แสบมาก! เมียตัวดี แอบขโมย ATM สามี ไปทยอยกดเงินมา 5 แสน แล้วหนีไปอยู่กับผัวใหม่ ทิ้งลูกอีก 2 คนเอาไว้

วันที่ 10 มิ.ย.2564 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.อภิชน ขันกา สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.เสาวณีย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.20/2564 ลงวันที่ 25 ม.ค.2564 ข้อหา “เอาไปเสียซึ่งเอกสารสิทธิของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและ ลักทรัพย์” สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะนั้น น.ส.เสาวณีย์ อยู่กินกับนายเอ (นามสมมติ) อดีตสามีที่ จ.กาฬสินธุ์ ระหว่างนี้ได้ก่อเหตุแอบนำบัตรเอทีเอ็มของสามี ไปทยอยกดเงินที่ได้จากการขายที่ดินรวม 5 แสนบาท เมื่อนายเอทราบเรื่อง ผู้ต้องหาก็ชิงหลบหนีไปอยู่กินกับสามีคนใหม่ พร้อมกับทิ้งลูกอีกสองคนไว้ให้นายเอเลี้ยงดูด้วย ด้วยความช้ำใจที่ถูกหักหลัง เลยเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีจนศาลออกหมายจับไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เพราะตนเองตั้งใจจะเลิกกับนายเออยู่แล้ว ก็เลยลงมือก่อเหตุเพื่อหาเงินเอาไว้ใช้ส่วนตัว จึงนำตัวส่ง สภ.กุฉินารายณ์ ดำเนินคดีต่อไป น้ำตาอาบหน้า! แม่ร่ำไห้ลูกชายขโมยเอทีเอ็มไปกดเกลี้ยง เหลือแค่ 53 บาท ไม่มีเงินกินข้าว เจอแบบนี้งงเลย กดเงินออกมาจากตู้เอทีเอ็ม แต่เจอธนบัตรชำรุดหลายใบ

สุดรันทด! ยายวัย 94 ต้องเลี้ยงดูหลานวัย 2 ขวบ เพราะแม่เด็กติดยาทิ้งไปตั้งแต่น้องอายุ 10 วัน

เป็นเรื่องราวที่ทำเอาสะเทือนใจ ของยายหลาน ที่ใครได้รับรู้ก็อดสงสารจับใจ ทำเอาน้ำตาซึมเลย ที่โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ด ภาพของยายแก่ๆคนนึง ที่กำลังดูแลหลานตัวน้อย ยายอายุ94ปี มาเฝ้าหลานอายุ2ขวบ ยายบอกเลี้ยงหลานเองแม่ติดยาทิ้งไปตั้งแต่น้องได้10วัน แล้วยายยังได้เล่าอีกว่า ยายกลัวมีคนเอาหลานไปจากยายมากๆตอนถามแรกๆยายก็กล้วๆกล้าๆอยู่ ฝันเลยบอกว่าไม่มีอะไรฝันมาช่วยไม่ต้องกลัวเด้อยาย ไม่มีใครเอาหลานยายไปทั้งนั้น ฝันถามยายว่าแล้วได้เงินจากไหนซื้อนม ยายบอกว่าเงินเดือนคนแก่และเงินเดือนเด็ก โทรศัพท์ยายก็ไม่มี คนมาเยี่ยมก็ไม่มี สอบถามพี่พยาบาล เขาบอกทางโรงพยาบาลสุวรรณภูมิ ได้ดูแลอยู่ ทำบ้านให้อยู่ เวลาน้องไม่สบายก็ไปรับมารักษาที่โรงพยาบาล ฝันเลยให้เงินยายไว้ซื้อนมให้หลาน15,000บาท ช่วยๆกันไป สงสารน้องกับยายมากๆ มีลูกเล็กเหมือนกันเข้าใจดีเลย ใครจะส่งของไปช่วย ที่อยู่ยาย บ้านดอนพิมาน บ้านเลขที่ 51 ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด คุณยายหล่วย พันธุ์ภูงา ที่มา – Jutamas Seedao

สุดเศร้า! พ่อแม่ใจยักษ์ ทิ้งลูกใส่กระเป๋า เอาไว้ในห้องน้ำวัดหลวงพ่อโต

สุดสลด! พ่อแม่ใจร้าย นำเด็กใส่กระเป๋าสีฟ้า มาทิ้งไว้ในห้องน้ำวัดหลวงพ่อโต​ อ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าพบเป็นศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง วันที่ 14 พ.ย. 63 รับแจ้งพบศพเด็ก ถูกนำมาทิ้งไว้ภายในห้องน้ำวัดบางพลีใหญ่ใน(วัดหลวงพ่อโต) หมู่ที่ 10 ซอย ตำบล บางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ พบกระเป๋าสีฟ้าอ่อนลายการ์ตูน ถูกวางไว้ที่ข้างถังขยะ เมื่อเปิดออกมาพบร่างของเด็ก ห่อด้วยผ้าสีแดง สภาพศพริมฝีปากเริ่มมีคล้ำ ตัวเริ่มซีดและเย็น สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า เด็กอาจเสียชีวิตมากกว่า 12 ชั่วโมง และเสียชีวิตก่อนถูกนำมาทิ้ง เป็นทารกเพศชาย น้ำหนักประมาณ 3.3 กิโล นายกรณ์ อายุ 52 ปี พ่อค้าที่ของตรงที่เกิดเหตุ เผยว่า 2 สามีภรรยาเป็นชาวเมียนมา มาเข้าห้องน้ำในวัด และพบกับถุงกระเป๋า จึงเปิดซิปดูพอพบว่าเป็นเด็ก ก็ตกใจจึงรีบปิดซิป และรีบวิ่งมาบอกพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของบริเวณนั้น ตนเองจึงรีบวิ่งไปดู พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นห้องที่ 6 เห็นถุงซิปสีฟ้าที่ปิดอยู่ ข้างๆถังขยะห้องน้ำ และตนเองก็ไม่กล้าเปิดเพราะเป็นศพ ตนเองจึงรีบไปตามอปพร. อย่างไรก็ตามรอทางเจ้าหน้าที่เข้ามาชันสูตรและตรวจสอบอีกครั้ง  

น่าอนาถใจ แม่แท้ๆกับพ่อเลี้ยง ขับรถมาปล่อยลูกวัย 8 ขวบไว้ข้างถนน ลูกวิ่งตามรถจนหัวทิ่มหัวตำ

ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากสมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทองว่ามีเหตุพ่อแม่ทิ้งลูกไว้ข้างถนน ลูกวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากเด็กปั้ม เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณปั้มพีที ต.หลักฟ้า อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังยืนปลอบโยนน้องแบงค์ (นามสมมุติ) วัย 8 ขวบ ซึ่งยืนกอดตุ๊กตาหมีเก่า ๆ จำนวน 3 ตัวไว้แน่น โดยน้องแบงค์นั้นที่ถูกแม่แท้ ๆ และพ่อเลี้ยงปล่อยทิ้งไว้เพียงลำพังที่ริมถนนสายเอเชีย จากการสอบถามน้องแบงค์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งรถเทลเลอร์มากับนางเอ (นามสมมุติ) วัย 34 ปี และนายบี (นามสมมุติ) พ่อเลี้ยงวัย 31 ปี มาจากโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี ระหว่างทางแม่ของตนได้โทรศัพท์คุยกับ นายโก้ (นามสมมุติ) พ่อแท้ ๆ ของตนที่เลิกรากันไปนานแล้ว โดยแม่บอกว่าพ่อของตนจะมารับไปอยู่ด้วย ซึ่งตอนนั้นตนก็งง ๆ ไม่รู้อะไรยังงัย และจู่ ๆ แม่ก็บอกให้พ่อเลี้ยงของตนจอดรถและแม่ก็ทิ้งให้ตนลงจากรถและปล่อยตนไว้ โดยบอกว่าเดี๋ยวพ่อมารับ ซึ่งตอนนั้นตนงงมาก ตนไม่อยากลงแม่ก็บังคับให้ตน ตีตน หลังจากแม่ปล่อยตนแล้ว แม่กับพ่อเลี้ยงก็ขับรถหนีไป ตนพยายามวิ่งตามแล้วแต่ไม่ทัน จนกระทั่งวิ่งมาจะถึงปั้มน้ำมันตนเกิดล้ม พี่ ๆ ในปั้มก็เข้าช่วยเหลือ ดังกล่าว ซึ่งในเวลาต่อมานางเอ และนายบีได้ขับรถย้อนกลับมา และจอดรถไว้หน้าปั้ม ก่อนที่นางเอจะเดินเข้ามาในปั้ม จากการสอบถามนางเอ กล่าวว่า ปกติตน น้องแบงค์ และนายบีจะอยู่ด้วยกัน โดยพักอาศัยอยู่บนรถขนสินค้า ไม่ได้มีบ้านพักเป็นหลักแหล่ง และน้องแบงค์ก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ก่อนเกิดเหตุตนก็ได้มาด้วยกันตามปกติ และตนได้โทรหากับนายโก้ สามีเก่าซึ่งเป็นแม่ของน้องแบงค์ว่าจะให้นายโก้มารับไปอยู่ด้วย จะได้เรียนหนังสือ ซึ่งตอนโทรคุยกันในรถนายโก้ก็บอกว่าอีก 5 นาทีจะถึงตรงที่เกิดเหตุ ตนก็รีบเพราะต้องไปส่งของ จึงได้ตัดสินใจทิ้งลูกไว้ ตนก็ยอมรับว่าทิ้งลูกเอาไว้จริง โดยไม่ได้สอบถามนายโก้ก่อน จนกระทั่งรถออกไปแล้วจึงได้โทรหานายโก้ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มาแล้ว ด้านเด็กปั้มและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์และให้การช่วยเหลือน้องแบงค์ กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังทำงานกันอยู่ในปั้มก็ได้เห็นน้องแบงค์วิ่งกอดตุ๊กตาเท้าเปล่ามาตามถนน แล้วเกิดล้ม ตนก็ได้วิ่งไปช่วยและพามานั่งในปั้ม ซึ่งตอนนั้นน้องแบงค์มีท่าทางหวาดกลัวและเหน็ดเหนื่อย สอบถามก็ทราบว่ามากับพ่อแม่แล้วถูกแม่ถีบลงจากรถ วิ่งตามแล้วแต่ไม่ทัน ดูตามตัวก็พบว่าบริเวณหลังใบหูมีแผลเลือดไหล เด็กปั้มก็จะโทรแจ้งตำรวจน้องแบงค์ก็ขอร้องไม่ให้แจ้งตำรวจจึงได้ตัดสินใจแจ้งให้กู้ภัยทราบ ซึ่งภาพที่น้องแบงค์วิ่งตามรถแม่กับพ่อบนถนนสายเอเซียนั้นน่าสงสารมาก ด้านนางสายฝน  ผลธุสะ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง จุดไชโย กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการ จึงได้ออกมาตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ซึ่งตอนที่แม่เด็กเดินเข้ามาคุยก็จะมารับลูกคืน แต่พวกตนไม่มั่นใจว่าจะเกิดเหตุร้ายอีกมั้ย และถามเด็กเกี่ยวกับบาดแผลเด็กบอกว่าถูกเล็บแม่ บางครั้งเด็กก็บอกว่าแม่หยิก ตนก็เลยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบก่อน และให้น้อง ๆ กู้ภัยที่รู้จักกับคนในโรงงานที่นางเอและนายบีไปรับของ ช่วยเช็ค และแจ้งว่าทั้งคู่ได้ทิ้งลูกไว้ข้างถนนดังกล่าว นางสายฝน กล่าวต่อว่า การทิ้งน้องแบงค์ไว้ข้างถนนนั้นอันตรายมาก เพราะถนนสายเอเชียนั้นมีรถวิ่งเป็นจำนวนมาก และรถใหญ่ก็เยอะ ประกอบกับน้องแบงค์ก็อายุน้อย หากเกิดเหตุร้ายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ และเมื่อสอบถามเด็กทราบว่าแม่ดุด่าก่อนที่จะทิ้งไว้ดังกล่าว ในเวลาต่อมาได้นำตัวเด็กมายัง สภ.ไชโย โดยส่งตัวเด็กให้กับพนักงานสอบสวน โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเดินทางมาด้วย เบื้องต้นได้ลงสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งแม่ยอมรับผิดและรับปากว่าจะไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ส่วนตัวเด็กอยากกลับไปกับแม่และพ่อเลี้ยง เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และตักเตือนไม่ทำเช่นนี้อีก ในส่วนของนายบี (พ่อเลี้ยง) กล่าวว่า ตนทราบปัญหาของนางเอมาโดยตลอด ส่วนน้องแบงค์นั้นตนก็เลี้ยงมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ รักเหมือนลูก แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ตนเตือนนางเอแล้ว แต่นางเอไม่ฟัง พูดมากเข้านางเอก็โวยวาย จะให้ตนทำอย่างไรได้ในเมื่อพ่อแม่ของน้องแบงค์เขาคุยกัน และตกลงกัน ตนก็เหมือนเป็นคนนอก มาคิดอีกทีน้องแบงค์อยู่กับตนก็ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะต้องตะลอนไปกับรถขนส่ง พวกตนไม่ได้มีบ้านพัก อาศัยกินนอนอยู่ในรถ หลังจากทิ้งน้องแบงค์ไว้ขับรถไปก็คิดไปตลอดทาง จะย้อนกลับมาก็กังวลเรื่องจีพีเอสของรถจะมีปัญหามั้ย เพราะตนต้องส่งของ ไปจอดรถคิดพักนึง จนกระทั่งทางโรงงานเขาโทรมาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ที่ทางกู้ภัยโทรไปแจ้ง ตนจึงได้ตัดสินใจวกรถกลับมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตอนที่อยู่ในปั้ม เมื่อแม่ของน้องแบงค์เดินเข้ามาก็พูดจาเอะอะโวยวายกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย เด็กปั้ม และชาวบ้าน ซึ่งบอกว่าหากวุ่นวายมาก จะโทรตามญาติซึ่งเป็นผู้หมวดให้ลงมาเคลียร์ ส่วนน้องแบงค์นั้นเป็นเด็กฉลาดรักแม่และพ่อเลี้ยงมาก พูดขอร้องตลอดเวลาว่าไม่ให้ตำรวจจับแม่กับพ่อเลี้ยง และยินดีจะกลับไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงเหมือนเดิม

แม่หอบผ้า…!! ออกจากบ้านผัวใหม่ ขอเลิกรับไม่ได้ ฮือไล่

แม่หอบผ้า…!! ออกจากบ้านผัวใหม่ ขอเลิกรับไม่ได้ ฮือไล่ ทิ้งลูก เซ็นยินยอมแล้ว ไม่พร้อมเลี้ยง จากกรณี น้องออมสิน วัย 3 ขวบถูกแม่นำมาทิ้งหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี โดยแม่ร่ำ ไห้เปิดใจ เผยชีวิตยากจน เลี้ยงลูกไม่ได้ พ่อเด็กก็ทอดทิ้ง ไม่รับเป็นลูก ไม่ส่งเสียดูแลเลยตั้งแต่แรก ยอมรับ เป็นคนโมโหร้ายตบตีลูก เกรงหากลูกอยู่กับแม่ต่อไปจะถูกตีตาย หากลูกไปอยู่กับสถานสงเคราะห์จะมีอนาคต กว่าอยู่กับแม่ โดยรู้ว่าถูกคนรุมเกลียด เพราะตัวเองเป็นแม่ก็ยังรับตัวเองไม่ได้นั้น ล่าสุด พบว่า ที่บ้านของสามีใหม่ แม่ของน้องออมสิน เก็บของออกจากบ้านไปแล้ว โดยสามีใหม่ขอ เลิก รับไม่ได้ โดย อ้อย เพื่อนบ้าน เผยว่า ถามแม่น้องออมสินว่าทำไมทิ้งลูก ก็บอกว่า ไม่เป็นเขาไม่ เข้าใจ โดยแม่น้องออมสิน ดูแล้วก็มีรายได้กันวันละ 400-500 บาท เห็นไปทำงานทุกวัน มีบ้านอยู่ ไม่ได้ยาก จนขนาดนั้น พอเห็นเอาลูกไปทิ้งแบบนี้ ทำให้เกลียดเลย คนแถวนี้ต่างก็รับไม่ได้ เท่าที่รู้จัก น้องออมสิน ไม่ ใช่เด็กดื้อ แต่มองอีกมุม ถือว่าเด็กหมดเวรหมดกรรมกับแม่ ดีกว่าแม่จะตีลูกจนตาย ล่าสุดมีผู้เข้ามาขออุปการะ น้องออมสิน ด้วย ขณะที่ นางสุภัชชา สุทธิผล อธิบดีกรมกิจการเด็กและ เยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ล่าสุด แม่น้องออมสิน เดินทางมาเซ็นยินยอมให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนอุปการะแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่พูดคุย กับแม่ ว่าจะให้การดูแลเด็กเป็นสิทธิ์ขาดของกรม ที่จะหาพ่อแม่อุปการะเด็กแทน หรือ หาครอบครัวบุญธรรม หรือพ่อแม่จะฝากกรมดูแลลูก เมื่อมีความพร้อมก็สามารถพากลับไปเลี้ยงดูต่อได้ ส่วนบาดแผลที่พบ ตามร่างกายของน้องออมสิน แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นอาจเกิดจากการซุกซน เพราะ น้องออมสิน ค่อนข้างซน แต่วันนี้แม่ก็ยอมรับว่า บ้างครั้งโมโห มีตบตีน้องบ้าง ซึ่งแพทย์จะนัดตรวจร่างกาย อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสภาพจิตใจน้องถือว่าดีมาก ร่าเริง ยิ้มแย้ม ไม่มีอาการเศร้าซึม เข้ากับคนอื่นได้ง่าย โดยกรมได้เตรียม นักสังคมสงเคราะห์ ติดตามอาการน้องอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้หากพ่อแม่ ไม่มีความพร้อมในการดูแลลูกสา มารถมาขอคำปรึกษาขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ได้ *************************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก อมรินทร์ทีวี , สำนักข่าวไทย)

1 2 3