ลุ้นรัฐบาล ลดค่าไฟช่วงล็อกดาวน์ คาดใช้เงิน 8 พันกว่าล้าน

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่าที่ประชุม 2564 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ตรึงค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนกันยายน – ธันวาคม 2564 โดยให้เรียกเก็บที่ -15.32 สตางค์(สต.)ต่อหน่วย ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้ายังคงจ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดิมในอัตรา 3.61 บาทต่อหน่วย ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2564 ตามแนวทางการพิจารณาที่จะเกลี่ยค่าเอฟทีให้คงที่ตลอดปี 2564 นี้ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ปชช.เตรียมเฮทั่วประเทศ รัฐปรับลดค่าไฟฟ้า เพื่อเป็นของขวัญปี 2564 รมว.พลังงาน เผยผลประชุมคณะกรรมการ กบน. ไม่ต่ออายุโปรการลดค่าไฟฟ้าแล้ว เพราะไม่มีเวิร์คฟอร์มโฮมแล้ว นายคมกฤช กล่าวว่า “การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามภาวะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการการใช้ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะเปราะบาง และได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ การตรึงค่าเอฟทีจึงเป็นการประคับประคองเศรษฐกิจ และไม่เป็นการซ้ำเติมผู้ใช้ไฟฟ้าจากค่าเอฟทีที่ปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี”  กกพ.พิจารณาแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 66.3 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล และแนวโน้มการอ่อนตัวของค่าเงินบาทมาอยู่ในระดับ 31.3 บาทต่อเหรียญสหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าเอฟทีในช่วงปลายปี หากพิจารณาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2565 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกแล้ว ประเทศไทยจะเข้าสู่ภาวะราคาพลังงานขาขึ้น ทำให้ค่าเอฟทีในปี 2565 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบและอัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงเกินกว่าที่ประมาณการไว้ กกพ. จะยังคงสามารถใช้เงินบริหารที่เก็บไว้จำนวน 4,129 ล้านบาท ไปช่วยรักษาเสถียรภาพค่าเอฟทีในช่วงปลายปี 2564 ได้ นายคมกฤช  กล่าวถึง มาตรการลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนในช่วงล็อกดาวน์ 2 เดือนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำแนวทางที่เหมาะสม ซึ่งเบื้องต้นจะใช้งบประมาณ 8,000 กว่าล้านบาท ใกล้เคียงกับการลดค่าไฟครั้งที่ผ่านมา  ส่วนรูปแบบการลดค่าไฟจะเป็นลักษณะไหนขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลจะให้ดำเนินการาอย่างไร

ห้ามกินในร้าน แต่ไม่ได้ห้ามกินในห้อง !? รร.ดังสู้ เปิดห้องพักให้กินห้องละโต๊ะไปเลย !

หลังจากที่รัฐออกมาตรการตามจังหวัดพื้นที่เสี่ยง ห้ามให้ผู้ประกอบกิจการร้านอาหาร เปิดให้นั่งทานในร้าน ต้องสั่งกลับบ้านเท่านั้น ทำให้กระทบถึงประชาชนในหลายๆด้าน ทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องพยายามดิ้นรนหาทางรอดด้วยเทคนิคต่างๆ ล่าสุดได้มี รร.ชื่อดังย่านพระราม9 ได้ออกมาจัดให้กินในห้องโรงแรมแยกๆกันไปเลย ชาวเน็ตได้แห่แชร์ภาพและแคปชั่นระบุว่า จากเจ้าของโรงแรมค่ะ สู้สุดหัวใจ โปรโมชั่น #สู้รัฐบาลในยามคับขัน (ไม่สู้กะโควิดละ……) โรงแรม ONYX พระรามเก้า 53 #…ห้ามนั่ง….ในร้านอาหาร …จัดโต๊ะให้…ในห้องโรงแรมได้ครับ ไม่ผิดกฎ สั่ง 500 ฟรี 1 ชั่วโมง สั่ง 1000 ฟรี 2 ชั่วโมง สั่ง 1500 ฟรี 3 ชั่วโมง สั่ง 2000-5000 ฟรี 4 ชั่วโมง สั่งมากกว่า 5000 ฟรี 1 คืน …มี 73 ห้อง จะกิน จะ… จะ… จะเมา ได้ทั้งนั้น เพราะ…มีโรงแรม เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ดิ้นเพื่อลูกน้องจะได้มีงานทำ ใครไม่ดิ้น…ดิ้น โดยได้มีผู้เข้ามาร่วอมคอมเมนต์ชมในไอเดียและผู้ที่หวั่นว่าจะเกิดการระบาดอีกครั้งครับ แต่ชีวิตยังไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันไปครับ นี่เป็นบรรยากาศภายใน ร้าน (ห้อง)   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ศบค. เผย ปรับ 6 จังหวัด เป็นสีแดงเข้ม ห้ามนั่งกินที่ร้าน สั่งกลับบ้านได้เท่านั้น ประสบการณ์ใหม่! ร้านบุฟเฟ่ต์ ให้ลูกค้านั่งทานในรถ สั่งได้ไม่อั้น 2 ชม. หนุ่มโวย!! เจอเจ้าของร้านข้าว ด่าไร้มารยาท ซื้อกลับบ้าน ห้ามนั่งที่ร้าน

ข้าราชการระดับ บิ๊ก ได้ปลอมตัวเป็นคนส่งอาหาร เพื่อจะได้เข้าใจปัญหาและจะได้นำไปพัฒนา !

พอกันทีกับการนั่งเทียนเขียนนโยบายโดยไม่ได้เข้าใจหรือลิ้มรสถึงปัญหาของประชาชนจริงๆ  รองผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์ แห่งกรมสวัสดิการ กรุงปักกิ่ง “หวังหลิน” 王林 โด่งดังเป็นพลุแตก รูปภาพจาก http://www.macaodaily.com หลังจากเปิดปฏิบัติการลงมือลงแรงสัมผัสชีวิตชาวบ้านด้วยตนเอง ด้วยการปลอมตัวลงไปขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่งอาหารเดลิเวอรี่ นี่เป็นนโยบายจากกรุงปักกิ่งสั่งลงมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ให้หน่วยงานระดับกรมและสำนักงาน พรางตัวลงไปสัมผัสชีวิตจริงในสังคม เพื่อรับรู้ถึงปัญหา , ข้อด้อย , จุดเสี่ยง และความทุกข์ใจของผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะกลุ่ม “ผู้ขับขี่รถส่งอาหาร” หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 外卖小哥 wàimài xiǎogē (ไว่-ไม่-เสี่ยว-เกอ) ซึ่งเป็นอาชีพที่เพิ่มจำนวนบุคลากรขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย หากแต่สวัสดิภาพและสวัสดิการของพวกเขา ยังคงถูกมองข้าม รวมถึงบางส่วนยังถูกบริษัทผู้ให้บริการเอารัดเอาเปรียบ ท่านรองผอ. “หวัง” อาสาเป็นตัวแทนสำนักงาน ลงพื้นที่ขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากการฝึกงานกับผู้ขับขี่รถเดลิเวอรี่ตัวจริง 1 วัน ก่อนที่วันต่อมาจะลุยเดี่ยว วันแรกของ “รองหวัง” ผู้น่าสงสาร ส่งอาหารผิดตึก หาร้านอาหารไม่เจอ จราจรติดขัด โทรหาลูกค้าไม่ติด ไปส่งอาหารช้าโดนปรับเงิน! สารพัดปัญหา ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอุปสรรคที่บรรดาผู้ทำอาชีพส่งอาหารต้องพบเจอในแต่ละวัน . หลังจากลิ้มรสความลำบากพอสมควรแล้ว วันที่ 2 รองหวังขอแก้ตัว เมื่อประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ขอตั้งเป้าทำเงินให้ได้สัก 100 หยวน (500 บาท) จัดเต็มขี่รถส่งของแบบลืมเหนื่อยสัก 12 ชั่วโมง! ปรากฏว่าสาหัสเอาเรื่อง ในเวลามากถึง 12 ชั่วโมง ท่านรองฯ ส่งอาหารได้เพียงแค่ 5 ออเดอร์ ได้เงินค่าเหนื่อยรวมแค่ 41 หยวน หรือราว 200 บาท เท่ากับ 1 ชั่วโมงได้เงินไม่ถึง 17 บาท ซึ่งอย่าลืมว่าค่าครองชีพปักกิ่งสูงกว่าเมืองไทยพอสมควร เจ็บปวดที่สุดคือ ช่วงใกล้ค่ำ วิ่งรถไปส่งอาหาร เนื่องจากการจราจรติดขัดสุดขีด ทำให้ไปช้ากว่าเวลานัดหมาย โดนหักเงินไปอีก 60% เหลือได้รับค่าจ้างเพียง 6.6 หยวน หรือประมาณ 30 บาท! “งานนี้ไม่ง่ายจริง ๆ ผมรู้สึกท้อใจมาก ด้วยเวลาทำงานมากถึง 12 ชั่วโมง ทำเงินได้แค่นี้ (200 บาท) ยังห่างจากเป้าที่ผมวางไว้มากโข” แน่นอนว่าประสบการณ์ลงพื้นที่ อาบเหงื่อสัมผัสชีวิตคนหาเช้ากินค่ำในครั้งนี้ ทำให้รองหวังได้ข้อมูลมากมาย นำกลับไปทำรายงาน เพื่อการปรับแก้นโยบายและบังคับใช้อย่างเข้าเป้าและตรงจุด เพื่อความพึงพอใจของประชาชน “ผมรู้เลยว่ายุคนี้นโยบายต้องยืดหยุ่น และเราต้องลงรายละเอียดในแต่ละอาชีพ จะเหมารวมไม่ได้ โดยเฉพาะอาชีพใหม่ ๆ เราต้องทำการบ้าน หาข้อมูลกันหนักกว่านี้” “พอกันทีกับการนั่งเทียนเขียน คิดนโยบายเอาเองจากในออฟฟิศ การคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานที่ได้ผล ผู้บังคับใช้กฎหมายจะเข้าใจอาชีพนั้น ๆ อย่างถ่องแท้จริง ๆ” นโยบายที่รัดกุม ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ จะทำให้การเอารัดเอาเปรียบ และความขัดแย้งระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้างลดน้อยลง ความสุขของประชาชน โดยเฉพาะคนทำงานในระดับฐานรากจะเพิ่มมากขึ้น สังคมจะน่าอยู่ขึ้น หลังจากเรื่องราวการผจญภัยของรองผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์ปักกิ่งถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดบริษัทผู้ให้บริการส่งอาหารชั้นนำของจีนถึง 2 แห่ง ออกแถลงการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมทบทวนระเบียบ “การปรับเงิน” ค่าจ้าง กรณีส่งอาหารล่าช้า และให้คำมั่นจะส่งทีมงานสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของบรรดาพนักงานขับขี่ รวมถึงพัฒนาประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าการ “ขยับตัว” ลงพื้นที่ทำงานจริงจังของเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในครั้งนี้ ส่งแรงกระเพื่อมมหาศาล ทั้งเป็นตัวอย่างให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ ปฏิบัติตาม รวมถึงช่วยกระตุ้นเตือนบรรดาผู้ประกอบการ ไม่ให้ค้ากำไรเกินควร และเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน เป็นปฏิบัติการพิชิตใจพี่น้องประชาชน ทำให้ทุกคนรู้สึกว่ารัฐบาลปกป้องดูแล ภาษีที่เสียไปคุ้มค่าทุกหยวนทุกสตางค์ ขอขอบคุณข้อมูล http://www.macaodaily.com , FB ไทยคำ-จีนคำ  ข่าวที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลจีนลบข่าว โคลอี จ้าว คว้าออสการ์ เกลี้ยงเน็ต เหตุเคยวิจารณ์ประเทศ คุณแม่ชาวจีนใจป้ำ ทุ่มเงิน 6 ล้าน สร้างสะพานลอย เพื่อให้ลูกข้ามถนน โควิด-19 : ขณะโลกยังไม่ฟื้นจากโรคระบาด เศรษฐกิจจีนไตรมาส […]

40 โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดตราด เตรียมยุบตามนโยบาย สนง.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ที่ห้องประชุม โรงแรมเอวาด้า อ.เมือง จ.ตราด นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานประชุมคณะทำงานบูรณาการจัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ระดับจังหวัด ในพื้นที่จังหวัดตราด โดยมีสำนักงานศึกษาจังหวัดตราด เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ท้องถิ่นจังหวัดตราด นายอำเภอทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม โดยการประชุมในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายการบริหารการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ปีงบประมาณ 2562-2565 ตามแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้โรงเรียนขนาดเล็กของจังหวัดตราด จำนวน 40 โรงเรียน ที่มีนักเรียน ตั้งแต่ 1-120 คน ให้ควบรวมไปเรียนกับโรงเรียนขนาดกลางในพื้นที่ทีมีรัศมี 6 กิโลเมตร เบื้องต้นมีโรงเรียนขนาดเล็กที่ควบรวมแล้ว 6 โรงเรียน และในปี พ.ศ.2563 จะมีเพิ่มอีก 2 โรงเรียน และในปี 2564 จะมีเพิ่มอีกเพียง 1 โรงเรียน ดังนั้น จะมีโรงเรียนอีก 31 โรงเรียน ที่ไม่ต้องการควบรวมไปเรียนกับโรงเรียนขนาดกลาง จากสาเหตุหลายอย่าง คือ มีองค์กรท้องถิ่นหรือหน่วยเหนือให้การสนับสนุน เครือข่ายองค์กรชุมชนเข้มแข็ง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง ชุมชนให้การสนับสนุนโรงเรียน  ครู-นักเรียนมีคุณภาพ การเดินทางสะดวก ผู้ปกครองสามารถรับส่งได้  เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นโยบายการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก นั้น เพื่อต้องการให้นักเรียนและบุคลากรครูของโรงเรียน ย้ายไปเรียนรวมกับโรงเรียนขนาดกลาง เพื่อให้การเรียนการสอนทั้งครูและนักเรียนที่ย้ายไป ได้รับประโยชน์มากที่สุด และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในการบริหารงานโรงเรียน โดยในที่ประชุมนั้น หลายอำเภอเห็นด้วยที่จะควบรวม แต่ต้องให้คณะทำงานลงไปทำความเข้าใจกับโรงเรียน ผู้ปกครอง ชาวบ้าน อีกครั้ง และหากโรงเรียนไหนยังไม่ยินยอมที่จะควบรวมโรงเรียน จะต้องทำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในภายหลัง เพื่อให้การเรียนการสอนมีคุณภาพเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ เผยนโยบายจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอย เพื่อคืนทางเท้าให้แก่ประชาชน

วันนี้ 10 ก.ย.62 นายจิรวัฒน์ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. เปิดเผยถึงการดำเนินนโยบายจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอย เพื่อคืนทางเท้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยยกเลิกจุดทำการค้าหาบเร่แผงลอยทุกประเภทบริเวณถนน ทางเท้า และที่สาธารณะให้ครอบคลุมทั้ง 50 สำนักงานเขต ซึ่งในการยกเลิกจุดทำการค้าดังกล่าว ให้ทุกสำนักงานเขตประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ค้าและช่วยเหลือเยียวยาหาสถานที่ค้าขายรองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบด้วย ปัจจุบัน กทม. ได้ยกเลิกจุดผ่อนผันไปแล้ว 508 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกอีก 175 จุด ในพื้นที่ 19 สำนักงานเขต คาดจะสามารถดำเนินการยกเลิกให้ครบทุกจุดได้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2562 ตามแผนปฏิบัติการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอย เพื่อคืนทางเท้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจากผลการดำเนินการที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยของ กทม. ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบริเวณถนนเพชรบุรี ใกล้จุดเชื่อมกับถนนวิทยุ ชุมนุมประท้วงเนื่องจากสำนักงานเขตราชเทวียกเลิกการอนุญาตให้ค้าขายบนทางเท้าบริเวณดังกล่าว นางสาวรุจิรา อารินทร์ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี ระบุว่า กรณีดังกล่าวได้จัดประชุมชี้แจงกับผู้ค้าขยายเวลาทำการค้าได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังครบกำหนดเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ตรึงกำลัง เพื่อมิให้มีผู้ฝ่าฝืนทำการค้า พร้อมประสานตลาดเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียงจุดทำการค้าเดิม โดยขอความอนุเคราะห์ค่าเช่าในราคาพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้ค้าและจัดสรรพื้นที่จุดผ่อนผันที่อยู่ระหว่างรอการยกเลิกการทำการค้า บริเวณริมคลองสามเสน ฝั่งเกาะพหลโยธิน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ผู้ค้าที่มาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์กับสำนักงานเขตฯ ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแผงค้าเพียงพอกับจำนวนผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกจุดทำการค้าบริเวณถนนเพชรบุรี

1 2 3