรับเป็นเงิน ราว 190 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากการไม่สวมหน้ากากอนามัย” สำนักข่าว Yomiuri ของญี่ปุ่น ได้นำเสนอข่าว โดยพาดหัวว่า “นายกฯไทยเข้าร่วมประชุมรัฐบาลโดยไม่สวมหน้ากาก ถูกปรับ 20,000 เยน ในวันแรกของการใช้กฎบังคับ” สำนักข่าว Washingtonpost […]

โดนแล้ว สั่งปรับ หลัง “บิ๊กตู่” ถอดหน้ากากขณะประชุม ฝ่าฝืนประกาศกทม.

เมื่อเวลา 17.05 น. วันที่ 26 เมษายน 2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊ก กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดหน้ากากอนามัยระหว่างการประชุม โดยข้อความระบุว่า ชาวเน็ตสงสัย “ประยุทธ์” ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ต้องถูกปรับไหม?? จับ/ปรับ จริง ผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะขับรถ – เว้นนั่งขับคนเดียว กรณี มีภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดหน้ากากอนามัยระหว่างการประชุมที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดหาและการกระจายวัคซีน เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 11.00 น. ณ ห้องประชุมสีเขียว ทำเนียบรัฐบาล หลังจากการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งมายังผม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดหรือไม่ ผมจึงได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืน ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก เป็นความผิดตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ […]

1 2 3 45