ไอ้ลูกทรพี…!! เสพยาบ้าเกิดอาการคุ้มคลั่ง คว้าไม้ทุบหัวพ่อตัวเอง ที่นอนป่วยติดเตียงดับอนาถ

ไอ้ลูกทรพี…!! เสพยาบ้าเกิดอาการคุ้มคลั่ง คว้าไม้ทุบหัวพ่อตัวเอง ที่นอนป่วยติดเตียงดับอนาถ เหตุรายนี้เกิดเมื่อ เวลา 13.00 น. วันที่ 7 มีนาคม 2564 ร.ต.อ.จิตติพัฒน์ วรวัฒน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี รับแจ้งมีเหตุคนฆ่ากันตาย ภายในบ้านเลขที่ 41 หมู่ 10 ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จึงรุดออกตรวจสอบพร้อม พันตำรวจเอกศักดิ์สิทธิ์ศรีผ่องงามผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ชุดกู้ชีพเทศบาลตำบลอุ่มเม้า อาสาสมัครกู้ภัยอโสกธวัชบุรี และแพทย์เวร รพ.ธวัชบุรี เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว บนที่นอน พบร่างนายผุย สวัสเอื้อ อายุ 60 ปี นอนหงาย เสียชีวิตจมกองเลือด สภาพใบหน้า หน้าผาก มีบาดแผล กระโหบกศีรษะถูกทุบจนยุบ ใกล้กันพบท่อนไม้ยาวประมาณ 30 ซม. และสากกระเบือเปื้อนเลือดตกอยู่ อย่างละ 1อัน นางบุญมา สวัสดิ์เอื้อ อายุ 57 ปี ภรรยาผู้ตายเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนายทองดา สวัสดิ์เอื้อ (หนุ่ย) อายุ 36 ปี (ลูกชายผู้ตาย) ได้เสพยาบ้าก่อนจะเมาอาละวาด โดยตะโกนว่าจะมีคนมาไล่ทำร้ายตน ก่อนจะเดินถือท่อนไม้และเสียมออกมาทุบบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จนประตูบ้านพังเสียหาย 2 บาน โดยมีลูกชายของเพื่อนบ้านเข้ามาห้ามปราม ก่อนจะเอานายทองดากลับมาส่งที่บ้าน แต่ก็อาละวาดอีกครั้ง ตนเห็นท่าไม่ดีเกรงจะถูกทำร้าย จึงได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ซึ่งในขณะนั้นมีสามีที่นอนป่วยเป็นอัมพาตนอนติดเตียงอยู่ภายในบ้าน หลังจากที่ตนกำลังวิ่งออกไปก็ได้ยินเสียงคล้ายคนทุบตีอะไรบางอย่าง ตนจึงรีบร้องเรียกให้ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านเข้าห้ามปรามและควบคุมตัวลูกชายไว้ได้สำเร็จ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธวัชบุรีจะควบคุมนายหนุ่ยไปสอบปากคำเพิ่มเติม ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ทั้งนี้ลูกชายของตนพึ่งพ้นโทษ 25 ธ.ค. 63 ในคดีเสพยาบ้าและทำร้ายบุพการี (แม่) โดยใช้สันมีดฟันหลังแม่ ก็ออกมาจากคุกไม่ดื่มกินและเสพยาอยู่ประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.64 ก็กลับมาเสพยาบ้าและเมาอาละวาดอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ก็มาลงมือฆ่าพ่อแท้ๆของตัวเอง ซึ่งตนรู้สึกเสียใจมาก จะไม่ให้อภัยและอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนอีก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจงพบยาบ้าครึ่งเม็ดและอุปกรณ์การเสพอยู่ในเพิงพักของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ข้างบ้านจุดพบศพ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อส่งตรวจลายนิ้วมือดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปพนักงานสอบสวนร่วมกับแพทย์เวร รพ.ธวัชบุรี ชันสูตรพลิกศพในจุดเกิดเหตุ ก่อนมอบศพให้ญาติรับดำเนินประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป.

ด.ญ.วัย 10 ขวบ ชีวิตพลิกผัน ต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา นอนป่วยติดเตียง เพราะกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

วันที่ 20 พ.ย.60 ที่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 2 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นางสาวสมใจ ทองขวิด อายุ 36 ปี ผู้เป็นแม่กับนางวิรัตน์ ทองขวิด อายุ 58 ปี ผู้เป็นยาย กำลังช่วยกันป้อนอาหารทางสายยางให้กับ ด.ญ. ธิดารักษ์ รองรักษ์(น้องพิมพ์) อายุ 12 ปีเศษ หลังจากที่น้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วล้มตัวลงนอนหน้าบ้านจนเกิดอาการชักเกร็ง ปัสสาวะเรี่ยราดและหมดสติไป แต่เนื่องจากบ้านอยู่ไกลจากโรงพยาบาลย่านตาขาวหลายกิโลเมตร ทำให้ส่งตัวน้องมาถึงโรงพยาบาลช้า และโรงพยาบาลย่านตาขาวยังต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตรังอีกทอด ซึ่งเป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร ทำให้น้องมีอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งเมื่อไปถึงโรงพยาบาลตรัง แพทย์ได้ดูดเอาเส้นบะหมี่ออกจากหลอดลมของน้องได้เป็นจำนวนมาก ก่อนจะช่วยปั้มหัวใจด้วยการช็อตไฟฟ้าจนน้องมีสัญญาณชีพกลับคืนมา แต่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตรังนานกว่า 2 เดือน อาการก็ยังไม่ดีขึ้น และยังต้องเข้าออกโรงพยาบาลตรังอยู่อีกหลายครั้ง โดยแพทย์ระบุว่าเกิดจากภาวะขาดเกลือแร่ ขาดน้ำและมีโซเดียมในร่างกายสูงมาก ทำให้ไตทำงานหนักจนปัสสาวะไหลออกมาเป็นสีเหลืองข้น และขาดออกซิเจนนานเกินไป ซึ่งน้องพิมพ์จะรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทนข้าวและทานเป็นประจำทุกวัน บางวัน 3-4 ซองเลยทีเดียว ด้านนางวิรัตน์ ทองขวิด อายุ 58 ปีผู้เป็นยายของน้องพิมพ์เล่าว่า น้องเกิดอาการสำลักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งน้องชอบกินบะหมี่ฯ แทนข้าวและกินมานานแล้วจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เชื่อว่าน้องน่าจะกินบะหมี่ฯ แบบไม่ได้เคี้ยว หรือกลืนลงไปทั้งเส้นยาว ๆ ทำให้อุดหลอดลมจนชักเกร็งและต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราในที่สุด สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถช่วยเหลือหรือบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี น.ส. สมใจ ทองขวิด เพื่อ ด.ญ. ธิดารักษ์ รองรักษ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาย่านตาขาว หมายเลขบัญชี 020075168113 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 090-7058931 ที่มา – ทีนิวส์