6 ตุลาคม เมื่อ 45ปีก่อน เหตุการณ์สุดสะเทือนใจของชาวไทย

คุณศรีสรรเพชญ์ ได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งมนหน้าประวัติศาสตร์ไทย โดยได้โพสต์เรื่องราวไว้ระบุว่า วันนี้เมื่อ 45 ปีก่อน เกิดเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย และอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง ที่การปลูกฝังแนวคิดทางการเมืองสามารถทำให้คนไทยได้กลุ่มหนึ่งได้กระทำกับคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งเหมือนไม่ได้เป็น “มนุษย์” ที่เสมอกัน ข่าวที่เกี่ยวข้อง สุดสะเทือนใจ เปิดภาพเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เปิดรายชื่อสถานที่ทำฟันฟรี เดือนตุลาคม 2561 เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ผมเป็นคนรุ่นหลัง เกิดไม่ทันเหตุการณ์ครั้งนั้น เรื่องราวต่างๆ ที่รู้ก็เป็นการศึกษาจากหลักฐานที่มีการเรียบเรียงมาอีกชั้นหนึ่ง อย่างไรก็ตามก็สามารถรับรู้ได้อยู่ว่าเหตุการณ์ที่ธรรมศาสตร์ในวันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย เรื่องนี้อาจจะเป็นประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายจนหลายคนอาจไม่อยากกล่าวถึง แต่ก็เป็นบทเรียนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เราสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจกับมัน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมให้คนรุ่นต่อไปและป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีก มากกว่าจะปล่อยให้ถูกหลงลืมไปตามกาลเวลาว่าครั้งหนึ่งเคยมีการสูญเสียนี้เกิดขึ้นครับ เหตุการณ์ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยถูกชำระถึงเหตุของการเกิด กลไกการทำให้เกิด ผู้บงการ อีกทั้งมีผู้สูญเสียจากความรุนแรงครั้งนั้นอย่างน้อย 45 คน โดยมี 7 คน ที่ยังไม่สามารถระบุชื่อนามของพวกเขาได้ ขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นโดยใช้ใจที่เป็นกลาง ใช้คำพูดที่สุภาพ และไม่ใส่อารมณ์นะครับ และขอไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นรวมถึงผู้ที่สูญเสียทุกท่านด้วยครับ

มิติใหม่แห่งการซื้อที่ดิน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน ประกาศหาคนหาร 1แสนคน ซื้อเกาะ 350 ล้านบาท

มิติใหม่แห่งการซื้อที่ดิน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน ประกาศหาคนหาร 1แสนคน ซื้อเกาะ 350 ล้านบาท เป็นที่ฮือฮากันอีกครั้ง สำหรับกลุ่ม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน จากเมื่อวานนี้ มีสาวประกาศโพสต์ขายเกาะส่วนตัว จ.ตราด  ในราคา 350,000,000 บาท ได้สร้างความฮือฮาในกลุ่มเป็นอย่างมาก โดยมีคนกดไลก์ไปกว่า 2.1พันไลก์ หลังจากนั้นไม่นาน แอดมินกลุ่ม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน ได้โพสต์ประกาศเสนอแนวคิด ในการหาคนหาร โดยมีมากกว่า 1แสนคน หารกันในจำนวนตกคนละ 3500 บาท โดยล่าสุดได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นจำนวน 6.4 พันคนแล้ว ผู้ประกอบการยิ้ม คนแห่เที่ยววันสงกรานต์ นักท่องเที่ยวทะลักเกาะกูด สาวเที่ยวเกาะกูด ป่วยสั่งข้าวต้มหมู เจอโรงแรมคิดเงินชามละ 240 บาท   และวันนี้ (14 เม.ย. 64) ก็ได้มีชายหนุ่มโพสต์ ว่าตนได้เอาเครื่องบินมาสำรวจเกาะหวาย จ.ตราด ซึ่งเป็นเกาะที่สมาชิกกลุ่มหมายตาไว้ พร้อมกับถ่ายภาพหลายมุมมองเพื่อการประกอบการตัดสินใจของสมาชิกกลุ่มผู้ที่สนใจ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ออกประกาศด่วน ขอให้บุคลากรออกจากนอกพื้นที่มหาวิทยาลัย

ส่วนราชการ งานบริหารสำนักงานท่าพระจันทร์ กองบริหารศูนย์ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์  ออกประกาศด่วน ที่สุด ลงวันที่ 17 กันยายน 2563 ขอความร่วมมือบุคลากรดำเนินการด้านจราจร และสถานที่ ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หนังสือดังกล่าว ส่งถึง อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน ศูนย์ กองโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ประธานสภาอาจารย์ ประธานสภาพนักงานมหาวิทยาลัย ฯลฯ เรื่อง แนวทางการอนุญาตจัดชุมนุมทางการศึกษา ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ลงวันที่ 3 กันยายน 2563 และข่าวประชาสัมพันธ์ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยืนยันว่าจะใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นสถานที่ชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร”ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 14.00 น เป็นต้นไปนั้น ดังนั้น เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยในการดูแลป้องกันด้านอาคาร และระบบสาธารณโภคต่างๆ รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ของมหาวิทยลัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และการปฏิบัติงานของบุคลากร มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานดำเนินการ ในวันที่ 18 กันยายน 2563 ดังต่อไปนี้ 1. ขอให้บุคลากรทุกหน่วยงานออกนอกพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ก่อนเวลา 20.00 น. เป็นต้นไป 2.ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาจอดค้างคืนในพื้นที่มหาวิทยาลัย 3.หากมีเหตุฉุกเฉินต้องรักษาความปลอดภัยสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 123, 3000 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ประกาศของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ ทางทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมาย ที่บรรดากลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศแผนว่า จะเดินขบวนไปนั้น ก็ได้เตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยเช่น โดยนายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานภายในทำเนียบรัฐบาล ทุกหน่วยงาน  เพื่อเตรียมการในเรื่องนี้ ส่วน พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะเคลื่อนย้ายสิ่งของสำคัญ เครื่องใช้ที่จำเป็น โดยเฉพาะเอกสารทางราชการที่สำคัญ ไปเก็บรักษาที่อื่นชั่วคราวก่อน โดยเริ่มทยอยเก็บตั้งแต่วันนี้ นอกจากนี้ จะเคลื่อนย้ายรถ ที่จอดค้างคืนภายในทำเนียบรัฐบาล ออกนอกพื้นที่ เพื่อรองรับสถานการณ์ ส่วนกำลังรักษาความปลอดภัยเบื้องต้นใช้ 3 กองร้อย แบ่งพื้นที่ภายในเป็นหน้าที่ตำรวจสันติบาล ส่วนพื้นที่รอบนอกเป็นหน้าที่ตำรวจ บช.น. ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเริ่มเข้ามาประจำพื้นที่ในวันนี้ โดยใช้ตึก 20 ทำเนียบรัฐบาล เป็นศูนย์บัญชาการ พ.ต.อ.วัชรวีร์ เปิดเผยว่า ส่วนจะมีการลด หรือเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละวัน แต่ที่คาดการณ์ไว้ไม่น่าจะรุนแรงอะไร เวลานี้ทำเนียบรัฐบาล ถือเป็นเขตหวงห้าม หากฝ่าฝืนถือว่า ผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 สำหรับการเข้า-ออก ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เย็นของวันที่ 18 กันยายนเป็นต้นไป จะเปิดให้เฉพาะผู้ที่มีบัตรที่ออกโดยทำเนียบรัฐบาล และหากไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่เปิดให้คนนอกเข้ามา ส่วนการจราจรโดยรอบทำเนียบรัฐบาลเปิดการสัญจรตามปกติ จะไม่มีการปิดถนน วันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่กองสถานที่ ยานพาหนะ และรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)ทำเนียบรัฐบาล ได้นำเอกสารประชาสัมพันธ์พื้นที่ห้ามจอดรถยนต์ มาติดกระจกหน้ารถที่จอดในทำเนียบรัฐบาล โดยมีเนื้อหาว่า สลน.มีภารกิจสำคัญ และมีความจำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน ทางกองสถานที่ฯ จึงใครขอความร่วมมือ ห้ามจอดรถยนต์ชั่วคราวในวันที่ 18 กันยายน ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ถึงวันที่ 20 ันยายน ทั้งนี้ หากมีภารกิจไปราชการต่างจังหวัด และประสงค์จะจอดรถยนต์ไว้ ขอให้ติดต่อประสานงานกลุ่มบริหารการรักษาความปลอดภัยกองสถานที่ ยานพาหนะ และรักษาความปลอดภัย สลน.หมายเลขโทรศัพท์ 02-2884355 […]

ออกตัวแรง! เพนกวิน แกนนำเยาวชนปลดแอก โพสต์ 10 ข้อเรียกร้อง ยกเลิกพระราชอำนาจ เลิกเชิดชูสถาบันกษัตริย์ เลิกม.112

วันนี้ 11 ส.ค.63 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำเยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารัก ระบุว่าทบทวนข้อเรียกร้องของ #ธรรมศาสตร์และการชุมนุม 1. ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ และเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร 2. ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงเปิดให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน 3. ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน 4. ปรับลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันกษัตริย์ ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ 5. ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ชัดเจน เช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น และหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรีนั้น ให้ยกเลิกเสีย 6. ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด 7. ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ 8. ยกเลิกการประชาสัมพันธ์และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียวจนเกินงามทั้งหมด 9. สืบหาความจริงเกี่ยวกับการสังหารเข่นฆ่าราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์หรือมีความข้องเกี่ยวใด ๆ กับสถาบันกษัตริย์ 10. ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก ข้อเรียกร้องเหล่านี้หาใช่ข้อเสนอเพื่อล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไม่ แต่เป็นข้อเสนอโดยความปรารถนาดีเพื่อให้สถาบันกษัตริย์ได้อยู่เป็นมิ่งขวัญให้แก่ประชาราษฎร์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยต่อไป.

ม็อบ “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” คนแน่นเต็มลานพญานาค ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อแก้รัฐธรรมนูญ

“ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ชุมนุมเต็มลานพญานาค แกนนำทยอยปราศรัย ขณะมีตัวแทนสถานทูตเยอรมนีเข้ามาสังเกตการณ์ ไฮไลต์ ขอทุกคนเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ และชูสามนิ้ว เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 10 ส.ค. 2563 กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” บริเวณลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีกลุ่มนักเรียนอาชีวะ ร่วมดูแลความปลอดภัยผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีเยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมกว่าพันคน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์การชุมนุมครั้งนี้ด้วย โดยก่อนถึงเวลานัดหมายชุมนุมนั้น ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักทำให้ผู้ชุมนุมต้องแยกย้ายเข้าที่ร่ม แต่ผู้ร่วมชุมนุมต่างได้นำข้อความเพื่อสื่อสารไปยังรัฐบาล อาทิ ยินดีต้อนรับ…ทั้งในและนอกเครื่องแบบ, ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส รวมถึงการแสดงดนตรีและกวีขับกล่อมจากวงสามัญชน พร้อมทั้งมีพระภิกษุได้โปรยน้ำมนต์ให้กับผู้ร่วมชุมนุม และการตั้งโต๊ะเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัดวงจรรัฐประหาร โดยภาคีเครือข่ายประชาชน ขณะที่กลุ่มผู้จัดงานได้วางตัวผู้ปราศรัย ทั้งนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นตัวแทนจากหลากหลายคณะ ไม่ว่าจะเป็นจากองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัยสหวิทยาการ ปรัชญา การเมือง เศรษฐศาสตร์, คณะวิศวกรรมศาสตร์, คณะนิติศาสตร์ รวมทั้งผู้ปราศรัยจากเครือข่ายเคลื่อนไหวทางการเมือง อาทิ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท, กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิต, แนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตย, สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย, อานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ภาณุพงศ์ จาดนอก ประธานกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงย้ำเตือนถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อไปยังรัฐบาล คือ ยุบสภา-แก้ไขรัฐธรรมนูญ-หยุดคุกคามประชาชน อย่างไรก็ตาม การจัดชุมนุมครั้งนี้จัดอย่างเต็มรูปแบบของนักศึกษาเป็นครั้งแรก ทำให้บรรยากาศการชุมนุมแตกต่างจากม็อบนักศึกษาอื่นๆ ที่เคยจัดมามีการตั้งเวทีปราศรัย พร้อมเครื่องเสียงขนาดใหญ่ราว 15 เมตร มีจอโปรเจกเตอร์บนเวทีฉายข้อความสโลแกนของการชุมนุมว่า “เราไม่ต้องการปฏิรูปแต่เราต้องการปฏิวัติ” รอบพื้นที่ชุมนุมยังมีกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย และกลุ่มอาสาเทคโนปทุม มีทั้งอาชีวะศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน กว่า 50 คน มาเป็นการ์ดคอยรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมด้วย นอกจากนี้ พิธีกรเวทียังเชิญชวนนักศึกษา ติดแฮชแท็กในโซเชียล #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน และ #ธรรมศาสตร์และการชุมนุมเพื่อให้เป็นกระแสอันดับหนึ่งบนโลกออนไลน์ ขณะที่บริเวณหลังเวทีปราศรัย มีตัวแทนจากสถานทูตเยอรมนี เดินทางเข้ามาสังเกตการณ์การชุมนุม โดยเข้าไปพูดคุยกับแกนนำคนสำคัญในการชุมนุม อาทิ นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำสนท. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษก สนท. ไฮไลต์บนเวทีปราศรัยช่วงเย็น มีการขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนร่วมกันเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ และชูสามนิ้ว เป็นการไว้อาลัยกับชาวไทย ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยหลายคนที่ถูกบังคับอุ้มหายในต่างประเทศ

1 2