คลิปจากกล้องวงจรปิด เผยเด็กโตในโรงเรียนเนอสเซอรี่แห่งหนึ่ง กำลังทำร้ายเด็กที่เล็กกว่า

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก หลังจากมีเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดในโรงเรียนเนอสเซอรี่แห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่าหลานชายของตัวเองถูกเด็กโตทำร้าย โดยเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ระบุข้อความว่า “ฝากลูกหลานกับสถานที่รับเลี้ยงเด็กดูประวัติสถานที่ด้วย มีการดูแลทั่วถึงหรือเปล่า # หลานชายผมเอง” ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์อย่างต่อเนื่อง บ้างก็ว่า เห็นแล้วนึกถึงลูกเลยสงสารเด็กน้อยครูหายไปไหนหมด , สงสารน้องที่โดนแกล้ง เด็กคนที่เป็นคนแกล้งนี่ต้องโตมาในครอบครัวแบบไหนกัน อบรมสั่งสอนกันยังไงให้เป็นคนแบบนี้..แย่มาก , ไม่อยากให้ลูกไปรร. เลยเห็นแบบนี้ เข้า 5 ขวบได้ไหม ฯลฯ

“ทนายเดชา” พลิกลิ้น! วอน “ครูจุ๋ม” หยุดโกหกสังคม ถ้าไม่หยุดเตรียมรับหมายศาล

วันที่ 7 ตุลาคม 2563 รายการโหนกระแส ได้สัมภาษณ์เปิดใจ น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ ครูพี่เลี้ยงจุ๋ม ถึงประเด็นร้อนดังกล่าว รวมถึงเรื่องที่ถูกผู้ปกครองรวมตัวแจ้งความ พร้อมเปิดเผยถึงเบื้องหลังการดำเนินการแจ้งความกลับ เนื่องจากถูกผู้ปกครองเด็กทำร้ายร่างกาย ยืนยันว่าไม่ได้มีการบังคับให้ไปแจ้งความ แต่มีผู้ใหญ่แนะนำมา ช่วงหนึ่ง ทนายเดชา ได้โทร. เข้ามาชี้แจงในรายการ โดยอยากขอให้ครูจุ๋มหยุดโกหกสังคมได้แล้ว เมื่อวานนี้ตอนเย็นได้ทราบว่าครูจุ๋มตั้งใจจะขอถอนแจ้งความ ก็นัดหมายกันช่วง 20.00 น. แต่สุดท้ายฝ่ายครูจุ๋มไม่มา อยากฝากว่าให้หยุดทำร้ายโรงเรียนสารสาสน์ หยุดทำร้ายเด็กนักเรียน หยุดทำร้ายผู้ปกครองทนายเดชา ปฏิเสธว่า กรณีผู้ใหญ่ฝั่งโรงเรียนแนะนำให้ครูจุ๋มแจ้งความผู้ปกครอง ไม่เป็นความจริง ซึ่งเรื่องนี้ทางโรงเรียนเตรียมดำเนินคดีกับครูจุ๋มอีก 1 คดี ถ้ายังไม่หยุดใส่ร้าย โดยมองว่าที่ผ่านมาครูจุ๋มทำร้ายนักเรียนจนทำให้โรงเรียนชื่อเสียงป่นปี้ วันนี้น่าจะหยุดทำร้ายโรงเรียนได้แล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าตนไปรู้จักกับครูจุ๋มได้อย่างไรนั้น ไม่ขอตอบ เพราะเป็นความลับของลูกความ สิทธิ์ในการแจ้งความดังกล่าวถือเป็นของผู้เสียหาย (ครูจุ๋ม) วันนั้นที่ไปโรงพัก ตนไปกับลูกชายเจ้าของโรงเรียน เป็นเรื่องในการส่งเอกสารตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน ในขณะที่ครูจุ๋มต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนเพื่อรวมคดีต่าง ๆ ที่ถูกดำเนินคดีหลายคดี ครูจุ๋มก็มีความประสงค์จะแจ้งความ ที่อ้างว่าพวกตนไปเรียกลงมาด้านล่าง พวกตนไม่ได้เรียก แต่ผู้สื่อข่าวเป็นคนเรียกลงมาเพื่อจะถ่ายรูป เรื่องนี้ตนมีสื่อและตำรวจทั้งโรงพักเป็นพยาน  หนุ่ม กรรชัย ได้ถามว่า […]

“ครูจุ๋ม” ยกมือขอโทษ! จำเป็นต้องแจ้งความกลับผู้ปกครอง เพราะถูกโรงเรียนบังคับ

วันที่ 6 ตุลาคม 2563  รายงานว่า นางสาวอรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ ครูจุ๋ม ได้โทรมาหาแม่น้องรีวิวผ่านโทรศัพท์ว่า ตนเองต้องขอโทษ และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะแจ้งความเอาผิดพ่อน้องเสือ แต่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เพราะถูกทางโรงเรียนสารสาสน์บังคัให้ตนแจ้งความกลับ ตนรู้สึกผิดที่ทำให้โรงเรียนเสียหาย จึงปฏิเสธไม่ได้ ตนกล้าสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าตนไม่เคยทำร้ายน้องรีวิว จริง ๆ ตนอยากขอโทษจากใจจริง ๆ หากผู้ปกครองพร้อมตนเองก็พร้อมที่จะเข้าไปกราบขอโทษ แต่ไม่รู้ว่าผู้ปกครองจะให้อภัยตนหรือเปล่า นอกจากนี้ตนเองยังอยากบอกพ่อน้องเสือ และคิดว่าหากถอนแจ้งความตอนนี้จะมีใครรู้มั้ย โดยตอนนี้ตนเองอยู่ในสถานการณ์น้ำท่วมปากพูดอะไรมากไม่ได้ ปฏิเสธอะไรไม่ได้ และไม่สามารถพูดกับใครได้ ที่ผ่านมาเคยคุยกับตำรวจเจ้าของคดีว่าตนเครียด และโดนบีบจากโรงเรียนมาก ครูจุ๋ม ยังระบุอีกว่า โรงเรียนให้ตนเองบอกว่าปรึกษาทนายเอง โรงเรียนไม่ได้ช่วย ทั้งนี้ตนเองยอมรับว่าอาจใช้ความรุนแรงไปบ้าง แต่เป็นเพราะอยากให้เด็กมีระเบียบซึ่งเป็นการทำโทษที่ผิดวิธี ตนรู้ตัวว่าผิด และรับผิดทุกอย่าง ตอนนี้ไม่อยากให้โรงเรียนเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง และอยากบอกพ่อน้องเสือด้วยว่า ตนไม่อยากแจ้งความ

พ่อแม่ใจจะขาด! ครูใจทราม ทำร้ายเด็กเล็ก 2 ขวบ เอาถุงดำคลุมหัวเด็ก ล็อกแขนขา เอามืออุดปาก อุดจมูก

วันที่ 2 ต.ค. ที่สภ.ชัยพฤกษ์ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำผู้ปกครองห้องเตรียมอนุบาล หรือ เนอสเซอรี่ จำนวน 10 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ครูอิง และ ครูแพรว ครูประจำชั้นที่ทำร้ายร่างกายเด็ก นายรณณรงค์ กล่าวว่า วันนี้ตนพาผู้ปกครองชั้นเนอสเซอรี่ 10 ราย มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับครูผู้สอน 2 รายในห้องเอ เนื่องจากกรณีที่มีการทำร้ายร่างกายเด็กเนอสเซอรี่ พฤติกรรมที่กระทำที่พบเห็นนอกจากการทุบตียังมีการเอาถุงดำคลุมเด็กไว้ทั้งตัว ในกรณีที่เด็กร้องไห้หรือเด็กงอแงจนกว่าเด็กจะหยุด นายรณณรงค์ กล่าวต่อว่า ทำให้เด็กบางคนแค่เห็นเอาถุงดำมาวางข้าง ๆ ก็เกิดอาการหวาดกลัว ไม่นับกรณีที่เด็กบางรายมีรอยแผลตามร่างกายซึ่งครูอ้างว่าเด็กเล่นกัน วันนี้ตำรวจให้มายืนยันตัวตนว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กรายใดบ้างผ่านทางกล้องวงจรปิด แต่น่าเสียดายที่กล้องวงจรปิดสามารถดูย้อนหลังได้แค่ 3 วันทำการ ทำให้พบเห็นพฤติกรรมเพียงเท่านี้ “ล่าสุดครูที่สอนทั้ง 2 ราย มีครูอิง ครูแพรว ได้หายตัวไปจากโรงเรียนแล้วและไม่สามารถติดต่อได้ วันนี้จึงต้องมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย และการทารุณกรรมเด็กตามกฎหมายต่อไป” นายรณณรงค์ กล่าว นายรณณรงค์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังพบว่ากล้องวงจรปิดชั้นอนุบาล 1 ห้องที่ค่าเทอมถูกที่สุดก็คือห้องโปรแกรมภาษาอังกฤษ […]

1 2 3 5