ชาวบ้านสุดทน! สาวเล่นสกปรก ‘แขวนผ้าอนามัยใช้แล้ว’ จองที่จอดรถ

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Panida Thongmanee โพสต์ภาพคนนำผ้าอนามัยใช้แล้ว 2 แผ่น แขวนใส่ราวผ้านำมาวางไว้เพื่อจองเป็นที่จอดรถบริเวณฝั่งตรงข้ามตึก Q การเคหะสุขสวัสดิ์ ถนนสุขสวัสดิ์ซอย 30 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯโดยข้อความของผู้โพสต์ระบุในทำนองว่าชาวบ้านเอือมระอาพฤติกรรมดังกล่าวมานานแล้ว เนื่องจากเกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้พบเห็นและผู้สัญจรไปมา โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารในละเเวกนั้น เนื่องจากลูกค้าพากันสะอิดสะเอียนจนทำให้พากันขายของลำบาก เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง แทบอ้วก โรงแรม 5 ดาวผงะลูกค้าสาว ยัด ผ้าอนามัย ใช้แล้วลงกาต้มน้ำ ตร.รุดสอบเจออีกคนซุกถุงเท้า ชาวโซเชียลเดือดจัด! จวกรัฐบาล หลังให้ ผ้าอนามัย จัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย-เก็บภาษีสูง พ.ต.อ.ภัสพงษ์ บุตรไทย ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการทะเลาะวิวาทกันระหว่างผู้พักอาศัยในโครงการ มานานแล้ว โดยคู่กรณีเป็นผู้พักอาศัยในโครงการเดียวกันแต่มีปัญหาเรื่องแย่งที่จอดรถซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ฝ่ายหนึ่งชื่อ นางแนน (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี เป็นเจ้าของร้านขายของชำ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งชื่อ นางปุ้ย (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี   โดยนางแนน ใช้ราวตากผ้าที่มีผ้าอนามัยแขวนอยู่ทุ่มใส่รถยนต์ฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีขาว ของนางปุ้ย เนื่องจากไม่พอที่ นางปุ้ย นำรถเข้าไปจอดในที่ที่ตนเองจอดประจำ ทำให้ตัวถังรถด้านหน้าได้รับความเสียหายเล็กน้อย ทำให้ชาวบ้านในละเเวกนั้นไม่พอใจพฤติกรรมของนางแนน พากันมาต่อว่าแต่นางแนน ก็ยังไม่พร้อมเจรจากับผู้ใด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจึงยึดราวตากผ้าไว้รอนางแนน สงบสติอารมณ์ก่อนจะเรียกไปแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งคู่ก็เคยมีเรื่องขึ้นโรงพักมาแล้วรอบหนึ่ง โดยครั้งนั้น นางปุ้ย ได้เคลื่อนย้ายราวตากผ้าของนางแนน แล้วนำรถของตนเองเข้าไปจอด ทำให้นางแนน โมโหนำอุจจาระมาปาใส่รถเก๋ง จนเลอะเทอะ ฝ่ายนางปุ้ย เองก็บันดาลโทสะนำกระถางต้นไม้ไปขว้างใส่หน้าร้านขายของชำของนางแนน ซึ่งอยู่เยื้องๆ กัน จนต่างฝ่ายต่างแจ้งความกันและกันในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เบื้องต้นคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนรับแจ้งความเอาไว้แล้ว แต่ทั้งคู่ยังไม่พร้อมเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย กระทั่งวันนี้มาเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นอีก โดยหลังจากนี้จะพยายามให้ทั้ง 2 ฝ่าย สงบสติอารมณ์ให้ได้และจะเรียกมาเจรจากันให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

สาวโวย! ‘ดาราสาว’เปิดคาเฟ่ปล่อยลูกค้าจอดรถขวางประตูบ้าน

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 64 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวเรียกร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากถูกละเมิดด้วยการจอดรถขวางทางเข้าออกบ้าน จากรถที่มาคาเฟ่ร้านดังที่ถูกระบุว่า เป็นร้านของดาราคนหนึ่ง โดยระบุข้อความด้วยว่า “เรียนคาเฟ่ดังของคนดัง #ดาราท่านหนึ่งซึ่งใครๆก็อยากมีอาชีพเป็นเธอ ซึ่งเป็นทีมบริหาร xxxบ้านอยู่สุดซอย ตอนนี้แม่ป่วยอยู่บ้านคนเดียว มีรถคอยเข้ามาจอดขวางทางประตูบ้านตลอดเวลา เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง สาวโวย เอารถเข้าศูนย์ส่งซ่อม แต่ได้ใบสั่งแถมมาด้วย สาวโวย…!! นั่งแท็กซี่กลับบ้าน ไม่ขอคุยเรื่อง”การเมือง”โดนไล่ลงจากรถ โชเฟอร์ทำโชว์เสื้อเหลือง ตร.นัดไกล่เกลี่ยคดี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Natty Pich ระบุว่า เรียนคาเฟ่ดังของคนดัง #ดาราท่านหนึ่งซึ่งใครๆก็อยากมีอาชีพเป็นเธอ ซึ่งเป็นทีมบริหาร  บ้านอยู่สุดซอย ตอนนี้แม่ป่วยอยู่บ้านคนเดียว มีรถคอยเข้ามาจอดขวางทางประตูบ้านตลอดเวลา ทำให้แม่ที่สุขภาพไม่ค่อยดีต้องมาคอยดูกล้องวงจรปิด ออกไปแจ้งรถหน้าบ้านทั้งวันลุกๆเดินๆอยู่อย่างนั้น นอกจากสุขภาพกายยังส่งผลต่อสุขภาพจิตอีกเพราะแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประกอบกับปัญหาสุขภาพ บ้านในซอยเล็ก มีผู้ป่วยติดเตียงอยู่นะคะ ใจเขาใจเราคิดถึงยามฉุกเฉินเขาจะเข้าออกกันอย่างไร? นี่คือสิ่งที่คนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องแบกรับหรือคะ? ข่าวดังๆก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง กรณีป้าทุบรถไงคะ ถอดบทเรียนไม่ได้เลยหรือ? ละแวกบ้านมีแต่คนเฒ่าคนแก่เค้าเข้าถึงโซเชียลไม่ได้หรอกค่ะ มีแต่ต้องรับชะตากรรม เราเป็นตัวแทนที่สามารถเป็นกระบอกเสียงเพราะเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้เท่านั้น

ไร้จิตสำนึก! ไฮโซหนุ่ม เดินมาเอาที่กั้นที่จอดรถคนพิการออก แล้วเข้าไปจอดเฉย แม้รปภ.ห้ามก็ไม่ฟัง

วันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่า ฅนข่าว ต้นปราการ ได้โพสต์เรื่องราวระบุว่า “วงจรปิดในสนามบินแฉไฮโซหนุ่มจอดรถสปอร์ตหรูที่จอดรถคนพิการ บนอาคารจอดรถยนต์โซน 3 ชั้น 3 สนามบินสุวรรณภูมิ และเดินอย่างสบายใจ ทั้งที่มีป้ายบอกอย่างชัดเจน และ รปภ.ที่ดูแลพื้นที่ได้แจ้งแล้วว่าจอดที่คนพิการไม่ได้ ให้ไปจอดที่จอดปกติ แต่ไฮโซหนุ่มไม่สนใจ เดินจากไปอย่างไร้จิตสำนึก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในสนามบินว่า ที่อาคารจอดรถโซน 3 ชั้น 3 สนามบินสุวรรณภูมิ มีรถสปอร์ตหรู มัสแตง สีเหลืองออกส้ม จอดอยู่ในที่จอดรถคนพิการ โดยจอดมาแล้ว 2 วัน ทางเจ้าหน้าที่ ดูแลพื้นที่จึงนำเหล็กกั้นและเครื่องล็อกล้อมาล็อกล้อไส้และนำหนังสือมาแปะอยู่หน้ากระจกว่าได้ละเมิดจอดรถในที่จอดรถคนพิการ ให้ติดต่อทางเจ้าหน้าที่ก่อนนำรถออกไป จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ทราบว่ารถคันดังกล่าวได้นำมาจอดไว้ 2 วันแล้ว โดยก่อนจอดทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งแล้วว่าห้ามจอดเพราะเป็นที่จอดรถคนพิการให้นำไปจอดในที่จอดรถยนต์ทั่วไปแต่เจ้าของรถแสดงเจตนาว่าจะจอดตรงนั้นและไม่สนใจเดินจากไป ขณะที่แหล่งข่าวในสนามบินยังเปิดเผยอีกว่า ที่ผ่านมามักมีรถหรูในลักษณะนี้หลายคันฝ่าฝืนและจอดในที่จอดรถคนพิการ โดยไม่สนใจอะไร ซึ่งที่ผ่านมาทางสนามบินสุวรรณภูมิเคยได้รับการร้องเรียนเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ทำได้แค่โทษปรับเพียงไม่เท่าไหร่ ซึ่งก็ถือว่าไม่สะทกสะท้านกระเป๋าสำหรับคนมีเงิน แต่มีนิสัยมักง่ายเช่นนี้ จึงตัดสินใจนำเรื่องราวครั้งนี้ออกมาสู่สังคม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” อย่างไรก็ตาม ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเป็นสาธารณะ ต่างก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก อาทิ พิการทั้งร่างกายและใจความรู้ไม่ช่วยไห้ระดับสมองเจริญขึ้นเลย, มีเงินขนาดนั้น ซื้อเครื่องบินส่วนตัวเลย จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น มีแต่เงินแต่ขาดสมอง, ก็รวยอะ พอเป็นข่าว ก็จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษสังคม ก็จบ, สมองคนพวกนี้จะพิการครับ เเยกเเยะผิดชอบชั่วดีไม่ค่อยออก ผลกระทบจากความรวย, โชว์หน้าเลยครับ พลังโซเชียลสร้างชาติ ขจัดคนพาลออกจากแผ่นดิน..

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ออกมาชี้แจง หลังมีข่าวรถจอด 6 เดือน โดนค่าปรับเกือบ 6 หมื่นบาท

หลังจากมีข่าวมีผู้ใช้บริการที่จอดรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จอดรถค้างคืนไว้นานเป็นเวลา 8 เดือน จนโดนค่าปรับสูงเกือบ 6 หมื่นบาท รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุทัศน์ สุวรรณผ่องใส ได้เผยถึงเรื่องราวว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถ TOYOTA รุ่น RIVO สีแดง หมายเลขทะเบียน ข – 3438 ชลบุรี เจ้าของรถได้นำรถเข้ามาจอดที่อาคารจอดรถโซน 2 ทสภ. ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 06.07 น. ถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 เวลา 19.24 น. รวมระยะเวลาจอด 239 วัน โดยผู้ที่นำรถออกไปให้นั้นเป็นเพื่อนกับเจ้าของรถ ซึ่งปัจจุบันยังคงอาศัยอยู่ต่างประเทศ เนื่องจากโดนยกเลิกเที่ยวบินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโวรัสโควิด 19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ จึงให้เพื่อนมาช่วยนำรถออก โดยค่าจอดรถ 59,750 บาท คำนวณมาจากอัตราค่าบริการจอดรถของ ทสภ. วันละ 250 บาท คูณกับจำนวนวันที่เข้าจอด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการว่าหากมีความประสงค์จะขอลดอัตราค่าบริการจอดรถสามารถทำได้ โดยต้องนำตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ รวมทั้งเอกสารการยกเลิกเที่ยวบินมาเป็นหลักฐาน แต่เพื่อนเจ้าของรถยินดีที่จะจ่ายเงินตามจำนวนจริง โดยให้เหตุผลว่าไม่ประสงค์ที่จะยื่นหลักฐานดังกล่าว เนื่องจากต้องรอเอกสารในการยื่น ทสภ. ยินดีที่จะลดอัตราค่าบริการที่จอดรถให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยต้องยื่นเอกสารได้แก่ หลักฐานตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ เอกสารการกักตัวจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เอกสารการยกเลิกเที่ยวบิน เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีผู้ใช้บริการติดต่อขอลดอัตราค่าบริการจอดรถไปแล้วจำนวน 6 ราย ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัย หรือต้องการคำแนะนำในการใช้บริการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการอาคารจอดรถยนต์ โทรศัพท์ 0 2132 9511 หรือติดต่อ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง

แบบนี้ก็มีด้วย! อาม่าไล่กรีดเบาะรถจยย. ที่ไม่ยอมมาจอดในที่เช่าจอด ลั่นไม่ผิดยินดีชดใช้ให้คันละ 5 บาท

อาม่ากรีดเบาะรถจยย.หลายสิบคัน เหตุจอดเกะกะ-ไม่ยอมมาเช่าที่จอด ลั่นไม่ผิดยินดีชดใช้ให้คันละ 5 บาท ด้านลูกชายโร่รับผิดชอบเปลี่ยนเบาะใหม่ จากกรณีที่โลกออนไลน์ลำปาง แชร์ภาพเบาะรถจยย.ของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคลำปางหลายราย ถูกมือดีใช้เหล็กแหลมเจาะและกรีดเบาะรถจนได้รับความเสียหาย หลังนำรถจยย.มาจอดที่บริเวณริมถนนในซอยข้างวิทยาลัยเทคนิคลําปาง อ.เมือง จ.ลำปาง โดยล่าสุดได้มีการแชร์คลิปอาม่าคนหนึ่ง มาเดินป้วนเปี้ยนใกล้รถจยย.คันที่เสียหายโดยในมือถือเหล็กแหลมอยู่ ทำให้โลกโชลเชียลได้มีการตั้งข้อสังเกตุว่าจะเป็นฝีมือของอาม่ารายดังกล่าวหรือไม่ ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ส.ค. 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุพบว่าจุดดังกล่าวอยู่หน้าหอพักแห่งหนึ่ง พบมีการนำกรวยยางสีส้มพร้อมกับขึงเชือกทำเป็นแนวกั้นยาวประมาณ 50 เมตร โดยหอพักดังกล่าวได้มีบริการรับฝากรถจยย. เจ้าของเป็นหญิงชราวัย 92 ปี พร้อมเปิดเผยว่า ได้เปิดหอพักและให้เช่าที่จอดรถจยย.มาหลายสิบปีโดยเก็บคันละ 5 บาทต่อวัน ซึ่งบางคนไม่จ่ายหรือไม่มีเงินก็ไม่เคยว่าอะไร โดยยอมรับว่าเป็นคนในคลิปดังกล่าวและเอามีดไปกรีดเบาะรถของนักศึกษาจริง ซึ่งหากใครจะมาเรียกค่าเสียหายก็ยินดีจะชดใช้ให้คันละ 5 บาทเท่ากับค่าฝากรถ เรื่องที่เกิดขึ้นตนเองถือว่าทำถูกต้องแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายหรือใครไปแจ้งความและหากมีใครนำรถจยย.มาจอดหน้าบ้านอีกจะต้องเจอแบบนี้อีก อย่างไรก็ดี ลูกชายของอาม่ารายดังกล่าว ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและจะชดใช้ค่าเสียหายให้นักศึกษาที่ถูกกรีดเบาะรถจยย.ให้ทั้งหมด โดยบอกว่าจะคลุมเบาะรถจยย.ให้ใหม่หรือตามที่ช่างประเมินราคา โดยมีนักศึกษาไม่ต่ำกว่า 20 รายได้ทยอยมาลงรายชื่อเพื่อรอรับการชดใช้ จากการสอบถามนักศึกษาผู้เสียหายหลายรายทราบว่าได้นำรถจยย.มาจอดไว้ที่บริเวณริมถนนซึ่งอยู่ติดกับรั้วหอพักของอาม่าโดยไม่ได้นำรถจยย.เข้าไปจอดด้านในเนื่องจากไม่อยากเสียค่าจอดวันละ 5 บาทประกอบกับมองว่าจอดอยู่บนถนนสาธารณะและก็ไม่ได้ไปกีดขวางทางเข้าออกใคร อีกทั้งยังมีเงินมาเรียนจำกัดจึงไม่นำรถจยย.ไปจอดในหอพักซึ่งมีการคิดค่าจอดรถ

1 2