งานเข้านางเอกดัง ! โดนเอาผิด ขายยาสมุนไพรไม่ได้รับอนุญาติ

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 64 เวลา 10.30 น.ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นางสาวสุภาภรณ์ แซ่จาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอินเวย์ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนของบริษัทฯ ผู้นำเข้ายาสมุนไพรต้านโควิด Lianhua Qingwen Capsule (เหลียนฮัว ชิงเวิน แคปซูล) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมด้วย นายกันตเมธส์ จโนภาส ทนายความนำหลักฐานคลิปการไลฟ์สด เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับนางเอกชื่อดังอักษรย่อ ปอปลา ได้อัดคลิปวิดีโอโฆษณาผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเสนอขายยาสมุนไพร เหลียนฮัวฯ ที่นำไปใช้ในการป้องกันรักษาผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 สำหรับพฤติกรรมของดาราสาวที่สืบทราบเนื่องจากว่า มีผู้เสียหายแจ้งมาทางบริษัทฯ จากนั้นบริษัทได้ทำการตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นดาราคนดังกล่าว จากนั้นจึงสืบทราบให้ได้ข้อเท็จจริง และทำการล่อซื้อสั่งซื้อมา โดยบัญชีที่ได้โอนเงินไปเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับดาราคนดังกล่าว แม้ภายหลังตรวจสอบแล้วพบว่า ยาดังกล่าวได้รับการรับรองจาก อย. แล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตในเรื่องของการโฆษณาขายยาทางสื่อออนไลน์ การกระทำของปุ๊กลุก เป็นการขายยาและโฆษณาขายยาอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย พระราชบัญญัติ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 มาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ด่วน!”นางเอกดัง”โดนแบน ลบทุกผลงานไม่มีชื่อ ด่วน!! ราชกิจจานุเบกษาประกาศ “สามีนางเอกดัง” เป็นบุคคลล้มละลายเพราะสิ่งนี้!! อย่างไรก็ตาม ยาเหลียนฮัวฯ ที่ทางดาราสาวขายนั้น มีความคล้ายของแท้เป็นอย่างมาก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้เนื่องจากว่ายังไม่ได้ตรวจสอบ ซึ่งต้องส่งให้ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบก่อน และขณะนี้อยู่ในกระบวนการของตำรวจ ส่วนของกลางจะส่งให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป  

เกินงาม ปิดบ้าง !! “บี น้ำทิพย์”ฟาดกลับชาวเน็ต หลังโพสต์รูปเซ็กซี่..?

เกินงาม ปิดบ้าง !! “บี น้ำทิพย์”ฟาดกลับชาวเน็ต หลังโพสต์รูปเซ็กซี่..? ยืนหนึ่งเรื่องความเซ็กซี่จริงๆ สำหรับ บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ นางเอกสาวชื่อดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาพถ่ายเซ็ตล่าสุดที่เจ้าตัวนำมาโพสต์ลงบนอินสตาแกรม @beenamthipofficial ให้แฟนคลับได้ส่อง ขณะสวมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วนั่งอ่านหนังสือชิวๆ อยู่ในห้อง แต่ทว่างานนี้กลับไม่ได้มีแค่เสียงชื่นชมและยอดไลก์เท่านั้นที่ถูกสาดมาให้แบบถล่มทลาย เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาเขียนคอมเมนต์แสดงความเป็นห่วงเป็นใยใต้ภาพถ่ายดังกล่าว ทำนองว่า “เยอะไปก็เกินงาม ปิดบ้าง ผู้ชายก็ชอบนะ ลงทุกวัน เป็นห่วงค่ะ” #ข่าวที่เกี่ยวข้อง พระเอกเจ้าเสน่ห์ โพสต์ชวนสงสัย แฟนคลับเม้นรัวๆๆ “บี น้ำทิพย์” ไม่ปล่อยผ่าน โพสต์แต่รูปเซ็กซี่ ชาวเน็ตแซะเปิดเยอะไปเกินงาม ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานทางด้าน บี น้ำทิพย์ ก็ได้เข้ามาตอบกลับสิ่งที่ชาวเน็ตรายนี้ได้เขียนถึงเธออย่างละเอียด ก่อนจะปิดท้ายด้วยการกล่าวถึงอีกฝ่ายว่าขอบคุณที่เป็นห่วง โดยแฟนคลับคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกเห็นด้วยเช่นกันกับสิ่งนางเอกสาวได้อธิบายไว้ “ทำไมต้องแคร์ว่าใครจะชอบไม่ชอบล่ะคะ ชอบก็กด like ไม่ชอบก็ผ่านไป ทำอะไรที่เรามีความสุขเพราะนี่คือชีวิตของเราไม่ใช่ของคนอื่นค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ” ขอขอบคุณ ภาพ :beenamthipofficial

“ปุ๊กลุก” ปล่อยโฮกลางรายการ พร้อมเผย ขอลดสถานะ “ไมค์” เป็นแค่เพื่อน ขอใช้ชีวิตทั้งหมดดูแลแม่

“ปุ๊กลุก” ร่ำไห้กลางรายการ พร้อมเผย ขอลดสถานะ “ไมค์” เป็นแค่เพื่อน ขอใช้ชีวิตทั้งหมดดูแลแม่ นักแสดงสาวหน้าสวย ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล เปิดใจพูดครั้งแรกในรายการ WOODY SHOW หลังจากไม่รับงานในวงการบันเทิงตลอด 2 เดือน เล่าทั้งน้ำตาหลังเจอมรสุมชีวิตและอัพเดตอาการป่วยของคุณแม่หลังเกิดอุบัติเหตุ พร้อมประกาศขอลดสถานะความสัมพันธ์กับพระเอกหนุ่ม ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี เหลือเพียงแค่ความเป็นเพื่อน ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาหายจากวงการบันเทิงต้องหยุดทั้งหมดเลย? “มีหลายความรู้สึกเลยนะคะ คือต่อให้เราออกไปทำเราก็คงไม่มีแรงเหมือนกัน เป็นช่วงชีวิตหนึ่งที่แบบพักแล้วก็ถามตัวเองในหลายๆ เรื่อง คือมันเป็นช่วงที่เหมือนเราเจอเรื่องเยอะ รู้สึกเหมือนต้องเข้มแข็ง ต้องผ่านมันไป” ช่วงที่ผ่านมาน่าจะหนักที่สุดในชีวิต? “หนักที่สุดค่ะ เหมือนโลกมันถล่ม เป็นเหมือนเรื่องที่รู้สึกว่ามันไกลตัวด้วย คือไม่ได้มีภาพว่าพ่อกับแม่ที่ไม่สบายเลย ภาพคุณพ่อคุณแม่ในความรู้สึกเรา คือเขาแข็งแรงมากๆ ไม่รู้ว่าลูกคนอื่นเป็นยังไง แต่สำหรับตัวเราพ่อกับแม่เป็นกำลังใจสำคัญที่สุดในชีวิต” “คือมีแฟนกี่คนต้องคุยกับแฟนว่าเราจะไม่มีลูก เพราะอยากเอาเวลาทั้งชีวิตให้กับพ่อและแม่ในช่วงบั้นปลายของเขา อยากเอาเงินทั้งหมดที่มีให้กับคนที่เขาเลี้ยงเรามาทั้งชีวิต อยากให้เขามีความสุขที่สุดในช่วงที่เขาเหนื่อยมามากที่สุดแล้ว” เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา? “เป็นช่วงที่เกิดโควิด คุณแม่มีโรคประจำตัว คือ เป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ว่าไปหาคุณหมอเป็นประจำตลอด แล้วก็ไม่เคยมีอะไรที่เป็นสัญญาณเตือนเลยว่าแย่ เพราะทานยาครบทุกอย่าง คิดว่าน่าจะเป็นช่วงที่เครียดกับโควิดด้วย เพราะคุณแม่ยังต้องทำงานอยู่และต้องออกไปทำงานนอกบ้านก็จะมีความวิตกกังวลบวกกับมีโรคประจำตัว” “และน่าจะเป็นเกี่ยวกับการทำงานแล้วเขาเครียด ในคืนวันนั้นเราก็กำลังจะนอนเลยคือแปรงฟันเรียบร้อยกำลังล้มตัวลงนอนแล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนของหนักมันตก ในใจลึกๆ คิดว่าพี่สาวเพราะห้องอยู่ตรงข้ามกัน ทำไรเสียงดัง พี่ก็บอกเปล่าไม่ได้ทำ” “คือในใจเลยคิดว่าหรือคนในบ้านล้ม พ่อกับแม่ล้ม ตะโกนเรียกแม่พ่อ เลยวิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว ก็เห็นภาพคุณแม่นอนจมกองเลือดอยู่หน้าบันไดเลย คือมันเป็นภาพที่เราเคยเห็นในละครเยอะมาก แต่ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ จะเป็นยังไง พี่วู้ดดี้รู้มั้ยว่ามันไม่เหมือนกับที่เราแสดงมาทั้งชีวิตเลย ตกใจมาก ไม่คิดว่าเป็นภาพที่จะเห็น และรับมือกับมันไม่ได้เลย” “พอเรากรี๊ด พี่สาวก็ลงมาเลยหยิบกุญแจรถ ถามกันว่าจะรอรถพยาบาลหรือจะไปส่งแม่แต่สภาพคุณแม่ไม่มีทางเลือกอื่นคือยังไงจะต้องขับรถไปเลย เลยช่วยกันอุ้มคุณแม่กับแม่บ้าน ต้องเอาไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ไม่มีเวลาที่จะขาดสติได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว” “ดีใจที่วันนั้นเราไม่ได้กลับบ้านดึก ดีใจที่วันนั้นเราอยู่ที่บ้าน ดีใจที่ไม่ได้นอนเร็วเหมือนทุกครั้ง รู้สึกว่ามันมีความโชคร้ายแต่มันก็มีความโชคดีอยู่ในนั้น ที่เป็นวันที่ทุกคนในบ้านอยู่พร้อมกันหมดเลยที่จะช่วยกัน พอไปถึงโรงพยาบาลแล้วทราบตอนไหนว่าตกลงเป็นอะไร? “คุณหมอที่โรงพยาบาลแรกแจ้งว่าเส้นสมองของคุณแม่มีการทับกันบางๆ น่าจะเกิดจากการผิดปกติบางอย่างก่อนที่จะล้ม ซึ่งเขาก็ไม่ทราบว่าล้มก่อนหรือเส้นเลือดในสมองมีปัญหา” “จนที่ไปโรงพยาบาลปัจจุบันที่คุณแม่รักษาตัวอยู่ คุณหมอแจ้งว่าจากลักษณะการแตกของกะโหลก เส้นเลือดแตกก่อนแน่นอน เพราะว่าคุณแม่ไม่มีการพยุงร่างกายไว้ได้เลย คุณหมอใช้คำว่าเหมือนแตกอย่างหนักด้านหลัง จากสาเหตุความดันโลหิต เส้นเลือดในสมองแตก” ทุกคนพอได้ทราบก็เป็นห่วงและคิดว่าวันนั้นในใจปุ๊กลุกคงเศร้ามากๆ? “มีความรู้สึกว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยในชีวิต อย่างที่บอกไปว่าเห็นคุณพ่อกับคุณแม่ลำบากเราอยากมีเงินเพื่อให้เขาสุขสบาย แต่ทุกวันนี้มันกลายเป็นว่าเหมือนกับเราจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ เพื่อที่จะแลกกับการรักษาที่เราไม่รู้ว่าจุดจบคือเมื่อไหร่ รวมถึงอะไรที่มันดีเงินมันก็ต้องแลกกับสิ่งนั้น” “แล้วคือวันแรกที่เจอคุณหมอก็แจ้งเลยว่าคือ โอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือโอกาสที่จะฟื้น หรือโอกาสที่จะรอดมันเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆ เหมือนคุณแม่ขาดออกซิเจน สมองขาดอากาศหายใจนานเกินไป คือตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าคุณแม่หมดลมหายใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เราทำดีที่สุดแล้ว คุณหมอแจ้งว่าจากแผ่นเอ็กซเรย์มันขาดนานเกินไป” “แล้วคุณหมอก็ถามว่าลูกสาวมีวิธีการคิดยังไงหลังจากนี้ ถ้าเกิดว่าตัวคุณแม่ไม่เหมือนเดิม จะให้หมอรักษาแบบไหนที่ญาติต้องการ คือคุณหมอก็คงรู้ว่าค่าใช้จ่ายจะเยอะตามมา เราก็ตอบว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่ปล่อยมือแม่ ให้คุณหมอรักษาเต็มออปชั่นเท่าที่คุณหมอจะทำได้ โดยที่ไม่ต้องคำนึงเรื่องค่าใช้จ่าย คือรู้ว่ามันหนักสำหรับเรา แต่ว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ชีพจร ออกซิเจน อะไรทุกอย่างของแม่ไม่ได้ส่งสัญญาณมาว่าแม่ไม่อยากที่จะไปต่อกับหนู หนูก็จะไม่ทรมานแม่” “ตอนอยู่ในห้อง ICU ก็คุยกันทุกวันว่าถ้าแม่สู้ แม่ต้องให้หนูเห็นว่าหนูไม่ได้ทรมาน เพราะว่าหนูก็จะทำสุดเท่าที่หนูจะทำได้ จะจับมือแม่จนกว่าแม่จะปล่อยมือหนู หนูไม่มีทางปล่อยมือแม่ถ้าแม่ไม่ส่งสัญญาณอะไรมา ครอบครัวเราจะไม่ปล่อยมือแม่” “พอวันที่แม่ล้มมันทำให้ทุกคนในบ้านกลับมาคุยกันว่าจริงๆ มีอีกตั้งหลายอย่างที่เราทำได้มากกว่านั้น เช่น บางทีเรารู้สึกว่าแม่ขี้บ่น ขี้น้อยใจ เราอยากเปลี่ยนเขาว่าทำไมต้องน้อยใจเราด้วย เราก็ต้องมีเพื่อน ต้องออกไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง เขาจะมีความรู้สึกว่าต้องเจอเราทุกวัน ต้องใช้เวลากับเขามากที่สุด ทำให้เราอยากเปลี่ยนเขา” “กลายเป็นรู้สึกว่าทำไมในตอนนั้นเราไม่เข้าใจเขา ทำไมไม่มองว่ามันคือความน่ารัก คิดว่าพ่อแม่จะมีความสุขที่สุดถ้าเรายอมรับในสิ่งที่เขาเป็นและไม่เป็น เราเปลี่ยนเป็นความเข้าใจไปเลยดีกว่าถ้ามันทำให้เขามีความสุขมากขึ้น พอเจอกับเหตุการณ์นี้จึงทำให้เราคิดได้” “คนรอบข้างก็กลัวว่าเราต้องเสียใจ ถ้ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เราหวัง แต่ก็รู้สึกว่าไม่ว่าอะไรเราก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว ถ้ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการ มันจะดีกว่าไหมถ้าวันนี้เรายังหวังกับมันได้อยู่ ถ้าเรายังหวังว่าแม่เราจะหาย ในขณะที่คนอื่นอาจจะหมดหวังไปแล้ว ตราบใดชีวิตที่มันยังหวังได้อยู่มันก็ไม่ได้ผิด” ถ้าวันหนึ่งคุณแม่ตื่นขึ้นมาดูในการพูดคุยของเราได้ อยากจะบอกอะไรกับคุณแม่? “อยากให้แม่รับรู้จริงๆ ว่ามันไม่มีอะไรมาแทนที่แม่ได้เลย ไม่มีวันไหนที่หนูนอนหลับได้โดยไม่ตื่นมากลางดึก ไม่ว่าจะนอนที่บ้านหรือที่ห้อง ICU ไม่มีวันไหนเลยหลังจากที่ไม่มีแม่เป็นปกติแล้ว ที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปแบบปกติได้” “รู้สึกว่ามันเร็วเกินไปที่หนูหรือแม่ต้องเจอ คุณแม่เพิ่งอายุ 60 เอง สำหรับหนูคิดว่ามันเร็วเกินไป เป็นช่วงที่เราเพิ่งเก็บเงินที่จะพาเขาไปใช้ชีวิตได้ อยากให้แม่รู้ว่าทั้งชีวิตของหนูก็มีแค่พ่อกับแม่ อยากใช้ชีวิตทั้งหมดที่มีเพื่อที่จะดูแลคนที่ดูแลเรามาทั้งชีวิต” ทราบมาว่าตอนนี้ถึงขั้นไปลงเรียนผู้ช่วยพยาบาลเพื่อมาดูแลคุณแม่และค่อยๆ เฟดตัวจากงานในวงการ เพราะอยากดูแลคุณแม่เต็มเวลา? “คงจะไม่ได้เฟดไปแบบ 100% แต่ว่าคงจะต้องเลือก อย่างถ้าวันหนึ่งมีถ่ายละครได้ก็คงต้องทำ เพราะว่าเงินก็เป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้มากๆ เลยในการที่เราจะนำไปรักษาคุณแม่ให้ได้นานที่สุด ตามกำลังที่เรามี เพราะฉะนั้นถ้าจะเฟดคงจะเป็นการเลือกดีกว่า” “บางรายการที่มันบันเทิงมากๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาความรู้สึกบันเทิงมาจากไหน ก็เลยไม่ได้รับ แต่ถ้าในด้านการแสดงก็เป็นจิตวิญญาณของเรา ยังไงเราก็ต้องทำแลกกับเงิน ส่วนการเรียนพยาบาล เพราะเราอยู่ในห้อง ICU ทุกวัน เห็นการทำงานทุกอย่างของพี่พยาบาลรวมถึงคุณหมอ รู้สึกว่ามันคงจะดีถ้าวันหนึ่งเรารู้จักว่าอะไร ทำไปเพื่ออะไร วิธีการทำแบบไหน อันไหนอันตราย” “ในกรณีที่วันหนึ่งเราต้องไปดูแลคุณแม่เองที่บ้าน เราจะได้รู้ว่าสมมติเราจ้างคนมาดูแลคุณแม่มันถูกต้องมั้ย เพราะแม่เราไม่สามารถพูดได้ […]

“มิว นิษฐา” ล่าสุดท้องโตจนใส่กางเกงสามีได้แล้ว!

ว่าที่คุณแม่ “มิว นิษฐา” อวดท้องโต 6 เดือน พร้อมกับแคปชั่นใส่กางเกงสามีได้แล้ว ข่าวที่เกี่ยวข้อง แอบเซ็กซี่อีกแล้ว “มิว นิษฐา” ว่าที่คุณแม่โชว์หน้าท้องสวย ว่าที่คุณแม่ “มิว นิษฐา” เก็บภาพท้อง 6 เดือนเป็นที่ระลึก สำหรับนางเอกสาว มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน ตอนนี้ก็ได้อุ้มท้องมา 6 เดือนแล้ว หุ่นยังดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหน้าท้องที่โตขึ้นเพราะว่าลูกในท้องนั่นเอง อีกทั้งๆสาวมิวยังคอยอัปเดตอาการต่างๆผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @mewnittha อยู่เรื่อยๆ ทำให้แฟนคลับติดตามทางช่องทางนี้อยู่บ่อยๆ และที่หลายคนตะลึงคือควายสวยไม่สาง แถมยังอยู่สวยขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาสามีหลงไม่ไหวแล้วจ้า ล่าสุดสาวมิว ว่าที่คุณแม่ก็ได้โพสต์ภาพลงไอจี พร้อมกับให้แคปชั่นว่า “รวบตึงกับกางเกงสุดวัยรุ่นของ @saint_tk ใส่กางเกงสามีได้เเล้วอ้ะะะ #6monthspregnant”  ถึงแม้ว่ามิวจะเอากางเกงสามีมาใส่แต่ก็ยังดูสวยอยู่ดี แถมยังดูเป็นแฟชั่นได้อีกด้วย แน่นอนต้องมีแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์ชมว่าที่คุณแน่นอว่าทำไมยังสวยได้ขนาดนี้

แอบเซ็กซี่อีกแล้ว “มิว นิษฐา” ว่าที่คุณแม่โชว์หน้าท้องสวย

คุณแม่ “มิว นิษฐา” แอบเซ็กซี่เล็กๆโชว์หน้าท้องสวย ก่อนคลอดเจ้าตัวเล็ก ข่าวที่เกี่ยวข้อง ว่าที่คุณแม่ “มิว นิษฐา” เก็บภาพท้อง 6 เดือนเป็นที่ระลึก “มิว นิษฐา” โชว์แผ่นหลังเนียนสวย แฟชั่นคุณแม่ตั้งท้องแอบแซ่บ ช่วงนี้ว่าที่คุณแม่อย่าง  มิว นิษฐา ที่ตอนนี้พาทัวร์ร้านอาหารอร่อยๆเยอะเลย เพราะมีเจ้าตัวเล็กใช่มั้ยล่ะค่ะ แถมยังกินอะไรก็ดูอร่อยไปหมด ทำเอาแฟนๆน้ำลายส่อไปตามๆกัน แถมก่อนหน้านี้ได้มีภาพสาวมิวอยากกินทุเรียนมากจนถึงขั้นลุกขึ้นมาปอกทุเรียนด้วยตัวเอง แต่ถึงจะกินเยอะยังไงแต่หุ่นคุณแม่ก็ยังเป๊ะอยู่ดีจ้า และล่าสุดมิว นิษฐา ก็ได้ไปคาเฟ่และได้ลงภาพในอินสตาแกรมส่วนตัว บนโต๊ะมีภาพของกินทั้งหลาย ทั้งๆของคาวและของหวาน บอกเลยว่าน่ากินสุดๆ และแน่นอนว่าการแต่งตัวของว่าที่คุณแม่นั้น แอบเซ็กซี่น้อยๆ ใส่เสื้อเอวลอยพร้อมกับอวดลูกสาวที่อยู่ในท้อง 6 เดือน แฟชั่นคนท้องของสาวมิวนั้นบอกได้เลยว่า ทำเอาแฟนคลับทั้งลหากกรีดร้องในความสวยของคุณแม่ไปตามๆกัน ยิ่งท้องยิ่งสวย สมแล้วที่ได้ลูกสาว ไม่ว่าอยู่ในชุดไหนมิวก็สวยและปังทุกชุดเลยจ้า

1 2