สุดสลด หลวงตา 80 ออกไปบิณฑบาต ถูกกระบะพุ่งชนมรณภาพ บาตรติดคาหน้ารถ

วันที่ 7 ก.พ.2564 เมื่อเวลา 06.30 น. ร.ต.อ.ชัชชัยยา มากหนู รองสว.(สอบสวน) สภ.สามกระทาย รับแจ้งเหตุรถกระบะชนคนเดินข้ามถนน บนถนนเพชรเกษม ช่วงหลักกม.ที่ 270 หน้าโรงเรียนบ้านดอนกลาง ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย ตำรวจทางหลวงกุยบุรี กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี และกู้ภัยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยภูมินทร์ 12-57 อ.กุยบุรี ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนเลนขวา พบย่ามสำหรับใส่อาหารและเศษอาหารกระจายเกลื่อน ใกล้กันพบกองผ้าเหลืองตกอยู่พบผู้เสียชีวิตคือ หลวงตากาด อายุ 80 ปี เป็นพระสงฆ์ของวัดเขาลั่นทม ที่ร่องกลางถนนพบป้ายทะเบียนรถหมายเลขบห 6186 ราชบุรีตกอยู่ที่โคนเสาไฟส่องสว่าง ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 200 เมตร พบรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีเทา แบบมีรั้วเหล็กที่กระบะหลัง ซึ่งเป็นเจ้าของทะเบียนที่ตกและเป็นรถที่ชนพระรูปดังกล่าวจอดอยู่ริมถนน ตรวจสอบพบ ที่ด้านหน้ารถ มีร่องรอยการชน บาตรพระติดคาอยู่กับกันชนหน้ารถ บนหลังคารถมีหมวกไหมพรมของพระตกอยู่ ส่วนคนขับยืนอยู่ข้างรถด้วยอาการตื่นตกใจ ทราบชื่อคือ นายศุภฤกษ์ ธรรมสาลี อายุ 20 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า พระกาดกำลังกลับจากบิณฑบาต และจะข้ามถนนเพื่อกลับวัดเขาลั่นทม ซึ่งอยู่อีกไม่ไกล แต่ขณะที่ข้ามถนนก็มีรถกระบะของนายศุภฤกษ์ขับมาด้วยความเร็ว บวกกับเวลานั้นฟ้ายังมืดสลัวอยู่ ทำให้มองไม่เห็นจึงชนเข้ากับพระอย่างจัง คาดว่ารถที่ขับตามหลังมา เหยียบซ้ำ โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะสอบสวนคนขับอีกครั้งก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป                           ข้อมูลจาก Khaosod

หลวงพ่อ…!! บิณฑบาตมาเลี้ยงเด็กกำพร้า

เสียงเรียก ตาจ๋าๆ สนั่น ต้อนรับ หลวงพ่อ บิณฑบาตมาเลี้ยงเด็กตาดำๆ ชาวเน็ตบางส่วนลั่นไม่ใช่กิจของสงฆ์ (คลิป) กำลังเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจ และได้รับความสนใจถูกแชร์ส่งต่อในโลกสังคมออนไลน์อย่าง แพร่หลาย ต่อคลิปวีดีโอที่ถูกเผยแพร่โดยเพจ ธรรม ซึ่งได้บันทึกภาพของหลวงพ่อท่านหนึ่งขณะเข้าเยี่ยม เหล่าเด็กๆกำพร้า พร้อมนำอาหารในบาตรที่บิณฑบาตญาติโยมมา สละนำมาป้อนให้กับเด็กๆได้อิ่มท้องกัน ซึ่งทันทีที่หลวงตาเดินเข้ามา เด็กๆก็ต่างส่งเสียงเรียกเจื้อยแจ้ว ร้องเรียก “ตาจ๋าๆ” กันเกรียวกราว ด้วย ความดีใจ อย่างสนิทคุ้นเคย ทั้งนี้ ที่เพจดังกล่าวยังได้เผยข้อความบรรยายคลิประบุว่า…หลวงพ่อบิณฑบาตมาเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่หลาย คนมองว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ผิด ” ท่ามกลางกระแสในโลกสังคมออนไลน์ ที่ต่างเข้ามาแสดงความชื่นชม พร้อม โต้แย้งเสียงที่บอกว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ ***************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก ธรรม)

อวสานห่มผ้าเหลืองบิณฑบาตยามสาย ยืนกดดันหน้าบ้าน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Phume Paradorn ได้โพสต์ภาพชายแต่งกายเหมือนพระ 3 คน ยืนขวางอยู่บริเวณหน้าบ้านพร้อมระบุว่า “มีใครโดนแบบนี้บ้างครับ ถึงเวลาจะมีพระมายืนรอหน้าบ้านอาทิตย์ละบ่อยๆ ครั้ง ถ้าไม่ให้เงินก็จะยืนกดดันรอแบบนี้นานๆ บางทีก็รู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าเราไม่ให้เงิน” ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก  ล่าสุดวันที่ 14 พ.ค.62 เพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ระบุว่าจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพพระสงฆ์ 3 รูป ยืนบิณฑบาตอยู่บริเวณหน้าบ้าน พร้อมข้อความว่า “ใครโดนแบบนี้บ้างครับถึงเวลาจะมีพระมายืนรอหน้าบ้านอาทิตย์ละบ่อยๆครั้งถ้าไม่ให้เงินก็จะยืนกดดันรอแบบนี้นานๆบางทีก็รู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าเราไม่ให้เงิน” ทั้งนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และเกรงว่าจะเป็นพระปลอม ขณะที่บางคนแชร์ประสบการณ์ว่าเคยเจอลักษณะเดียวกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ จ.ศรีสะเกษ สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ ภายใต้การอำนวยการของพันตำรวจเอกพิษณุ สิทธิฑูรย์ ผู้กำกับการกันทรารมย์ ได้มอบหมายให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตรวจสอบในพื้นที่ ร้อยตำรวจเอกปรีดากุล ศิโรรัตน์ นายร้อยตำรวจเวรจราจรแจ้งว่า ขณะออกตรวจพบพระสงฆ์ 3 รูป เดินรับบิณฑบาตอยู่ในเขตเทศบาลอำเภอกันทรารมย์ จึงได้ทำการตรวจสอบปรากฎว่าเป็นพระสงฆ์ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ตรวจสอบใบอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วไม่มีแต่อย่างใด จึงนำตัวส่งสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อผลักดันกลับประเทศต่อไป   ข้อมูลจาก Khaosod

หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ อาพาธแต่ต้องบิณฑบาตช่วยผู้ป่วย

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ มีอาการอาพาธ แต่ยังต้องฝืนเดินบิณฑบาต โดยมีลูกศิษย์คอยพระคอง พร้อมข้อความระบุว่า ฝากถึงตูน บอดี้สแลม และคนรวยๆ ให้บริจาคช่วยเหลือวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี เนื่องจากเจ้าอาวาส ต้องเดินบิณฑบาต ทุกวันจนร่างกายทรุดนั้น ล่าสุด วันที่ 15 มีนาคม 2562 มีรายงานว่า ไวยาวัจกรของวัดพระบาทน้ำพุ ระบุว่า ขณะนี้ที่วัดมีผู้ป่วยและผู้พิการจำนวนมากต้องดูแล หลวงพ่ออายุ 65 ปีแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดีนักแต่ต้องสู้เพื่อผู้ป่วย และวัดให้อยู่รอด แต่ละวันต้องมีค่าใช้จ่ายวันละกว่า 130,000 บาท หรือ 3,200,000 บาท วัดพระบาทน้ำพุ ยังคงรับบริจาค สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป แผ่นรองซับ ถุงดำ และสำลี หรือสามารถ บริจาคเงินได้โดยตรงที่บัญชีวัด หรือผ่านหมายเลขบัญชี  – ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ : 289 – 0 – 84697 – 1 – ธนาคารทหารไทย เลขที่ : 304 – 2 – 41277 – 9 – ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ : 579 – 2 – 33730 – 7 – ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ : 174 – 2 – 39000 – 0 – ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่ : 111 – 1 – 47300 – 7 – ธนาคารธนชาต เลขที่ : 340 – 2 – 14976 – 7 – ธนาคารกรุงไทย เลขที่ : 129 – 0 – 10020 – 9

1 2