จับได้แล้ว !! สาวผู้ใช้เงินปลอมหลอกซื้อลอตเตอรี่คนพิการ ทำมาแล้ว 7 ครั้ง เน้นเหยื่อ ‘ผู้สูงอายุ-พิการ’

ตร.สืบเมืองหมอแคน จับแล้วสาวแสบ ใช้แบงก์ 500 ปลอมหลอกซื้อลอตเตอรี่คนพิการ รับหาเงินใช้หนี้บัตรเครดิต ทำมาแล้ว 7 ครั้ง เน้นเหยื่อ ‘ผู้สูงอายุ-พิการ’ เชื่อเช็กธนบัตรไม่เป็น กรณี เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง โพสต์คลิปวิดีโอคลิปชายพิการขายลอตเตอรี่ ใน จ.ขอนแก่น ถูกมิจฉาชีพสาวแสบใช้ธนบัตรปลอมหลอกซื้อลอตเตอรี่ พร้อมกับขอแลกเงินหลบหนีไป สูญเงินไป 3,500 บาท และลอตเตอรี่ส่วนหนึ่ง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น สามารถจับกุม น.ส.กรรณิการ์ คูละโคตร์ อายุ 36 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ข้อหาทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาล และใช้พันธบัตรรัฐบาลปลอม และฉ้อโกงพร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็มจำนวนหนึ่ง สมุดบัญชีธนาคารหลายธนาคาร สลากกินแบ่งรัฐบาลกว่า 10 ชุด ธนบัตรปลอมชนิดละ 500 บาท 10 ใบ และธนบัตรจริงชนิดละ 500 บาท โดยจับกุมตัวได้บริเวณหน้าร้านซ่อมรถ จยย.แห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น สอบสวนเบื้องต้น น.ส.กรรณิการ์ รับสารภาพว่า ก่อเหตุจริงทำมาแล้วประมาณ 7 ครั้ง เพราะต้องการเอาเงินไปจ่ายหนี้ธนาคารและบัตรเครดิต จึงถ่ายเอกสารธนบัตรฉบับละ 100 ฉบับ ออกมาแล้วนำไปใช้ซื้อสินค้าลักษณะแตกแบงก์ย่อย โดยเลือกเหยื่อเป็นผู้สูงอายุหรือพิการ ที่เปิดร้านขายของชำหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะคิดว่าน่าจะดูหรือเช็กธนบัตรปลอมไม่เป็น ล่าสุดไปก่อเหตุกับชายพิการที่จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลจนเป็นข่าว กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามความผิดตามมาตรา 240 การปลอมขึ้น ซึ่งเงินตราหรือธนบัตรที่รัฐบาลออกใช้ และมีความผิดฐานปลอมเงินตรา ปลอมจากธนบัตรของจริงจนอาจจะทำให้คนหลงเข้าใจผิดว่าเป็นของจริง มีโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 400,000 บาท ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านผงะ! เจอถุงปริศนาข้างทาง เปิดมาเป็นธนบัตรปลอมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เตือนภัยธนบัตรปลอม! พ่อค้าสุดเซ็ง โดนหนุ่มหลอกเอาแบงค์ปลอมมาซื้อของ เสียทั้งเงิน-ของ (ชมคลิป) แม่ค้าสาว…!! ถึงกับหน้าชา มือไม้สั่น น้ำตาคลอ เมื่อเอาเงินไปฝากธนาคาร

แม่ค้าสาว…!! ถึงกับหน้าชา มือไม้สั่น น้ำตาคลอ เมื่อเอาเงินไปฝากธนาคาร

แม่ค้าสาว…!! ถึงกับหน้าชา มือไม้สั่น น้ำตาคลอ เมื่อเอาเงินไปฝากธนาคาร เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 โลกออนไลน์มมีการรีทวิตโพสต์ของผู้ใช้ ทวิตเตอร์ชื่อ chocofah ซึ่งได้โพสต์เล่าเกี่ยวกับธนบัตรปลอม โดยระบุข้อความว่า ช่วยกัน RT ค่ะ ทุกคน เราขายของแล้วเจอแบงค์ปลอมเกือบหมื่น โอ๊ยคือหน้าชาไปหมดเลยอะ น้ำตาคลอเลย พิมพ์ไปมือสั่นไป คนที่ทำคือใจคอทำด้วยอะไรอะ เนียนแบบเนียนมาก นี่ถ้าไม่เอามาฝากธนาคารคือจะไม่รู้เลยนะ ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์ยังระบุอีกว่า ธนบัตรที่ได้รับมานั้น มีความเหมือนจริงมาก หากส่องลายน้ำเข้ากับไฟก็เห็นลายน้ำเช่นกัน หากตนเองไม่ได้นำเงินไปฝากที่ธนาคาร อาจไม่รู้เลยว่าเป็นของปลอม

ทำกันได้! ดญ.วัย 14 เศร้า ยอมอดข้าว เก็บเงินซื้อพวงมาลัยให้แม่ กลับเจอแบงก์ปลอม

นักเรียนชั้น ม.3 สุดเศร้า ยอมอดเก็บเงินซื้อ “พวงมาลัยทำจากแบงค์” หวังเซอร์ไพรส์กราบเท้าแม่ สุดท้ายเจอแบงค์ปลอม เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางสาววรรณภา นันทโกลม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/13 หมู่ ที่ 2 ต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าพบธนบัตรปลอม จำนวนหลายใบที่ติดมากับพวงมาลัยที่ลูกซื้อมากราบในวันแม่ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว พบ ด.ญ.วรรณษา วนไธสง อายุ 14 ปี นักเรียนมัธยมปี่ที่ 3 โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เห็นมีคนโพสต์ขายพวงมาลัย ราคา 340 บาท ที่นำธนบัตรฉบับละ 20 บาท มาพับเป็นพวงมาลัย และมีดอกมะลิประดับ เห็นแล้วสวยงามดี อยากนำมากราบเท้าให้กับแม่ในวันแม่ อยากให้แม่ภูมิใจ และแสดงออกถึงความรัก ความเคารพต่อแม่ ด.ญ.วรรณษา กล่าวต่อว่า ตนจึงเริ่มเก็บเงินโดยนำเงินจากค่าขนมที่แม่ให้ไปโรงเรียนทุกวัน วันละ 30 บาท ใช้เพียง 10 บาท อีก 20 บาทเก็บเอาไว้ แล้วแอบทอดไข่ทุกเช้า พร้อมกับห่อข้าวไปกินกลางวันที่โรงเรียน เพื่อเก็บเงินจนได้ 340 บาท แล้วสั่งซื้อพวงมาลัย หวังจะทำเซอร์ไพรส์ให้แม่ หลังจากที่ไหว้แม่เสร็จแล้ว เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งแม่ชื่นชมและเห็นความตั้งใจที่จะทำให้กับแม่ แม่ให้พรรักษาความดีเอาไว้ และเป็นเด็กดีตั้งใจเรียน ด.ญ.วรรณษา กล่าวอีกว่า กระทั่งช่วงเย็นวันนี้ แม่เอาพวงมาลัยคืนให้ แล้วให้แกะออก ให้ดูว่าเขาพับอย่างไร จึงรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอม จำนวน 5 ใบ และมีของจริงอยู่ 10 ใบ รู้สึกเสียใจมากที่มาถูกหลอก เข้าใจได้ว่าในการทำพวงมาลัยต้องใช้ฝีมือในการพับ แต่ไม่น่าจะใช้ธนบัตรปลอมมาทำ ตนตั้งใจอดข้าว อดขนม เพื่อเก็บเงินมอบให้แม่ มาโดนหลอกแบบนี้เสียใจมาก ด้าน น.ส.วรรณภา นันทโกลม อายุ 33 ปี ผู้เป็นแม่ เห็นความผิดสังเกตของลูกให้เงินไปกินขนมที่โรงเรียนวันละ 30 บาท ยังทอดไข่ห่อข้าวไปโรงเรียน ไมได้ถามอะไร จนเมื่อวันแม่ขณะกำลังจะอาบน้ำ ลูกเข้ามาหา เอาพวงมาลัยมาให้แล้วก้มกราบ จึงให้พรลูก และสอบถามว่าเอามาจากไหน ลูกบอกว่าอดขนม เอาข้าวบ้านไปกินที่โรงเรียน เพื่อเก็บเงินซื้อพวงมาลัยมากราบแม่ รู้สึกปลาบปลื้มดีใจมากที่ลูกมีความตั้งใจที่จะทำสิ่งดี ๆ น.ส.วรรณภา กล่าวต่อว่า เมื่อรู้ว่าลูกถูกหลอก เอาธนบัตรปลอมมาทำพวงมาลัยปะปนกับของจริง รู้สึกสงสารลูกมาก ที่มีความตั้งใจทำอดข้าว อดขนม มาถูกผู้ใหญ่หลอกเอาเงินจากเด็กแบบนี้ ตนจึงพาลูกสาวพร้อมกับนำหลักฐาน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.เดชาธร คำมิ่ง พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ดำเนินคดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ด.ช.ไพโรจน์ ชนะคุณ อายุ 14 ปี เพื่อนนักเรียนชั้นเดียวกัน ที่สั่งซื้อพวงมาลัยธนบัตรแบบเดียวกันจากคนขายคนเดียวกัน ซึ่งพบว่ามีธนบัตรปลอมฉบับละ 20 บาท จำนวน 2 ใบ ด้วยเช่นกัน  

หนีไม่รอด! สาวทอมที่ใช้แบงก์ 500 กาโม่ ซื้อของกับคุณยาย โดนรวบตัวเรียบร้อย

จากกรณีที่ นางสมพิศ ฤทธิเดช หรือ “ยายพิศ” อายุ 70 ปี แม่ค้าขายข้าวไข่เจียว ข้าวผัดกะเพรา กล่องละ 10 บาท หน้าโรงเรียนสุพรรณภูมิ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และใช้ธนบัตรปลอมใบละ 500 บาท จ่ายค่าข้าว ในราคา 100 บาท ซึ่งยายพิศไม่ทันได้ดู และส่งเงินทอนให้ไป 400 บาท ก่อนที่สาวมิจฉาชีพจะหลบหนีไปนั้น ต่อมาโลกโซเชียล ได้ช่วยกันแชร์เรื่องราวดังกล่าว จนมีผู้เข้ามาช่วยเหลือยายพิศอย่างมากมาย พร้อมช่วยกันตามหาสาวคนดังกล่าว ที่ใช้ธนบัตรปลอมมาหลอกยายพิศอีกด้วย ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสามารถจับกุม ผุ้ก่อเหตุคนดังกล่าวได้คือ น.ส.เดือน (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี สารภาพว่าวันเกิดเหตุได้ ขี่รถจยย.เพื่อตระเวนหางานทำ เนื่องจากว่างงาน พอดีรถจยย.น้ำมันหมด และหิวข้าว ไม่รู้จะทำยังไง เลยนำธนบัตรปลอมที่ติดตัวมา ซื้อข้าวผัดกะเพราไข่ดาว 2 กล่อง กล่องละ 15 บาท เป็นเงิน 30 บาท และซื้อลูกชิ้น 70 บาท รวมเป็นเงิน 100 บาท จากนั้นก็บอกว่าตัวเองใช้ธนบัตร 500 บาท ยายก็หยิบเงินทอนมา ให้ 400 บาท ตนก็ยื่นธนบัตรให้ และรับข้าวกับลูกชิ้นมา จากนั้นรีบขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว พอได้เห็นข่าว ก็ตกใจ หลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อนจนถูกจับกุมได้ในที่สุด ทั้งนี้หลังถูกจับกุม น.ส.เดือน ได้มาพบกับ ยายพิศ ที่สถานีตำรวจ ก่อนที่ยายจะบอกว่าไม่ขอแจ้งความ เพราะสงสาร ทำเอาสาวทอมถึงกับร่ำไห้เข้าไปกราบยาย พร้อมกล่าวว่า หากมีงานทำ สัญญาว่าจะนำเงินมาคืนยาย

พบธนบัตรฉบับละ 100 ปลอม มีภาษากัมพูชา แปลว่าไหว้เจ้า ในธนบัตร

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายภีรพงศ์ ปิยะธรรมวุฒิกุล อายุ 41 ปี ผู้จัดการร้านจิตรชัย ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี ว่ามีลูกค้านำธนบัตรฉบับละ 100 ปลอม เข้ามาซื้อสินค้าภายในร้าน ซึ่งในช่วงแรกไม่ทราบว่าเป็นธนบัตรปลอม แต่เมื่อนำเงินมานับจำนวนจึงได้ทราบว่าเป็นธนบัตรฉบับละ 100 ปลอม โดยจะเห็นชัดเจน คือไม่มีลายน้ำ แต่ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะไม่รู้เลย เพราะกระดาษที่ใช้เหมือนกับของจริงมากๆ หลังจากนั้นได้นำมาโพสต์เตือนภัยในเฟซบุ๊ก มีคนมาบอกว่าเป็นแบงก์กงเต็ก ล่าสุดทางหน่วยงาน กอ.รมน.จันทบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าคล้ายกับของจริงมาก แต่สังเกตพบว่ามีภาษากัมพูชา คำว่า “លុយសែន” อ่านว่าลุย แซน แปลว่าไหว้เจ้า ในธนบัตรใบดังกล่าว จึงได้สอบถามไปยังลูกจ้างของร้านที่เป็นชาวกัมพูชาก็ยืนยันว่าข้อความภาษากัมพูชานั้นแปลว่าไหว้เจ้าจริง แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทางเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จันทบุรี จึงได้ถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ และจะประสานงานไปยังส่วนกลางเร่งตรวจสอบที่มาของแบงก์ปลอมใบนี้ว่าเป็นการผลิตมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด ซึ่งหากพบว่าผู้ใดเป็นคนทำจะมีความผิดตามมาตรา 240 ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตรา ไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกษาปณ์ ธนบัตร หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้นๆ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 และมาตรา 241 ผู้ใดแปลงเงินตรา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญกษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใดซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือแปลงพันธบัตรรัฐบาล หรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้นๆ ให้ผิดไปจากเดิม เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีมูลค่าสูงกว่าจริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานแปลงเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท เบื้องต้น กอ.รมน.จันทบุรี ได้เตือนพ่อค้าแม่ค้าขอให้มีการตรวจสอบธนบัตรให้ดีก่อน ก่อนที่จะรับหรือทอนเงินให้ลูกค้าไป เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ นายภีรพงศ์ ปิยะธรรมวุฒิกุล ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนได้พบว่าลูกค้าที่นำธนบัตรปลอมเข้ามาซื้อสินค้าไม่แน่ใจว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างด้าว เพราะตอนมาซื้อสินค้ามีลูกค้ามาจำนวนมาก ซึ่งตนก็ไม่ได้มีการตรวจสอบให้ดีทำให้ต้องตกเป็นเหยื่อดังกล่าว ทั้งนี้ ร้านของตนเคยถูกมิจฉาชีพนำธนบัตรปลอมมาซื้อสินค้าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว