ตำรวจรวบ 2 หนุ่ม ปลูกต้นกัญชา กว่า 80 ต้น อ้างโตเต็มวัยจะนำมาเสพเพื่อรักษาโรค

ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ร่วมกันจับกุม นายวรเดช หรือจั๊ว อายุ 49 ปี นายสมภพ หรือหนุ่ม อายุ 42 ปี โดยจับกุมได้ที่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ต่อเนื่อง พื้นที่ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยของกลาง ต้นกัญชา 87 ต้น ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ตำรวจบุกรวบ ! จับหนุ่มลักลอบ ” ปลูกกัญชา ” ในห้อง เตรียมดัน “กัญชา” จากยาเสพติด สู่พืชเศรษฐกิจชุมชน ย้ำกัญชาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้เหมาะสม จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้มาก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กองกำกับสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ได้ทำการจับกุมตัวนายสุทธินันท์ หรือ เบ๊นซ์ และ นายธีรภัทร หรือเหน่ง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ แล้วได้ทำการสืบสวนขยายผล เรื่อยมาจนทราบว่านายสุทธินันท์ หรือ เบ๊นซ์ฯ และ นายธีรภัทร หรือ เหน่ง เป็นผู้คอยให้คำแนะนำและได้ส่งอุปกรณ์การเพาะปลูกต้นกัญชาและเมล็ดพันธุ์กัญชา ให้กับนายวรเดช หรือ จั๊ว และได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายวรเดช หรือ จั๊ว ได้ทำการปลูกต้นกัญชาไว้ที่ห้องพัก จึงเข้าทำการตรวจค้นห้องดังกล่าวต่อหน้านายวรเดช หรือจั๊ว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ต้นกัญชา) จำนวน 10 ต้น สอบถามนายวรเดช หรือ จั๊ว รับว่าของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง และยังรับอีกว่ายังมีต้นกัญชาที่ตนปลูกไว้อยู่อีกจำนวนหนึ่ง เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยให้นายสมภพ หรือ หนุ่ม เป็นผู้ดูแลต้นกัญชาที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบนายสมภพ หรือหนุ่ม แสดงตัวเป็นผู้ดูแลบ้าน จากการสอบถามผู้นายวรเดช หรือ จั๊ว และนายสมภพ หรือ หนุ่ม แจ้งว่าทั้งสองได้ร่วมกันปลูกต้นกัญชาดังกล่าว และเมื่อต้นกัญชาดังกล่าวโตเต็มวัยตนก็จะนำมาเสพเพื่อรักษาโรค ในชั้นจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายวรเดช หรือ จั๊ว และนายสมภพ หรือ หนุ่ม ทราบว่า “ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เปิดรายชื่อ 22 สถานที่ กทม. เสี่ยงติดโควิด-19 ใครเคยไป ให้รีบเช็กอาการด่วน!

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากกรณีที่ศบค.ชุดเล็กหารือและเตรียมออกมาตรการให้มีการปรับพื้นที่โซนสี เพื่อสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มีตัวเลขสูงขึ้นมากในขณะนี้ โดยจะปรับมาตรการให้สอดคล้องกับพื้นที่ มีแนวโน้มการแบ่งโซนพื้นที่สีอาจมีมากขึ้นกว่าเดิม และอาจมีมาตรการให้เดินทางข้ามจังหวัดยากขึ้นนั้น โดยสถานที่ กทม. เสี่ยงติดโควิด-19 มีดังนี้ เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง โควิดชลบุรี ยอดพุ่งแล้ว 40 ราย เปิดภาพปาร์ตี้ภูเก็ต เสี่ยงเป็นอีกคลัสเตอร์ หลังมีคนติดโควิด 19 เขตวัฒนา 1. คริสตัลคลับ ทองหล่อ 25 (Krystal Club Thonglor25) 2. บาร์บาร์บาร์ (Barbarbar) 3. เอกมัย เบียร์เฮ้าส์ (Ekamai Beer House) 4. เอ็มเมอรัลด์ ทองหล่อ13 (Emerald Thonglor13) 5. เดอร์ตี้ บาร์ (Dirty Bar) 6. บอททอมส์อัพ ทองหล่อ (Bottoms up Thonglor) 7. ไอนุบาร์ (AINU Hokkaido lzakaya & Bar) 8. เดอะคาสเซ็ทท์บาร์ (The Cassette Music Bar Ekamai) 9. 63 มิวสิคเฮ้าส์ เอกมัน (63 Music House Ekamai) เขตบางแค 10. สวนอาหารปีกไม้ เขตภาษีเจริญ 11. เดอะ แจ๊ส (THE JAZZ) เขตลาดพร้าว 12. เอ็มคลับ (M Club) 13. 76 การาจ (76 Garage) เขตห้วยขวาง 14. เดอะเพลย์ เอ็กซ์คลูซีฟ คลับ (The Play Exclusive Club) 15. ท็อปวันคลับ (TOPONE Club Bangkok) 16. ชิลชิล เรสเทอรองต์ (Chill Chill Restaurant เหม่งจ๋าย) 17. ไฮโซ ไซตี้ (Hiso Ciety) เขตดินแดง 18. ดูไบลักชัวรี่คลับ (Dubai Luxury Club) เขตพระนคร 19. บาร์เน็กซ์ดอร์ (Bar Next Door BKK) เขตวังทองหลาง 20. 69 ทอมดี้ผับ (69 TomDiiz Pub) 21. ดอลลาร์ แบงค็อก (Dollar Bangkok) เขตบางกะปิ 22. 7 ดั๊กส์ ผับแอนด์เลานจ์ (7-Ducks Pub&Lounge)

ดราม่า! แกร็บไม่แคร์ จอดรับลูกค้า ต่อหน้าตาวินมอไซค์

เมื่อวันที่ผ่านมาได้มีเพจเฟสบุ๊ค GRABสันทนาการFamily ได้โพสต์คลิปพร้อมตั้งประเด็นคำถามว่าทำแบบนี้เกินไปไหม โดยโพสต์ว่า “พี่Win ส่งมา ก็รู้ว่าหน้าวิน ก็ยังรับ อีก ข่าวก็ออกบ่อย ในกลุ่มในเพจ ก็แจ้งกัน ปรับ2000แบบนี้ช่วยไม่ได้นะ ครับ ขอบคุณแค่ถ่ายรูป คลิป ไม่ทำร้ายกัน แอบหน่อยเถอะ” โดยชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ยังไม่ได้ดูข่าวที่ตีกันหรืออย่างไร บ้างก็แสดงความคิดเห็นว่าทำไมถึงไม่ถอดเสื้อก่อนไม่เกรงใจหรือกลัวอะไรเลยหรอ เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อกรมการขนส่งทางบกทำโพลล์ เห็นด้วยกับการสนับสนุนให้ Grab ถูกกฏหมายหรือไม่? เหมือนกันหมด แม้จะเป็นแกร็บรถแดง ก็มีขอปรับราคานอกรอบเหมือนกัน โดยชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นกันอย่างหนัก บ้างก็ตั้งคำถามวินมอเตอร์ไซค์มีสิทธิ์อะไรมาข่มขู่ ห้ามให้แกร็บไบค์มารับลูกค้า เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของผู้โดยสารที่จะเลือกใช้บริการ ขณะที่บางขณะที่บางส่วนบอกว่า เป็นข้อตกลงระหว่างแกร็ปไบค์กับวิน ไม่ให้แกร็บมารับผู้โดยสารใกล้วิน เพื่อไม่ให้มีการแย่งผู้โดยสารจนกระทบกระทั่งกัน

จับได้แล้ว โจรปล้นธนาคาร บางกะปิ

ตำรวจบุกจับคาห้องพักหนุ่มก่อเหตุใช้ปืนจี้ชิงเงินธนาคารกรุงไทยในห้างดัง ย่านบางกะปิ สารภาพก่อเกตุเพราะต้องการเงินไปใช้หนี้บัตรเครดิต จากกรณีคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นธนาคารกรุงไทย ภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น กรึงเทพฯ โดยชักปืนขู่บังคับให้พนักงานเปิดเซฟกวาดเงินสดไปประมาณ 6 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดภาพวงจรปิด พบคนร้ายมาดูลาดเลารอจนธนาคารปิด อาศัยจังหวะพนักงานออกมาเข้าห้องน้ำ จึงก่อเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (27 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.น.4 ชุดสืบสวนบก.น.4 และชุดสืบสวนสน.ลาดพร้าว จับกุม นายสุวิทย์ สิทธิแสน อายุ 36 ปี ผู้ต้องหา ปล้นธนาคารกรุงไทย ได้บริเวณห้องที่ 317 อาคารแห่งหนึ่งใน ซ.ลาดพร้าว 138 ถ.ลาดพร้าว คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมของกลาง เงินสดกว่า 100,000 บาท จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นเซลล์ขายนาฬิกา ทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางนา สาเหตุที่ก่อเหตุนั้นต้องการนำเงินไปใช้หนี้บัตรเครดิต เบื้องต้นควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธปืน

เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ภายในห้องน้ำห้างสรรพสินค้าดัง ย่านบางกะปิ

วันที่ 15 ต.ค. 61 เวลา 18.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น.ได้รับรายงานการจับกุมคดีที่น่าสนใจจาก พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 ว่า พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และสน.ลาดพร้าว ร่วมกันจับกุมตัวนายชูชาติ แก้วศรีราม หรือ ต้นหว่าน อายุ 22 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในห้างสรรพสินค้าย่านบางกะปิ พร้อมของกลางอาวุธไม้กระบอง 2 ท่อนสีดำ โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าห้องน้ำชาย ชั้น 3 ภายในห้างสรรพสินค้าย่านบางกะปิ ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. พ.ต.อ.ภาสกร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.00น. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางกะปิ มีการจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ไว้ได้ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้ต้องหาถูกพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยกันจับตัวไว้ โดยมี นายณัฐกานต์ เฟื่องขจร อายุ 44 ปี ผู้เสียหาย นอนอยู่ที่ม้านั่ง มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งตามตัวและศรีษะมีเลือดออก เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวส่งรพ.พญาไท นวมินทร์ ก่อนควบคุมตัวนายชูชาติ มาสอบสวนเพิ่มเติม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายนายณัฐกานต์ จริง โดยผู้ต้องหาจะรออยู่ภายในห้องน้ำเพื่อรอเหยื่อเข้ามา ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายเข้ามาทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำชาย จากนั้นผู้ต้องหาได้ใช้จังหวะที่ผู้เสียหายอยู่คนเดียว ใช้กระบอง 2 ท่อนที่พกมา ตีเข้าไปที่บริเวณศรีษะของผู้เสียหาย ประมาณ 10 กว่าครั้ง ทำให้ผู้เสียหายล้มลงแล้วได้นำเอากระเป๋าสะพายข้างของผู้เสียหาย วิ่งหนีออกไป ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายได้ร้องขอให้คนช่วย พลเมืองดีพบเห็นเข้าจึงช่วยเหลือก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างจะเข้ากันช่วยจับตัวไว้ได้และเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บและชิงทรัพย์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป