ครม.เคาะแล้ว…!! เยียวยานายจ้าง ผู้ประกันตน ม.33 ใครมีสิทธิได้บ้างเช็กเลย

ครม.เคาะแล้ว…!! เยียวยานายจ้าง ผู้ประกันตน ม.33 ใครมีสิทธิได้บ้างเช็กเลย เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 6 ก.ค. 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบวงเงิน 2,519.38 ล้านบาท โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยเป็นส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบในหลักการเยียวยาไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -ตัดพ้อ…!! “นักดับเพลิง” โอดขออุปกรณ์เซฟตัวเอง บอกไม่จำเป็น-ไม่มีงบ “มองพวกเราเป็นแค่เบ๊” -ใจจะขาดแล้วลูก…!! พ่อแม่น้องพอสร่ำไห้ หลังรับร่างลูกชาย   หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ มีดังนี้ 1. นายจ้างที่อยู่ในฐานข้อมูลประกันสังคม ณ วันที่ 28 มิ.ย. 2564 หรือนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. – 30 ก.ค. 2564 จำนวน 41,940 ราย โดยจะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน สูงสุดไม่เกิน 200 คนต่อแห่ง 2. ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 663,916 ราย จะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 2,000 บาทต่อคน ทั้งนี้กรณีที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างมากกว่า 1 ราย ให้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเพียงครั้งเดียวในอัตรา 2,000 บาท สำหรับวิธีการจ่ายเงินเยียวยา กรณีบุคคลธรรมดาและผู้ประกันตนมาตรา 33 จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) เฉพาะการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน กรณีนายจ้างที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานประกันสังคมจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากตามที่นายจ้างแจ้ง หรือตามวิธีการอื่นๆ ที่กระทรวงแรงงานกำหนด เริ่มโอนเงินเยียวยาครั้งแรกภายในวันที่ 23 ก.ค. 2564 และโอนเงินซ้ำทุกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเผยว่า ที่ประชุม ครม. ยังมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคม เร่งลงทะเบียนนายจ้าง และให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบนิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้างลูกจ้างของนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ในช่วงวันที่ 29 มิ.ย. – 30 ก.ค. 2564 เพื่อยืนยันว่ามีการประกอบธุรกิจและมีการจ้างงานตามจำนวนที่แจ้งขึ้นทะเบียนประกันสังคมไว้จริง รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างรายใหม่ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบประกันสังคมมากขึ้นด้วย

ชัดเจนนะ…!! รัฐบาลประกาศ “เยียวยา” ลูกจ้างรับ 2 เด้ง นายจ้าง 3 พัน

ชัดเจนนะ…!! รัฐบาลประกาศ “เยียวยา” ลูกจ้างรับ 2 เด้ง นายจ้าง 3 พัน กระแสข่าวยังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วทุกระแหงสำหรับเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจว่า รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณราว 7,500 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนในกลุ่มแรงงาน 6 จังหวัดได้แก่ กทม. นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ด้วยการจ่ายค่าชดเชย 50% เป็นเวลา 1 เดือน ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศคณะกรรมการบริหารเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์ cv 19 หรือ (ศบศ.) ฉบับล่าสุด ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงัคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงมาตรการเยียวยาธุรกิจก่อสร้าง ร้านอาหาร ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบ   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -เจ้าสาวฟ้องกลับ…!! เตรียมเรียกคุณจอย 2 ล้าน เนื่องจากทำให้อับอาย เสียชื่อเสียง -รัฐบาล…!! ไฟเขียวแล้ว ไม่เลื่อนโครงการ “คนละครึ่งเฟส3” เผยวันเงินเข้า   โดยกระทรวงแรงงานจะช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมด้วยการจ่ายค่าชดเชยจากเหตุสุดวิสัยให้กับลูกจ้าง 50% ของฐานเงินเดือน สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท และจะจ่ายเงินเพิ่มเติมให้กับลูกจ้างในระบบประกันสังคม อีก 2,000 บาท ต่อราย เนื่องจากอาจมีบางธุรกิจไม่จ่ายเงินเดือนให้ลูกจ้างในช่วง 1 เดือนนี้ หรือถูกลดเงินเดือน ทางรัฐบาลจะจ่ายเงินเพิ่มเติมดังกล่าวให้ สำหรับผู้ประกอบการนั้นรัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 3,000 บาท ต่อหัว ของลูกจ้างที่อยู่ในบริษัท สูงสุดไม่เกิน 200 คน เป็นเวลา 1 เดือน นายดนุชา กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ผู้ประกอบการหรือแรงงานที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม หากต้องการรับความช่วยเหลือจะต้องขึ้นทะเบียนเข้าระบบประกันสังคม โดยนายจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 3,000 บาท ส่วนลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินเยียวยา 2,000 บาท ในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถขึ้นทะเบียนในระบบประกันสังคมได้ เนื่องจากไม่มีลูกจ้าง สามารถขึ้นทะเบียนในแอพพลิเคชั่นถุงเงิน ภายใต้โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ภายใน 1 เดือนนี้ โดยขอความร่วมมือธนาคารกรุงไทยในการตรวจสอบ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจในหมวดร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท เท่ากับว่าจะใช้งบประมาณจากประกันสังคม 3,500 ล้านบาท และจากรัฐบาลอีก 4,000 ล้านบาท      

นายจ้างกุมขมับ ! สาวใช้เรียกเงินเดือน 2 หมื่น มีเงื่อนไขไม่ล้างรถ – ถูบ้านแบบวันเว้นวัน

เมื่อ 26 มิถุนายน 2564 เว็บไซต์เอเชียวัน เผยเรื่องของนายจ้างที่สัมภาษณ์งานกับสาวใช้รายหนึ่ง เธอนั้นเป็นแรงงานจากประเทศอื่น ซึ่งระบุข้อเรียกร้องว่า เธอขอเงินเดือน 900 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 21,000 บาท) โดยต้องการวันหยุดอย่างน้อย 2 วัน นอกจากนี้ เธอจะไม่ล้างรถให้ รวมทั้งจะถูบ้านให้แบบวันเว้นวัน ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ชาวเน็ตเห็นใจ! เจอคอนโดแบบนี้จุกอก แม่บ้าน ต้องอยู่ในห้องขยะ รปภ. นั่งตากแดดทั้งวัน ไม่มีป้อมไม่มีร่ม “แม่บ้าน” ถามทำความสะอาด “7ชม. 26,000” คุ้มหรือไม่? ต่อมา นายจ้างที่สัมภาษณ์งาน พยายามแจ้งว่า ที่บ้านนั้นไม่ได้มีคนแก่หรือเด็กที่คอยกวนใจ ส่วนงานที่จะให้ทำก็คือการทำอาหาร และทำความสะอาด หากแม่บ้านจะขอทำแบบวันเว้นวัน ก็สงสัยว่าวันที่เว้นไปแม่บ้านจะทำงานอะไร ส่งผลให้การเจรจาล่มในท้ายที่สุด เพราะเธอไม่ใช่นายจ้างที่แม่บ้านรายนี้อยากร่วมงานด้วย    ขณะเดียวกัน พบว่ายังมีอีกหลายเคสในสิงคโปร์ที่นายจ้างเริ่มเกิดความไม่สบายใจกับคุณสมบัติของแม่บ้าน ที่เริ่มสวนทางกับค่าจ้าง บางรายถูกแม่บ้านที่ทำงานมา 2 ปี ยื่นข้อแม้ว่าจะตกลงทำงานด้วยก็ต่อเมื่อเพิ่มเงินเดือนจาก 750 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 18,000 บาท) เป็น 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 24,000 บาท) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นมาก เพราะก่อนหน้านี้แม่บ้านบางรายได้รับค่าจ้างที่ 570 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 14,000 บาท) เท่านั้น ส่วนข้อมูลจาก สเตรตไทม์ ระบุว่า เงินเดินเฉลี่ยของแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์ที่มีประสบการณ์ เพิ่มขึ้นจาก 700 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 17,000 บาท) เป็น 900 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 21,000 บาท) แล้ว เจ้าของบริษัทจัดหาแม่บ้านแห่งหนึ่ง เผยว่า สถานการณ์ในตอนนี้เฉลี่ยมีแม่บ้าน 1 คน แต่มีนายจ้างต้องการถึง 10 บ้าน ตอนนี้แรงงานต่างประเทศในระบบไม่เกรงกลัวที่จะเพิ่มค่าแรงของตัวเอง แม้คุณสมบัติจะไม่เหมาะสม แต่ก็มั่นใจว่าจะมีงานอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันก็พบว่านายจ้างบางส่วนก็เริ่มจะไปจ้างแรงงานนอกระบบที่ผิดกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ดี ปัญหาดังกล่าวอาจจะสามารถคลี่คลายในอนาคตได้ เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ยืนยันว่า เตรียมจะเปิดโอกาสให้แรงงานข้ามชาติ และแม่บ้านต่างชาติ เข้ามาทำงานในประเทศได้มากขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิดและอัตราการฉีดวัคซีนของประเทศนั้น ๆ ด้วย

เจอเจ้านายเท! แรงงานเมียนมา 14 คน ถูกเจ้านายพาออกมาจากสมุทรสาคร ก่อนจะเอามาปล่อยทิ้งไว้ที่สมุทรปราการ

วันนี้ (23 ธ.ค.2563) เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมา ​จำนวน 14 คน ได้ที่บริเวณปากซอยหมูบ้านกรีนเลค ถนนบาง-ตราด จ.สมุทรปราการ เบื้องต้นพบว่ากลุ่มแรงงานเหล่านี้ทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร แต่ถูกนายจ้างพาหลบหนีออกมา โดยอ้างว่าตำรวจกำลังจะเข้าตรวจสอบใบอนุญาตทำงานและคัดกรอง COVID-19 ก่อนหน้านี้นายจ้างได้นำแรงงานข้ามชาติ จำนวน 23 คน ไปส่งต่อที่ จ.ระยอง เพื่อให้ทำงานในป่าสับปะรด แต่แรงงานทั้งหมดปฏิเสธที่จะทำงาน นายจ้างจึงบอกว่าหากแรงงานคนใดมีญาติพี่น้องก็ให้ไปอยู่กับญาติ นายจ้างจึงนำทั้งหมดไปส่งยังพื้นที่พระราม 2 โดยนำแรงงานกลุ่มนี้ มาส่งให้ญาติใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แต่ญาติของแรงงานกลุ่มนี้ปฏิเสธที่จะรับไว้ เพราะมาจาก จ.สมุทรสาคร และทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานสัญชาติเมียนมา จำนวน 6 คน มีเอกสารทำงาน ระบุ เป็นกรรมกรแปรรูปอาหารสัตว์น้ำ ส่วนอีก 8 คน ไม่มีเอกสารการทำงาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวทั้งหมดไปกักไว้ยังสนามกีฬาฯ เพื่อรอกระบวนสอบสวนคัดกรองโรคจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พร้อมทั้งเร่งสืบสวนติดตามตัวนายจ้างมาสอบสวนต่อไป  

วิกฤตโควิด-19:ประกันสังคมเคาะมาตรการจ่ายเงิน

วิกฤตโควิด-19…!! ประกันสังคมเคาะมาตรการจ่ายเงินร้อยละ50 กรณีว่างงาน-นายจ้างไม่ให้ทำงาน180วัน วิกฤตโควิด-19…!! ประกันสังคมเคาะมาตรการจ่ายเงินร้อยละ50 กรณีว่างงาน-นายจ้างไม่ให้ทำงาน180วัน นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานคณะกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการประกันสังคมมีมติ ในวันนี้ 20 มี.ค. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน กรณีสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 -ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยให้ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตนจากภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ รวมทั้งภัยอื่นๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น ให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป โดยผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน ส่วนกรณีหน่วยงานภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน ร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน -เห็นชอบให้ลดอัตราเงินสมทบนายจ้าง และผู้ประกันตน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นอัตราร้อยละ 4 เป็นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมทั้งยังเห็นชอบให้ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนมี.ค.,เม.ย. และพ.ค. 2563 ออกไปอีก 3 เดือน โดยงวดค่าจ้างเดือนมี.ค. 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 ก.ค. 2563 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนเม.ย. 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 ส.ค. 2563 และงวดค่าจ้างเดือนพ.ค. 2563 ให้นำส่งเงินภายใน 15 ก.ย. 2563 -เรื่องการรักษาพยาบาล คณะกรรมการฯ มีมติให้ดูแลรักษาผู้ประกันตน ที่ป่วยจากไวรัสโควิด-19 ให้ดีที่สุดตามมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่กำหนด นอกจากนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือผลกระทบจากปัจจัยอื่นใด คณะกรรมการยังมีมติเห็นชอบให้จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพิ่มขึ้นแก่ผู้ประกันตน ที่ว่างงานจากกรณีลาออก ร้อยละ 45 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน และจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนที่ว่างงาน จากกรณีเลิกจ้าง ร้อยละ 70 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน ซึ่งมาตรการนี้ ให้ใช้บังคับเป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากนี้คณะกรรมการฯ จะพิจารณาวิเคราะห์และมีมติพิจารณาอีกครั้ง  โดยจะมีการเร่งรัดให้มีผลบังคับโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ต่อไป อาการเมื่อติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19  ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก ระบุว่าอาการโควิด-19 ที่สังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองมี 5 อาการหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้ มีไข้ เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ น้ำมูกไหล หายใจเหนื่อยหอบ บางรายมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ โดย ทางด้านแพทย์อาจจะตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยการเอกซ์เรย์ปอด แล้วพบว่าปอดบวมอักเสบร่วมด้วย หากมีอาการหนักมาก ๆ (พบว่าติดเชื้อในระยะหลัง ๆ แล้ว) อาจอันตรายถึงอวัยวะภายในต่าง ๆ ล้มเหลว

1 2 3