โดนจวกยับ รถของ ส.ส. ขับรถเข้าไปจอดในช่องของคนพิการ

เรื่องจอดรถในที่คนพิการ เราจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ และแน่นอนคนที่มาจอดย่อมโดนวิจารณ์ยับแน่นอนถ้าไม่ได้พิการ ล่าสุดมีการแชร์ภาพของ รถเบนซ์สองคันสีขาว-ดำ ซึ่งจอดอยู่ในช่องคนพิการ โดยระบุข้อความไว้ว่า“ชายติดบัตร ส.ส.สภาพร่างกายภายนอกแข็งแรงปกติ ขับรถเข้ามาจอดในช่องคนพิการที่รัฐสภา จอดเสร็จปิดประตูเดินลงจากรถเดินฉิว” ทั้งนี้ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นที่โพสต์ดังกล่าว อาทิ จิตสำนึกล้วนๆ เรื่องแบบนี้, จิตสำนึก ฯลฯ

ไร้จิตสำนึก! ไฮโซหนุ่ม เดินมาเอาที่กั้นที่จอดรถคนพิการออก แล้วเข้าไปจอดเฉย แม้รปภ.ห้ามก็ไม่ฟัง

วันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่า ฅนข่าว ต้นปราการ ได้โพสต์เรื่องราวระบุว่า “วงจรปิดในสนามบินแฉไฮโซหนุ่มจอดรถสปอร์ตหรูที่จอดรถคนพิการ บนอาคารจอดรถยนต์โซน 3 ชั้น 3 สนามบินสุวรรณภูมิ และเดินอย่างสบายใจ ทั้งที่มีป้ายบอกอย่างชัดเจน และ รปภ.ที่ดูแลพื้นที่ได้แจ้งแล้วว่าจอดที่คนพิการไม่ได้ ให้ไปจอดที่จอดปกติ แต่ไฮโซหนุ่มไม่สนใจ เดินจากไปอย่างไร้จิตสำนึก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในสนามบินว่า ที่อาคารจอดรถโซน 3 ชั้น 3 สนามบินสุวรรณภูมิ มีรถสปอร์ตหรู มัสแตง สีเหลืองออกส้ม จอดอยู่ในที่จอดรถคนพิการ โดยจอดมาแล้ว 2 วัน ทางเจ้าหน้าที่ ดูแลพื้นที่จึงนำเหล็กกั้นและเครื่องล็อกล้อมาล็อกล้อไส้และนำหนังสือมาแปะอยู่หน้ากระจกว่าได้ละเมิดจอดรถในที่จอดรถคนพิการ ให้ติดต่อทางเจ้าหน้าที่ก่อนนำรถออกไป จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ทราบว่ารถคันดังกล่าวได้นำมาจอดไว้ 2 วันแล้ว โดยก่อนจอดทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งแล้วว่าห้ามจอดเพราะเป็นที่จอดรถคนพิการให้นำไปจอดในที่จอดรถยนต์ทั่วไปแต่เจ้าของรถแสดงเจตนาว่าจะจอดตรงนั้นและไม่สนใจเดินจากไป ขณะที่แหล่งข่าวในสนามบินยังเปิดเผยอีกว่า ที่ผ่านมามักมีรถหรูในลักษณะนี้หลายคันฝ่าฝืนและจอดในที่จอดรถคนพิการ โดยไม่สนใจอะไร ซึ่งที่ผ่านมาทางสนามบินสุวรรณภูมิเคยได้รับการร้องเรียนเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ทำได้แค่โทษปรับเพียงไม่เท่าไหร่ ซึ่งก็ถือว่าไม่สะทกสะท้านกระเป๋าสำหรับคนมีเงิน แต่มีนิสัยมักง่ายเช่นนี้ จึงตัดสินใจนำเรื่องราวครั้งนี้ออกมาสู่สังคม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” อย่างไรก็ตาม ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเป็นสาธารณะ ต่างก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก อาทิ พิการทั้งร่างกายและใจความรู้ไม่ช่วยไห้ระดับสมองเจริญขึ้นเลย, มีเงินขนาดนั้น ซื้อเครื่องบินส่วนตัวเลย จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น มีแต่เงินแต่ขาดสมอง, ก็รวยอะ พอเป็นข่าว ก็จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษสังคม ก็จบ, สมองคนพวกนี้จะพิการครับ เเยกเเยะผิดชอบชั่วดีไม่ค่อยออก ผลกระทบจากความรวย, โชว์หน้าเลยครับ พลังโซเชียลสร้างชาติ ขจัดคนพาลออกจากแผ่นดิน..

สุดจะทน! หนุ่มทนไม่ได้เห็นคนแย่งที่จอดรถคนพิการ เรียกแล้วก็ไม่ยอมย้ายที่ เลยทุบกระจกรถซะเลย

วันที่ 8 ธ.ค. ชาวเน็ตมีการแชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าของคลิป ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของคนปกติแต่กลับไปจอดรถในที่ของคนพิการ จนถึงขั้นลงมือทุบกระจกรถกระบะ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Peerapong Amornpich” ได้โพสต์คลิปภาพพร้อมข้อความระบุว่า  ผมทุบรถ คนไม่พืการ มาจอดรถที่คนพิการ ผมยินดีจ่ายค่าเสียหาย แต่ไม่ขอยินยอมปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดในสังคมไทย โดยที่ผมไม่ยอมทำอะไร ลำดับเหตุการณ์ 1.ผมเห็นรถคู่กรณีมาจอดในที่คนพิการ ที่ห้าง แล้วเดินออกไป 2 คน มองจากด้านหลัง สูงยาว เข่าดี ไม่ได้พิการหรือท้อง 2.ผมมากับครอบครัว อุ้มลูกอยู่ ไม่สามารถตามไปทันได้ จึงจำเลขทะเบียนรถแล้วเดินไปแจ้งประชาสัมพันธ์ ให้ประกาศตามเจ้าของรถมาเลื่อนรถ โดยรออยู่นานก็ไม่มาสักที ผมจึงฝากประชาสัมพันธ์จัดการและกลับไปหาครอบครัวที่รออยู่ที่ร้านสุกี้ 3.หลังจากนั่งทานไปสักพัก ผมก็เดินไปดูรถก็ยังอยู่ที่เดิม ผมก็ไปที่ประชาสัมพันธ์อีกครั้งถามว่าเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่มาเลย ผมเลยแจ้งว่าให้ประกาศอีกครั้งและทำอย่างไรก็ได้ให้เขามาเลื่อนรถภายใน 10 นาที ถ้าไม่มาผมจะทุบรถ 4.ครบกำหนด ผมเดินไปที่รถเพื่อทุบ ขณะกำลังจะทุบ ผู้จัดการ ห้างก็มาขอร้องว่า อย่าทุบเลย เดี๋ยวเธอโดนไล่ออก ผมก็เลยหยุดและบอกว่าให้อีก 10 นาที ถ้าไม่มาเลื่อนรถ คราวนี้ทุบจริง 5.ผมกลับไปทานสุกี้กับครอบครัว ให้เวลาเขานานๆ เลย มากกว่า 10 นาทีมากๆ ทานจนเสร็จ เช็กบิล ผมก็เอาลูกให้ภรรยาอุ้ม และ ผมขอตัวสักพัก 6.กลับมาที่รถคันดังกล่าว ก็ยังอยู่ที่เดิม ผมก็ทุบเลย 7.หลังจากนั้น ผมก็จะเอากุญแจรถให้ภรรยาขับกลับบ้านไปก่อน ส่วนผมรอคุยกับคู่กรณีที่เกิดเหตุ แต่ภรรยาแจ้งว่าให้พี่น้องที่โบสถ์มารับกลับบ้านแล้ว 8. คุยกับตำรวจ รออยู่สักพัก ก็ตัดสินใน live ลง facebook ว่าผมได้ตัดสินใจทุบรถ และ ทุบรถแล้ว โดยผมยินดีจ่ายค่าเสียหาย แต่ไม่ยินดีปล่อยให้เมืองไทยเป็นแบบนี้ โดยที่ผมไม่ยอมทำอะไร 9.ระหว่างนั้น คู่กรณีก็มาถึง ถามว่าใครเป็นคนทำ ผมได้ยินหันกลับไปแล้วก็เป็นอย่างในวีดีโอ ซึ่งผมแจ้งว่า น้องจอดรถในที่คนพิการ ผมยินดีจ่ายค่าเสียหายที่ผมทุบ น้องเขาบอกว่าไม่เป็นไร อย่างไรก็ตามต่อมาที่โรงพักน้องเรียกร้องเงิน 70,000 บาท โดยเป็นค่าซ่อม 20,000 + ค่าเสียเวลาและเช่ารถ 50,000 บาท ถ้าไม่ให้จะฟ้องศาล และขู่ว่าถ้าผมไม่จ่ายจะต้องจ่ายมากกว่านี้อีกเยอะ 10. จากการคุยกับน้องผู้หญิงที่โรงพัก น้องบอกว่าบ้านอยู่แถวห้าง และ มาใช้บริการที่นี่เป็นประจำ 11. แต่ใน live สด ตามที่ปรากฏ น้องทั้งสองอ้างว่าไม่รู้เลยว่าตรงนั้นเป็นจอดรถคนพิการ และ แม้นว่าที่จอดรถคนพิการจะโล่งมาก และ มีสีน้ำเงิน และ สัญลักษณ์ต่างๆ ให้เห็นเด่นชัดเจนว่าเป็นที่จอดรถคนพิการ หลังจากเดินลงจากรถแล้วก็มองเห็นอยู่ดี ไม่ได้เป็นตามที่กล่าวอ้าง และแก้ตัวเร็วมาก จนทำให้ผมเชื่อว่าเตรียมคำแก้ตัวไว้ล่วงหน้ามาแล้ว จึงตอบได้ทันทีแบบไม่ต้องนึกย้อนไปที่เหตุการณ์เลยว่าทำไมตัวเองจึงตัดสินใจทำแบบนั้น ผิดธรรมชาติ ที่ถ้าคนไม่ได้ตั้งใจ เขาจะงงงง และ ทบทวนเหตุการณ์สักพัก ถึงจะตอบได้ ไม่ใช่ตอบได้ทันทีแบบที่เห็นใน live สด ตามคลิป 12. กลับไปที่โรงพัก หลังจากน้องเรียกร้องเงิน 7หมื่นบาท โดยเฉพาะค่าเสียเวลา+ค่าเช่ารถ 5หมื่นบาท ร้อยเวรได้ยินก็เรียกทั้งสองไปคุยอีกครั้ง และ ต่อมาก็เรียกผมเข้าไปบอกว่า ลดค่าเสียเวลา+เช่ารถ เหลือ 1 หมื่นบาท ซึ่งผมก็ได้โอนเงินจ่ายให้น้องเขาไป (เจ็บจี๊ดๆ แบบบอกไม่ถูก ตอนโอนเงิน) 13. ตำรวจบอกว่าผมทำไม่ถูกต้อง ควรใช้วิธีอื่นๆ ผมก็ถามกลับไปว่าผมควรทำอย่างไร ตำรวจก็ไม่ได้ให้คำตอบ 14. ผมทำในส่วนของผมแล้วให้สังคมไทย ได้เริ่มที่จะหยุด “คนไม่พิการมาเบียดเบียนแย่งจอดรถในที่คนพิการ” ถ้ามีวิธีอื่นที่ผมเลี่ยงได้ได้ผมก็จะทำแต่นี่มันไม่มี ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ เหตุการณ์ก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม คือ มีแต่คนบ่นว่าคนร่างกายดีมาจอดรถที่คนพิการ โดยที่ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ผมต้องการสังคมไทยที่ดีให้ ลูกหลานผม และ ตัวผมเอง ได้อยู่อาศัย แต่ผมทำคนเดียวไม่ได้ ก็อยู่ที่คนในสังคมแล้วว่าจะเดินไปพร้อมกับผมมั้ย

ยามขอรับผิด เป็นคนเข็นรถคนพิการออก ให้รถหรูจอดแทนที่เอง

จากกรณีโลกโซเซียลที่ใช้นาม “แบม ป่วงคัก” โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก #จอดรถอยู่ดีๆก็โดนดึงออก หนูเป็นคนพิการ มาเที่ยวกับเพื่อน จอดรถไว้ที่คนพิการ แล้วก็ไปกินข้าว ที่นั่งกินข้าวก็จะเห็นรถของหนูจอดพอดี พอดีข้าวเสร็จกำลังจะไปทำธุระต่อ หันไปที่จอดรถก็เห็นว่า รถของหนูถูกดึงออกมา จอดกลางถนน แล้วมีรถราคาแพงมาจอดแทนคนที่ลงมาจากรถเป็นคนปกติ #คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ #อยากพิการเหมือนหนูหรือคะ จนมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และแชร์ไปจำนวนมากเช่นกัน ต่อมาทางศูนย์การค้าเทลมินอล 21 พัทยา ได้ชี้แจงคลิปที่จอดรถคนพิการในเพจของศูนย์การค้าเทลมินอล 21 พัทยา โดยได้ยอมรับผิดกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นเนื้องด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ์ณของเจ้าหน้าที่ รปภ.พร้อมแสดงความเสียใจแก่ลูกค้าทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมตักเตือนเจ้าหน้าที่ รปภ.และได้ประสานงานต้นสังกัดเพื่อให้ดำเนินการตามระเบียบและพิจารณาบทลงโทษตามนโยบายบริษัทต่อไป ล่าสุดเจ้าของรถหรูพร้อมรถคันที่เป็นคลิปเดินทางเข้ามาขอโทษและยอมรับผิดในสิ่งที่ทำไปและวอนขอให้สังคมเห็นใจก่อนคุยกันและตกลงกันได้ก่อนที่เจ้าของรถจะมอบกระเช้าผลไม้ให้กับน้องคนพิการโดยได้เดินทางมาที่โรงเรียนพระมหาไถ่ พัทยา โดยมีตัวแทนของทางศูนย์การค้า เทลมินอล 21 พัทยา เจ้าของรถหรู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รปภ.ในวันที่ทำหน้าที่อยู่ นายจิรายุส อภัยพัฒน์ อายุ 32 ปี รปภ.ซึ่งเป็นคนเอารถ จยย.ออกมาจอดข้างนอกและโบกรถหรูเข้าไปในที่คนพิการ โดยยอมรับว่าตนรับว่านั้นทำหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวจังหวะนั้นมีรถหรูคันดังกล่าวเข้ามาจอด ตนก็วิ่งไปรับรถอีกคันและค่อยมาเข็นรถ จยย.สามล้อออกเพื่อให้รถคันดังกล่าวจอดแทน ตามคลิป ซึ่งทั้งหมดตนรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมากและได้กราบขอโทษน้อง แบม กับสิ่งที่ทำลงไป

แบบนี้ได้หรอ แท็กซี่จอดรถที่คนพิการ กลับโดนตอกกลับแทบสะดุ้ง

    เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ฟิล ปรัชญา อรเอก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 เป็นเรื่องที่ถูกส่งเข้ามา หลังจากมีกรณีรถแท็กซี่คนหนึ่งได้จอดรถที่สนามบิน โดยเลือกจอดที่จอดรถคนพิการ โดยมีเสียงวิพากวิจารณ์เป็นอย่างมาก หลังจากได้เข้าไปเตือนแล้วพร้อมข้อความว่า “เจอแท๊กซี่จอดในที่จอดรถคนพิการ เลยเดินไปเตือนว่า “นี่ที่จอดคนพิการ” เจอตอกกลับมาว่า “จอดได้ เพราะพิการทางการเงิน “เชี่ยยย มุกอ้างความจนให้ทำผิดกฎฯแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ สุวรรณภูมิ เมื่อวานนี้” หลังจากโพสต์นี้ได้เผยแพร่ออกไป ก็มีเหล่าบรรดาแฟนๆออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างมาก เจอแท๊กซี่จอดในที่จอดรถคนพิการ เลยเดินไปเตือนว่า"นี่ที่จอดคนพิการ"เจอตอกกลับมาว่า"จอดได้ เพราะพิการทางการเงิน"… โพสต์โดย ฟิล ปรัชญา อรเอก เมื่อ 27 พฤษภาคม 2018