“น็อต วรฤทธิ์” เผยเหตุผล หลังเด็กๆตั้งคำถาม ทำไมในหลวง ร.9 ใส่สูทเข้าป่าเขา ถึงกับกระจ่างทันที !

ช่วงนี้คนบันเทิงออกมาเคลื่อนไหวโดยการโพสต์ภาพ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับ “น็อต วรฤทธิ์” ที่มีจุดยืนชัดเจนมาโดยตลอดได้ออกมาให้เหตุผลที่หลายคนสงสัยมาอธิบายอย่างละเอียดและชัดเจน จากกรณ๊ที่ “ไฮโซลูกนัท” ได้มีการแต่งกายคล้ายกับจะเลียนแบบเบื้องสูง โดยการใส่สูทสีเทาและสะพายกล้องและปิดตาข้างเดียวไปร่วมชุมนุมจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก  เหล่าคนบันเทิงที่รักสถาบันก็ยอมไม่ได้ที่จะให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกจาบจ้วง ข่าวที่เกี่ยวข้อง “เพชร” เล่าความเป็นเพื่อน ระหว่างกันกับ “น็อต” ไม่สามารถนิ่งดูดายได้ ขึ้นอันดับ 1 #แบนน็อตวรฤทธิ์ เกิดอะไรขึ้น? อย่างเช่นเรื่องฉลองพระองค์ของ ในหลวง ร.9 ที่วัยรุ่นไทยหรือบางคนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใส่สูทออกไปทรงงาน “น็อต วรฤทธิ์” ได้ไปหาคำตอบเหล่านั้นมาอธิบายว่า เรื่อง “ค้างคาใจ” ของ “ช่างภาพตามเสด็จ”  เมื่อมี “เด็ก ๆ” หลายคนตั้งคำถาม “ทำไมในหลวง ร.9 ใส่สูทไปตามป่าเขา?” ข้อความต่อไปนี้คัดลอกมาจากเฟซบุ๊กของอดีตช่างภาพตามเสด็จ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” คุณนภันต์ เสวิกุล ซึ่งได้อธิบายคำตอบสำหรับคำถามเรื่อง “ฉลองพระองค์ของ ร.9” ในยามที่เสด็จฯ ทรงงานในป่าเขาและถิ่นทุรกันดาร ดังนี้ . เคยมีคนมาขอ (หลายครั้งมาก) ว่าให้ช่วยโต้ตอบ ที่เขาสงสัยว่า ทำไมในหลวงท่านถึงใส่ “สูท” ไปตามป่าตามเขา … ดูคล้ายไปสร้างภาพแปลกตาให้กับเด็กๆ ที่เกิดไม่ทัน … จะบอกว่า เกิดไม่ทันก็ไม่เป็นไร …แต่เราหาความรู้ได้ เบื้องต้นจะบอกให้ว่า ฉลองพระองค์อย่างนั้นเขาไม่ได้เรียก “สูท” หรือ “ชุดสากลนิยม” … ซึ่ง เสื้อ-กางเกงต้องเข้าชุดกัน ลวดลายเดียวกัน . แต่ฉลองพระองค์แบบนี้ เขาเรียก “เสื้อเบลเซอร์” … เป็น “เสื้อลำลองอย่างง่าย” ง่ายขนาดกระเป๋าบนล่าง เย็บแปะไปกับตัวเสื้อด้วยซ้ำ … *ผมลองไปเปิดหาคำอธิบายใน Google สำนักตักศิลาของเด็ก ๆ แล้ว เขามีคำอธิบายละเอียดกว่านี้ ** ผู้คนสมัยนี้รู้น้อย แต่งตัวไม่รู้จักกาลเทศะเสียผมยังระอาเลย ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่ทราบจะอธิบายเพิ่มเติมว่าอย่างไร  จำไว้นะครับ … เสื้อเบลเซอร์ (Blazer) นะครับ ไม่ใช่ Suit หรือ Jacket Suit … ไม่เหมือนกันเลย  คัดลอกบางตอนจาก : Napan Sevikul” งานนี้เหล่าคนบันเทิงอาทิเช่น โบวี่อัฐมา โยยศวดี และแฟนคลับก็ต่างแห่เข้ามาส่งอิโมติคอนพนมมือและหัวใจสีเหลืองกันเพียบ นั่นคือสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีที่หลายๆคนแสดงออกมาผ่านทางโซเชียลนั้นเอง    

ไขปม 10 เหตุผล ทำไม?ดาราต้องcall out

ช่วงนี้กระแสคนบันเทิงออกมา call out ถึงสถานการณ์ยุคโควิด ฟาดฟันกับรัฐบาลและผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา กำลังเป็นประเด็นร้อนๆที่สั่นสะเทือนทั้งวงการบันเทิงและการเมือง ตอนนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ดาราคนไหนออกมาคอล หรือไม่คอลเอ้าท์แล้ว  แต่มันลุกลามจนกลายเป็นว่ามีทั้งดาราที่ออกมาคอลแล้วโดนหมายเรียกจากทางการ กับดาราที่จ่อจะฟ้องกลับในเรื่องนี้อีกหลายต่อหลายคน นี่ยังไม่รวมถึงคนดังที่ออกมาคอลเอ้าท์ ก็ต่างมีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ทั้งสองฝ่าย  บางคนออกมาปกป้องรัฐบาลก็ถูกรถทัวร์ลงจอดยับ ส่วนคนที่ฟาดกลับจุกๆก็ไม่วายถูกโดนแซะว่าเป็นเด็กปีนเกลียวผู้ใหญ่ จนวงการบันเทิงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว บทความนี้ไม่ได้การเป็นชี้นำหรือเข้าข้างฝ่ายใด แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นเพื่อให้เห็นความเป็นไปของเหตุการณ์ที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฟาดแรง! คิง ก่อนบ่าย ฝากถึง รมว.ดิจิทัล ควรรับฟังแก้ไข ไม่ใช่สู้รบกับดารา “ปุ้ย พิมลวรรณ” โพสต์ฟาดเบาๆ “จ่ายภาษีแบบบังคับ แล้วรอรับสวัสดิการแบบชิงโชค” คนแห่คอมเมนต์เพียบ และนี่คือ 10 เหตุผลที่เจาะลึกว่าเพราะอะไร คนดังต้องออกมาcall out 1.คนบันเทิงได้รับผลกระทบมากๆไม่ต่างกับวงการอื่นๆ ดาราถือเป็นอาชีพที่หาเงินง่าย รายได้ดี แต่พอโควิดมาทุกอย่างพังครืน พวกเค้าจึงต้องออกมาเรียกร้องในสิ่งที่เป็นอยู่ 2.ดาราโพสต์อะไรลงโซเชียล มีความอิมแพคกับคนหมู่มาก แน่นอนว่าทำให้ปลุกกระแสของพวกเค้าให้อยู่สปอตไลท์ของสื่อฯได้ตลอดเวลาที่มีกระแสข่าว 3.มีคนถามว่าการเรียกร้องให้คนดังออกมา Call Out เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนดังหรือไม่ เพราะพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะพูดหรือไม่พูดก็ได้ แต่พอพูดไปแล้วก็ต้องรับมือกับทุกอย่างด้วย 4.พอดาราออกมาพูด แฟนคลับรู้สึกอาจผิดหวังหรือไม่พอใจ นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผล ทำให้คนดังบางคนไม่อยากออกมา call out เพราะกลัวเสียฐานแฟนๆไป 5.การ Call Out เป็นการเปิดโอกาสให้คนบันเทิงที่ไม่ได้มีอำนาจอะไรในบ้านเมือง ได้ใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียเรียกร้องความยุติธรรมแบบเข้าถึงคนได้ทั่วถึง 6.คนคาดหวังว่า ดารา Call Out ยังเป็นช่องทางการเคลื่อนไหวที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ดีกว่าชาวบ้านอีแก้วอีคำ ทั่วไป 7.ดาราต้องระวัง เพราะบางครั้งการ Call Out ก็บานปลายร้ายแรงยิ่งกว่าที่พวกเค้าจะคาดคิดไว้เหมือนน้ำผึ้งหยดเดียว ฉะนั้นที่เค้่าออกมาพูดจึงเป็นสิ่งที่คิดหรือไตร่ตรงดีแล้ว 8.แล้วการที่ดารา ออกมาเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาล เป็นความผิดตรงไหน ตรงนี้เป็นคำถามปลายเปิด ยิ่งทำให้ดาราหลายคนออกมาพูดเยอะมากขึ้น เข้าตำรายิ่งห้ามเหมืนยิ่งยุ 9.เพราะมีนักกฏหมายหลายคนบอกว่าการที่ดาราออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง หากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ติชมบุคคลใดโดยสุจริตหรือเป็นธรรม ก็ย่อมกระทำได้ และการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ ไม่เป็นความผิดทางกฎหมายฐานหมิ่นประมาทแต่อย่างใด ทำให้ทุกคนก็อยากพุดมากขึ้น 10.คำกล่าวที่ว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่วงการบันเทิง จึงไม่แปลกที่ดาราจะcall out แม้ว่ายอดไลค์ที่ได้จากแฟนคลับมากมายจะทำให้เขาได้ประโยชน์นำตัวเลขนั้นไปต่อรองเพิ่มค่าตัวได้มากขึ้นก็ตาม สรุปแล้ว การ Call Out บ้านเราจะเปลี่ยนแปลงสังคมหรือสถานการณ์วิกฤติโควิดในช่วงนี้ได้หรือไม่ อยู่ที่เราเลือกว่าทำอย่างไรจึงจะไม่เกินเลย จนในที่สุดกลายเป็นการล่าแม่มดไปซะงั้น!   เรื่อง:เฮียจอมฉก

เดือดอย่างต่อเนื่อง! “เรื่องของ -ู “เพื่อนฟาดเพื่อน ยังไงเล่าสิ?

มาอีกแล้วจ้าา ดราม่าไม่ทันหยุด มาต่อกันจ้าา ล่าสุด จุดเริ่มต้น เริ่มจากที่ “น็อต วรฤทธิ์” ได้แชร์โพสต์ข้อความที่มีการพูดถึงเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 มาจากเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ให้ข้อมูลเรื่องวัคซีน กรณีที่ไม่ปล่อยให้เอกชนซื้อวัคซีนเอง เพราะเอกชนไม่กล้านำเข้า กังวลเรื่องการมีผลข้างเคียง แต่รัฐบาลมีการจัดซื้อในรูปแบบ Emergency Use ที่มีการตรวจสอบขั้นต้นว่ามีผลข้างเคียงที่ต่ำและหลังจากที่ “น็อต วรฤทธิ์” ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอันดับ 1 #แบนน็อตวรฤทธิ์ เกิดอะไรขึ้น? “เพชร กรุณพล” ถูกปลดจากงาน เพราะมาชุมนุม เผยน้องๆ จะไม่เดียวดาย ขอสู้เคียงข้างนักศึกษา ได้มีการแชร์โพสต์เพจดังกล่าว ด้าน “เพชร กรุณพล” ก็เข้ามาคอมเมนต์ทันทีว่า  “นี่คือสักแต่ว่าเขียน เอาใจรัฐบาลใช่มะ” พร้อมกับเขียนแจกแจงข้อมูลเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบละเอียด  ก่อนจะปิดท้ายว่า “..เข้ามาเสือ… แค่นี้แหละนะ”  และ “น็อต วรฤทธิ์” ก็ได้เข้ามาตอบกลับว่า “เรื่องของ….” ยังไงต่อ…. แต่ก็ยังไม่จบเพราะ “เพชร กรุณพล” ก็เข้ามาสวนกลับอีกว่า “แต่เรื่องของ…มันปลอมอะ” ด้าน “น็อต วรฤทธิ์” ก็เข้ามาฟาดกลับอีกครั้งว่า “ก็แล้วแต่….จะคิด นี่มันเรื่องของ…” ฟาก “เพชร กรุณพล” ก็เข้ามาบอกอีกว่า “คือ..ไม่ได้คิดไปเองไง มันมีข้อเท็จจริงและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่ใช่มโนแบบบทความที่เขียนไว้หลอกคน แต่..ก็เลือกที่จะเชื่อในแบบของ… เอาข้อมูลมาให้เพิ่มเท่านั้นแหละ เวลาไปคุยกับใครจะได้ไม่อายเวลาเขาตอบกลับมา” ฝั่งทาง “น็อต วรฤทธิ์” ก็เข้ามาตอบแบบสั้นๆว่า “ขอบคุณ”  เดือดไม่ไหว เพื่อนฟาดเพื่อน ยังไงคะ ชาวเน็ตต้องออกความคิดเห็นแล้วแหละ!