น้องลิ้นจี่ นักศึกษาจบใหม่ ถูกบิ๊กไบค์ชนที่ทางม้าลาย ขณะที่เพิ่งทำงานได้วันแรก ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว เพื่อนโพสต์ไว้อาลัยสุดเศร้า

จากกรณีสุดสะเทือนใจ น้องลิ้นจี่ หรือ น.ส.วิลาวัณย์ พุ่มมาลานักศึกษาจบใหม่ เพิ่งมาเริ่มทำงานได้วันแรก แต่กลับถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนขณะกำลังข้ามถนน บริเวณแยกกรมโยธาและผังเมือง ถนนพระราม 9 ส่งผลให้ขาหัก5 ท่อน, แขนหักและสมองตาย โดยพบว่า บิ๊กไบค์เองมัวแต่ดูมือถือจนชนน้องลิ้นจี่ขณะกำลังข้ามทางม้าลาย ล่าสุดวันที่ 7 กรกฎาคม2562 เฟซบุ๊กทรงภพ สรรเพชร ซึ่งเป็นเพื่อนของน้องลิ้นจี่ได้เเจ้งข่าวร้ายน้องได้จากไปอย่างสงบพร้อมกล่าวด้วยความอาลัยว่า “ตื่นมาอยากให้มันเป็นแค่ฝันอยากให้มันไม่ใช่เรื่องจริงอยากให้ทุกสิ่งที่เราจะทำด้วยกันมันสำเร็จก่อนแต่ถ้ามึงไม่ไหวก็ขอให้พักผ่อนนอนหลับให้สบายชาติหน้ายังไม่สายที่เราจะฝันร่วมกันอีก“ เพื่อนของน้องลิ้นจี่กล่าวอีกว่า“ที่เราสัญญากันไว้ไม่ต้องเป็นห่วงนะที่เราจะไปตัดชุดครุยด้วยกันถ่ายรูปกับเพื่อนด้วยกันที่ๆเราอยากไปกันไม่ต้องห่วงเลยเราจะพาเธอไปทุกๆที่ถึงตัวจะไม่ได้ไปแต่ในความทรงจำยังมีเธออยู่ตลอดไปเชื่อเเล้วว่ามีพบต้องมีจากตอนพรากมันมีน้ำตารักเธอเสมอเพื่อนรักไม่ได้อยู่ในชีวิตแต่อยู่ในหัวใจนะ“    

เปิดสาเหตุ น้องลิ้นจี่ นักศึกษาจบใหม่ โดนชนสมองตาย บิ๊กไบค์มัวแต่ดูมือถือ พ่อร่ำไห้ลูกยังไม่รับปริญญา

จากกรณี น้องลิ้นจี่ นักศึกษาสาวจบใหม่ เดินทางไปทำงานวันแรก ขณะข้ามทางม้าลายก็ถูกหนุ่มขี่รถบิ๊กไบค์พุ่งเข้าชนจนกระดูกบริเวณขาหัก 5 ท่อน, แขนหักและสมองตายอาการโคม่า ทำคนเป็นพ่อแม่หัวใจสลายหวังปาฏิหาริย์ให้ลูกสาวฟื้นกลับมาเป็นปกตินั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุด (6 กรกฎาคม2562) มีรายงานว่า เพื่อนของน้องลิ้นจี่ เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดอุบัติเหตุน้องลิ้นจี่ยังมีสติอยู่ แต่หลังจากนั้นน้องลิ้นจี่ก็เริ่มอาเจียน พอเอกซเรย์รอบที่สองก็พบว่ากระดูกขาหัก 5 ท่อน กระดูกไหล่ขวาหัก มีเลือดคั่งในสมอง และอาการเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ ผ่านไป 2 วันร่างกายของน้องลิ้นจี่เริ่มไม่ขยับ และมีบางช่วงที่หยุดหายใจคุณหมอบอกว่า น้องลิ้นจี่มีโอกาสรอดชีวิตแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ทางด้านคุณพ่อและคุณแม่ของน้องลิ้นจี่ เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าน้องลิ้นจี่เป็นเด็กดีไม่เคยเกเร ซึ่งน้องเพิ่งจะเรียนจบและกำลังจะเริ่มต้นชีวิตของการทำงาน ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นก็เคยเจอกับหนุ่มคู่กรณีแค่ครั้งเดียว และไม่เคยมาเยี่ยมลูกสาวเลยซ้ำยังพูดแบบไม่สำนึกในทำนองที่ว่าถ้าหากไม่มีหลักฐานก็จะไม่รับผิดชอบ โดยสิ่งที่ทางครอบครัวกังวลที่สุดก็คือ ขณะนี้ได้มีการเซ็นเอกสารยินยอมในการไม่ให้ปั๊มหัวใจน้องลิ้นจี่ถ้าหากน้องหยุดหายใจ แต่ตอนนี้หัวใจของน้องยังเต้นอยู่ คุณหมอจึงให้อยู่ไปแบบนี้ก่อน ซึ่งทางครอบครัวรู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะน้องเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ และยังไม่ได้รับปริญญาเลย จากการสอบถามไปยังคู่กรณีได้ความว่า ทางคู่กรณีไม่ขอเปิดเผยตัวและให้พี่สาวออกมาพูดแทนโดยพี่สาวเล่าว่า น้องชายติดตั้งโทรศัพท์มือถือเอาไว้ด้านหน้าของรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งน้องชายมัวแต่มองโทรศัพท์มือถือพอไฟเขียวก็ขี่รถออกตัวโดยที่ไม่ทันระวังจึงไปชนเข้ากับน้องลิ้นจี่ ทั้งนี้ พี่สาวของคู่กรณีกล่าวว่า หากฝ่ายน้องชายผิดก็ยินดีที่จะรับผิดชอบ นอกจากนี้ทางน้องชายเองก็เพิ่งจะเริ่มงานวันแรกเหมือนกัน     ภาพและข้อมูลจาก อมรินทร์ทีวี