รีบเลย! ใครยังไม่ได้เปลี่ยน รีบไปเปลี่ยนด่วน วันสุดท้ายบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิต แบบแถบแม่เหล็กจะใช้ไม่ได้แล้ว

วันนี้ (15 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลว่า วันสุดท้ายบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิต แบบแถบแม่เหล็กจะใช้ไม่ได้แล้ว โดยระบุว่าให้ รีบมาเปลี่ยนเป็นบัตร ATM / Debit แบบชิปการ์ด ฟรีค่าธรรมเนียมเปลี่ยนบัตร ที่ธนาคารที่ใช้บริการ เพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน บัตร ATM หรือบัตร Debit ใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝาก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก call center หรือเจ้าหน้าที่ของธนาคารที่ใช้บริการ หรือที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โทร.1213 สำหรับการยกเลิกใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ผลักดันร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงิน มาตั้งแต่ช่วงปี 2559 จากรูปแบบบัตรแถบแม่เหล็ก ให้เป็นบัตรชิปการ์ด เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ป้องกันการปลอมแปลงบัตร และการโจรกรรมข้อมูลนำไปทำบัตรปลอม และใช้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งสถาบันการเงินต่างๆ ได้ประชาสัมพันธ์และเปลี่ยนบัตรให้ประชาชนมาโดยตลอด ปัจจุบันพบว่ามีผู้เปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดไปแล้ว 47 ล้านใบ และยังคงมีบัตรแถบแม่เหล็กคงเหลือที่ยังไม่ได้เปลี่ยนอีกประมาณ 20 ล้านใบทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้ จะเป็นวันสุดท้ายที่ให้ผู้ที่ครอบครองบัตรแถบแม่เหล็กต้องไปเปลี่ยนเป็นบัตรแบบใหม่ ก่อนที่วันพรุ่งนี้ (16 ม.ค.) จะใช้งานไม่ได้

สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ระดับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น

งานนี้คงต้องรอรัฐบาลใหม่ ออกมาแก้ไขสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการออกมาตรการกำกับเพดานการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลังที่ 2 หรือ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้ผู้กู้บางส่วนเร่งก่อหนี้ก่อนบังคับใช้มาตรการ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้หนี้ครัวเรือน ไตรมาสแรกของปี 2562 ปรับตัวสูงขึ้นที่ระดับร้อยละ 76.8 ต่อจีดีพี เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2 ไตรมาส โดยมียอดหนี้คงค้างในสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.1 สูงสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากการเร่งตัวก่อหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยและความต้องการซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยหนี้ในระดับนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อาจกระทบความสามารถในการชำระหนี้ หลังพบระดับหนี้ที่ไม่ก่อรายได้ขยายตัวจากร้อยละ 9.0 เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1 ในไตรมาสแรกของปี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.75 ต่อสินเชื่อรวม และสัดส่วนร้อยละ 27.8 ต่อเอ็นพีแอลรวม ซึ่งสูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2559 เป็นต้นมา   ผศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ระดับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากนโยบายนำหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ […]

โฆษกกรมสรรพากร เผยการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องดอกเบี้ยเงินฝาก

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และตัวแทนจากธนาคารพาณิชย์ ถึงแนวทางการเก็บภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้น ในสัปดาห์หน้า กรมสรรพากรเตรียมจะออกประกาศยกเว้นการเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทใหม่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับผู้ฝากเงินส่วนใหญ่ สำหรับประกาศใหม่นี้ กรมสรรพากรจะใช้อำนาจให้ธนาคารพาณิชย์ส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทุกบัญชี มาให้กรมสรรพากร เพื่อประมวลผลว่าผู้ฝากเงินรายใดมีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากเกิน 20,000 บาท จากนั้นจะส่งข้อมูลกลับไปให้ธนาคารพาณิชย์ทำการหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 15% ให้แก่กรมสรรพากร แต่หากผู้ฝากเงินรายใดที่ไม่ประสงค์จะให้ธนาคารพาณิชย์นำส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากให้แก่กรมสรรพากร ก็สามารถแจ้งกับธนาคารพาณิชย์ได้ แต่ทางธนาคารเจ้าของบัญชีจะทำการหักดอกเบี้ยเงินฝากทั้งหมดให้แก่กรมสรรพากร แม้ว่าผู้ฝากเงินจะมีรายได้จากดอกเบี้ยไม่ถึง 20,000 บาทก็ตาม และหากผู้ฝากเงินเห็นว่าไม่มีภาระดอกเบี้ยเงินฝากต้องเสียภาษี ก็ให้มาขอยื่นคืนภาษีตอนสิ้นปีภาษีได้

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เผยถึงแผนการระดมทุนของรัฐบาล

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เผยผลการประชุม Annual PDMO Market Dialogue ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะตลาดตราสารหนี้ ความต้องการลงทุนของนักลงทุน และแนวทางการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ไทยในอนาคต เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำแผนการระดมทุนของรัฐบาลให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะตลาด โดยมีผู้ร่วมตลาดให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ผู้ค้าหลักของกระทรวงการคลัง (MOF Outright PD) และนักลงทุนสถาบันกว่า 100 ราย แผนการระดมทุนและแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 1. ประมาณการความต้องการระดมทุนในประเทศของรัฐบาลสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 วงเงินรวม 1,163,668 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 1.1. การกู้เงินใหม่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 วงเงิน 592,353 ล้านบาท (ก) การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    450,000    […]

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมตามแนวคิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมตามแนวคิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง และธนาคารของรัฐสองแห่ง คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน ให้สิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน และผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป สามารถเปิดบัญชีเงินฝากพื้นฐานได้ 1 บัญชี ต่อ 1 ธนาคาร ไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำในการเปิดและเงินคงเหลือในบัญชี โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีในการฝาก – ถอน – โอน ไม่ต้องเสียค่าดูแลบัญชี รวมถึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิท มาตรการนี้จะมีผลตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ผู้ใดสนใจสามารถติดต่อกับธนาคารใกล้บ้านได้ เพราะที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่ามีประชากรภาคครัวเรือนมากถึง 30% เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน จึงอยากส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง เนื่องจากรัฐบาลต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชน ก่อนหน้านี้อาจมีคนบางส่วนยังเข้าไม่ถึงระบบธนาคาร ยังคงออมทรัพย์เป็นเงินสด เมื่อไม่มีค่าทำเนียมเช่นนี้แล้ว เขาจะได้เข้าระบบและมีความสะดวกในการใช้ชีวิตมากขึ้น

1 2