บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดโรงครัวสนับสนุนรพ.สนาม ช่วยทีมแพทย์ พยาบาล

อีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก นักแสดงรุ่นใหญ่หัวใจอาสา บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ร่วมกับมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เปิดโรงครัวสนาม ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 และเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆโดยได้ผลิตอาหาร สนับสนุนโรงพยาบาล วันละ 3,000 กล่อง แบ่งเป็น มื้อละ 1,000 กล่อง เบื้องต้นช่วยสนับสนุน 3 โรงครัวสนาม ได้แก่ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์,โรงพยาบาลสนามเอราวัณ และโรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน ด้วยอยากมีส่วนช่วยบุคลากรการแพทย์ เนื่องจากเห็นว่าทุกๆ ท่านเหนื่อยมากจริงๆ แต่ก็ไม่ย่อท้อ โดยทำมาต่อเนื่องหลายวันแล้ว ล่าสุด ได้มาตั้งโรงครัวสนาม อยู่ที่สหกรณ์การเกษตรหนองจอก ช่วยผู้ป่วย 350 เตียง ที่โรงพยาบาลสนามที่ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก (โรงพยาบาลเอราวัณ 2) โดยจะอยู่จุดนี้อีกทั้งสัปดาห์ หากอยากร่วมสนับสนุน ทำบุญร่วมกันสามารถนำวัตถุดิบมาร่วมด้วยช่วยกันได้ อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม นก จริยา เปลี่ยนบริษัททำละคร เป็นโรงครัว ทำอาหารแจกแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ติดเชื้อเพิ่ม 136 […]

เปิดชีวิตรันทด ลุงเข้าโครงการเราชนะ แต่สแกนหน้าไม่ผ่าน เพราะเป็นโรคท้าวแสนปม

ลุงวัย 67 สแกนหน้าเราชนะไม่ผ่าน เพราะเป็นโรคท้าวแสนปมตั้งแต่กำเนิด ซ้ำครอบครัวลำบาก น้องสาวต้องดูแลสามีป่วยอีก 1 คน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊กเพื่อขอความช่วยเหลือให้กับคุณลุง ที่ป่วยด้วยโรคเท้าแสนปม และขอเงินจากเราชนะ แต่ไม่สามารถสแกนหน้าได้ผ่าน โดยโพสต์ระบุว่า “เข้าโครงการไทยชนะ แต่ สแกนหน้าไม่ผ่าน”  สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมได้เข้าไปเยี่ยมลุง ตุ่ม หรือ นาย นิมิตร ศาสตริน อายุ 67 ปี ลุงเป็นโรคเท้าแสนปมมาตั้งแต่กำเนิด ลุงตุ่มก็ใช้ชีวิตแบบนี้เรื่อยมา หาเช้ากินค่ำ รับจ้างทั่วไป ไม่มีครอบครัว พ่อแม่เสียหมดแล้ว อยู่ตัวคนเดียว อาศัยวัดปากน้ำภาษีเจริญนอนบ้างกินข้าวบ้างบางวันถ้าไม่มีเงิน เมื่อ 3 ปีที่แล้วก็ไปรับพวงกุญแจมาขาย ก็พอได้ค่าข้าวค่ายาบ้าง แต่มาเกิดโควิดลุงตุ่มก็ไม่ได้ขายอะไรเลย ร่างกายก็ไม่ไหว ตาก็มองไม่ค่อยเห็น น้องสาวของลุงเห็นแล้วก็สงสารจึงเอาลุงมาดูแลเพื่อจะได้มีข้าวกินมีที่นอนมีที่อาบน้ำ ดูแลกันมาเกือบ 2 ปี น้องสาวมีอาชีพขายอาหารตามสั่ง เมื่อก่อนก็อยู่ได้แต่เดี๋ยวนี้แย่เพราะโควิด สามีก็ป่วยต้องฟอกไตวันเว้นวัน เมื่อก่อนสามีก็ขับแท๊กซี่ […]

“บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ยืนยัน ไม่มีฝักใฝ่การเมือง แจงปกป้องสถาบันผิดตรงไหน?

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารารุ่นใหญ่นักบุญ พาเปิดบ้านไปดูกองเอกสาร หลักฐานการรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน 6 จังหวัดภาคอีสาน เมื่อปี 2562 ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด ยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัด ร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถูกเก็บไว้ในแฟ้มอย่างดีและถูกบรรจุใส่ไว้ในลังพาสติกกว่า 50 ลัง ที่เก็บไว้อย่างดีในสำนักงานแห่งหนึ่งย่านอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวว่า “หากใครจะตรวจสอบยินดีให้มาเอาไปตรวจสอบทั้งหมดและต้องนำมาคืนและห้ามหายแม้แต่แผ่นเดียว ช่วงที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องภาคอีสานได้เป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศรับเงินบริจาคผ่านบัญชีตัวเองรวมแล้ว 422 ล้านบาท ได้ออกมาชี้แจงตลอดว่าช่วยเหลืออะไรไปบ้าง แม้กะทั่งจัดซื้อเรือกู้ภัยจัดซื้อรถพยาบาลจัดสร้างโรงเรียนซึ่งทุกบาททุกสตางค์สามารถตรวจสอบได้ และยืนยันว่าไม่เคยคิดเอาเข้ากระเป๋าตนเองแม้แต่บาทเดียว หากไม่บริสุทธิ์ใจที่ผ่านมาคงไม่รอดทั้งสรรพากรและการตรวจสอบต่างๆจนมาถึงทุกวันนี้” อย่างไรก็ตาม การออกมาเชิญชวนให้คนไทยที่รักสถาบันออกมาแสดงพลังวันที่ 1 พ.ย. นี้ไม่ใช่เป็นการปลุกระดมแต่อย่างใดแต่เชิญชวนให้ออกมาร่วมกันต้อนรับเสด็จและแสดงพลังให้พระองค์ท่านเห็นว่านี่คือพลังคนไทยที่รักสถาบัน เท่านั้นเอง ยืนยันว่าไม่มีใครสั่งการหรืออยู่เบื้องหลังแน่นอนซึ่งหลังจากที่ทำกิจกรรมแล้วเสร็จก็จะกลับไปขอสมัครใหม่มูลนิธิร่วมกตัญูญูใหม่ได้พูดคุยกับทางผู้ใหญ่แล้ว ล่าสุดบิณฑ์ ได้ออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า ตนไม่เข้าใจว่าทำไมการที่ตนออกมาปกป้องสถาบันถึงถูกโจมตี ทั้งที่ตนก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่เทิดทูนพระมหากษัตริย์ แล้วก็ไม่ได้มีตนเพียงคนเดียวด้วยที่เป็นแบบนี้ คือถ้าตนทำในสิ่งที่คนไม่เห็นด้วย เช่น ปลุกระดมให้คนเกลียดคนนั้นคนนี้ ก็ว่าไปอย่าง           ตนยืนยันว่าเรื่องการตบคนชูนิ้วกลาง ตนพูดไปด้วยความโมโห แต่ว่าถ้าหากไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง […]

เริ่มแล้ว! “บิณฑ์” นัดรวมพลเสื้อเหลือง-ชมพู ปกป้องสถาบัน ที่วัดพระแก้ว 1 พ.ย.

หลังจากที่มีกระแสดราม่าของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กับ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ที่มีการพูดถึงประเด็นที่คนจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมกับย้ำว่าเยาวชนไม่แสดงพฤติกรรมที่ไม่ดี ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดการวิจารณ์ขึ้นอย่างมาก หลังจากนั้นก็ได้มีการไลฟ์สดประกาศลาออกจากมูลนิธิร่วมกตัญญูทันที เนื่องจากกลัวว่าทางมูลนิธิจะไม่สบายใจ จะโดนคนเข้ามาต่อว่าได้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด บิณฑ์ ก็ได้โพสต์ข้อความประกาศนัดรวมพลคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำจาบจ้วงต่อสถาบัน เจอกันในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ที่วัดพระแก้ว โดยระบุข้อความว่า… กราบขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยทั้งประเทศ ผมไม่ได้สร้างความแตกแยกแต่อยากจะสร้างความรักที่มีต่อชาติ ศาสนา องค์พระมหากษัตริย์ ให้สืบต่อไปจนชั่วลูกชั่วหลาน ถึงเวลาแล้วครับที่พวกเราต้องแสดงให้เขาเห็นว่า ยังมีคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเขา เช่น ยกนิ้วกลางให้ขบวนเสด็จฯ ฉีกพระบรมฉายาลักษณ์ เอารูปพระมหากษัตริย์ไปแปะไว้ข้างบันได เขียนข้อความหยาบคาย ทำคลิปออกมาล้อเลียนพระมหากษัตริย์ จาบจ้วงด้วยถ้อยคำหยาบคายสกปรก ถ้าขืนเราปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ให้พวกเขามาทำร้ายจิตใจเราต่อไปหรือครับ ผมคิดว่าวันข้างหน้าเราอาจจะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ให้พวกเราได้รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศได้ ผมขอพลังอันเป็นมหาพลังของทุกคนชาวไทยที่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในหัวใจ ลุกขึ้นมาปกป้องและเป็นกำลังใจให้พระองค์ท่านด้วยนะครับ ผมจะไปทุกที่ทุกอำเภอทุกจังหวัดถ้ามีการรวมพลังออกมาปกป้องสถาบัน ช่วยกันนะครับ ถึงเวลาแล้วครับที่ต้องให้เขารู้ถึงพลังของพวกเรา อย่ากลัวถ้าเราทำในสิ่งที่ถูก กราบท่านนายอำเภอ กราบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด จัดให้พี่น้องประชนด้วยนะครับถ้าท่านไม่เริ่มก็คงจะยากที่พี่น้องจะออกมาครับ แล้วผมจะออกไปเดินเคียงข้างทุก ๆ ท่านครับ.. วันที่ […]

ด่วน!! ‘บิณฑ์’ประกาศลาออกร่วมกตัญญู ปมจะตบเด็ก-ไม่ทนคนจาบจ้วงสถาบัน (คลิป)

จากกรณี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดเผยถึงประเด็นการจาบจ้วงสถาบัน และย้ำว่า เยาวชนควร ไม่ควรแสดงพฤติกรรมไม่ดี ด่าทอ จาบจ้วง ซึ่งระบุว่า ทนไม่ได้กับการจาบจ้วงดังกล่าว ซึ่งหากเห็นต่อหน้าจะยอมติดคุก ถ้าคิดต่างก็ต่างคนต่างอยู่ โดยล่าสุดเมื่อเวลา 14.06 น. เฟซบุ๊ก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ไลฟ์ ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยประกาศลาออกจากมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยย้ำว่า ตนเองไม่สามารถทนต่อการจาบจ้วงได้ เพราะตนเองรักสถาบันยิ่งชีวิต ตนไม่เคยคิดจะตบเด็ก แต่พูดถึงเรื่องการชูนิ้วกลางให้ขบวน วันนี้ ถือว่าอัดอั้นมาก ต้องขอโทษมูลนิธิ อาสาสมัครทุกคน ที่เคยร่วมทำงานมาหลายสิบปี วันนี้ ขอลาออก ต้องมีจุดยืนกับตัวเอง เพราะต้องการต่อสู้กับคนที่จาบจ้วง ขออย่าให้ไปว่ามูลนิธิเลย “จะขอช่วยเหลือประชาชนเหมือนเดิม แต่คงไม่ได้ไปในนามมูลนิธิแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เราต้องชัดเจน อย่าให้มันฮึกเหิม ไม่ใช่ใครออกมารักสถาบัน ก็ไปตามราวีเขา เชื่อว่า เด็ก 80% ไม่รู้เรื่องราว แต่ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสู้”

1 2 3 4