มันหนักจริงๆ ผู้ช่วยพยาบาลขึ้นเวรติดต่อกัน สุดท้ายเป็นลมล้มหลังจากออกจากห้องคนไข้

วันที่ 2 ก.ค.64 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊กคนหนึ่ง​ โพสต์ภาพขณะผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นอนเป็นลมอยู่หน้าห้องผู้ป่วยโควิด พร้อมระบุข้อความว่า “ตึกมีคนไข้covid 14 PUI 2 พยาบาลขึ้นเวร 3 คน PN 2 ภาระงานรับใหม่ทุกวัน ทั้งตึกมีเจ้าหน้าที่ไม่ถึง 10 คน ขึ้นเวร 4-5 เวรต่อกัน วันนี้มีเจ้าหน้าที่เป็นลมล้มหลังจากออกจากห้องคนไข้ที่ต้องเข้าไปทำหัตถการ ที่ใส่ชุด PPE เวลานาน เกือบชั่วโมง อัตรากำลังไม่เคยเพิ่ม อยู่มาตั้งแต่ระลอกแรกจนระลอก 3 ก็ยังไม่เคยมีคนเปลี่ยนโคตรไม่ยุติธรรม” จนชาวโซเชียลเข้าไปแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่ก็ให้กำลังใจ ขณะที่บางคนก็ฝากถึงต้นสังกัดให้ดูแลจัดสรรบุคลากรให้เพียงพอ จากนั้นผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามจนทราบว่า​ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ รพ.ลำปลายมาศ อ.ลำ​ปลาย​มา​ศ​ จ.บุรีรัมย์ จึงได้เดินทางไปยัง รพ.ลำปลายมาศ ทราบว่า​ ผู้ที่ปรากฏในภาพเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด ซึ่งวันนี้ทางผู้บริหารได้ให้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน จากการสอบถาม​ นายบุญโฮม แก้วชนะ ผอ.โรงพยาบาลลำปลายมาศ กล่าวว่า เรามีอัตรากำลังเป็นชุดเฉพาะกิจในการที่จะดูแลผู้ป่วยโควิด​ ตั้งแต่เริ่มแรก เป็นพยาบาล 10 คน ผู้ช่วยพยาบาล 3 คน โดยสลับหมุนเวียนกันขึ้นปฏิบัติงานเป็นกะละ 3 – 4 คน​ ตามจำนวนผู้ป่วยในแต่ละวัน แต่หากช่วงไหนผู้ป่วยโควิดเยอะก็จะเรียกเสริมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ดำเนินการแบบนี้มาตลอด ส่วนกรณีที่ปรากฎในโลกโซเชียลที่มีผู้ช่วยพยาบาลเป็นลม เนื่องจากช่วงหลังๆ​ มีผู้ป่วยเข้ามาตลอด ทั้งผู้ป่วยที่ยืนยันและที่มีอาการใกล้เคียง ทำให้เจ้าหน้าที่แทบไม่ได้พักก็จะมีอาการเหนื่อยล้า ซึ่งวันเกิดเหตุผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าวก็ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด เคสที่มียาย ลูกสาว และหลานติดเชื้อโควิด แต่วันนั้นยายอาการไม่ค่อยดีจึงจะแยกหลานออกไปไว้กับแม่ แต่ด้วยความที่เด็กเห็น จนท.ใส่ชุด​ พีพีอี. ก็เลยเกิดความกลัวเด็กก็เลยดิ้นร้องไห้ จนท.ก็ต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อมเพื่อแยกเด็กมาอยู่กับแม่ เพื่อจะได้ดูแลยายได้อย่างเต็มที่ ทำให้ จนท.ซึ่งรวมถึงผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าว​ ต้องสวมใส่ชุด​ พีพีอี. อยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานถึง 45 นาที ทำให้ผู้ช่วยพยาบาลเกิดอาการเหนื่อยล้าเป็นลม ฝีมือคนไทย! เปิดตัวนวัตกรรมทางการรแพทย์ “เตียงพลิกตะแคง ป้องกันแผลกดทับ” บุคลากรทางการแพทย์อยุธยา ติดเชื้อโควิด 9 ราย และระบุสายพันธ์ุไม่ได้ 8 ราย

สุดสลด! ผช.พยาบาล ตั้งครรภ์ 7 เดือน ต้องเข้าเวร 24 ชั่วโมงในช่วงโควิด พักผ่อนไม่เพียงพอนอนเสียชีวิตคาห้องพัก

วันที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.มาชา แก้วทอง รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในหอพักแห่งหนึ่งในซอย6 ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 1 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม้ดวย แพทย์เวร รพ.หาดใหญ่ ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 6 ชั้น 2 คูหา เปิดเป็นห้องเช่า บริเวณห้องพักชั้นลอย พบศพ น.ส.จุฑารัตน์ มุ้งทองคุ้ม อายุ 33 ปี พนักงานช่วยเหลือคนไข้ หรือผู้ช่วยพยาบาลรพ.หาดใหญ่ ตั้งครรภ์ 7 เดือน สภาพนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย จึงนำศพส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายปกติพักอยู่ชั้น 6 แต่เนื่องจากกำลังตั้งท้องแก่ เลยขอมาพักอยู่ในห้องพักชั้นลอยที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายไปเข้าเวรตามปกติเมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 พ.ค. แล้วออกเวรช่วงเย็นวันที่ 7 พ.ค. โดยเข้าเวรยาว 24 ชั่วโมง เมื่อกลับมาถึงได้บ่นกับแม่บ้านหอพักว่าพักหลังรู้สึกเหนื่อยง่ายจากการทำงาน และพักผ่อนไม่เพียงพอเนื่องจากเป็นช่วงโควิด มีผู้มาติดต่อโรงพยาบาลมากกว่าปกติ จากนั้นได้เข้าห้องพักกระทั่งมาพบเป็นศพดังกล่าว โดยญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตเพราะรู้ดีว่าผู้ตายมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ความดัน สันนิษฐานว่าผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายโรค ประกอบกับท้องแก่ อีกทั้งทำงานเข้าเวรตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนเพลียรับไม่ไหวเกิดอาการช็อกเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมยต่อไป หนูน้อย 3 ขวบ หิ้วแพมเพิร์ส-นม 1 กล่อง รักษาตัวที่โรงพยาบาลลำพัง สุดเศร้า! หมอฟันติดเชื้อโควิดทั้งครอบครัว แต่คนในครอบครัวหายแล้ว แต่ตัวหมอเองไม่รอด

หมอเปิดใจ ทำงานหนักไม่ได้กลับบ้านมาครึ่งปี แม้คิดถึงบ้านแต่กลับไม่ได้

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 เฟซบุ๊ก Thana Khumyoung ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก โดยข้อความระบุว่า วันนี้ว่างๆเลยได้มานั่งไขว่ห้างถามไถ่น้องหมอพยาบาล ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า….คิดถึงบ้าน คนอยู่ต่างจังหวัดแล้วไม่ได้กลับบ้าน อันนี้ไม่แปลก แต่บางคนบ้านอยู่ในจังหวัดแท้ๆ แต่ก็กลับไม่ได้ ผมก็เพิ่งมารู้ว่ามีบางคนออกไปเช่าบ้านอยู่คนเดียวมาเป็นเดือนแล้วเพราะเขารู้ตัวว่าเสี่ยงสูง บางคนที่บ้านมีพ่อแม่แก่ บางคนที่บ้านมีลูกยังเล็ก บางคนที่บ้านมีผู้ป่วยติดเตียง เขากลับบ้านไม่ได้…เขากลัวเอาเชื้อไปให้ คือคงต้องยอมรับแล้วว่าในนาทีนี้ ไม่มีใครเสี่ยงเกินบุคลากรใน ER แล้วครับ เพราะพวกเราคือด่านหน้าสุดในการพบเจอผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นคนไข้ที่ walk in เข้ามาเอง ไม่ว่าจะเป็นคนไข้ที่ต้องเอารถพยาบาลออกไปรับ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครจะเป็น Covid-19 ถึงแม้จะมีการคัดกรองเบื้องต้นอยู่แล้ว แต่ถามหน่อยตอนนี้มีพื้นที่ไหนที่ไม่เสี่ยงบ้าง? แถมคนไข้ covid บางคนไม่ได้มาด้วยไข้ ไอ เหนื่อย ตามตำรา บางคนมาด้วยท้องเสีย บางคนเวียนหัว บางคนรถชนขาหักมาก็มี บางคนมานอนอยู่ใน ER เป็นวันแล้วเพิ่งพบว่าเป็น Covid ก็มี ย้อนมาดูตัวเอง ผมเองก็ไม่ได้กลับบ้านนอกมาจะครึ่งปีแล้ว ยอมรับว่าคิดถึงบ้านนะ ยังเคยถึงขนาดแอบไปนั่งเปิด Google Earth ดูหลังคาบ้านตัวเองมาแล้วเลย… ห่วงทั้งแม่ ห่วงทั้งหมา ไม่รู้จะเป็นยังไงกันมั่ง แม่นี่ก็คุยบ่อย แต่หมานี่ไม่ได้คุยเลย ยังไงก็สัญญาว่าจะรอด เพื่อกลับไปกอดกันให้ได้ครับ ที่มา : Thana Khumyoung เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง หมอเหรียญทอง ลั่นรับสร้างรพ.สนาม ไม่ได้ขออนุญาตจริง พร้อมซัดกลับ สิระ ท้าให้ดำเนินคดีโดยด่วน ย้ำทำผิดกฎหมายด้วยความจงใจ หมอยง เผย หากฉีดวัคซีน AstraZeneca เเล้วจะมีภูมิต้านทานสูงถึง 96.7 %

ชาวเน็ตเห็นใจ! ‘คุณยาย’ ลูกบอกจะกลับมาหา แต่ก็สิ้นลมหายใจก่อนเจอหน้าลูก

วันที่ 28 เม.ย. 2564 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊คคนหนึ่งแชร์เรื่องราว ลูกบอกจะกลับมาหา เลยเร่งรับจ้างหาเงินเพื่อจะซื้อของกินดีๆให้ลูก โดยเจ้าของโพสต์ได้โพสต์ว่า “#อดทนรับจ้างทำงานหนัก ลูกบอกจะกลับมาหา แต่ก็สิ้นลมหายใจก่อนเจอหน้าลูก #แม่ดีใจมาก ปีนี้ลูกฉันจะกลับมาหา เร่งรับจ้างหาเงินเพื่อจะซื้อของกินดีๆให้ลูกฉันได้กิน เพราะ 1 ปี มีเพียงครั้งเดียวที่ลูกฉันจะกลับมาหา ปีละครั้งเท่านั้นเอง แต่ด้วยอากาศที่ร้อนจัด บวกกับความเหน็ดเหนื่อย ทำให้หญิงชราคนนี้ หัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตลงในที่สุด ” เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ชาวเน็ตเห็นใจ! คุณยายนั่งขายข้าวกล่อง เจอวิกฤตโควิดกระทบหนักอาหารเหลือเต็ม ชาวเน็ตเห็นใจ! แมวโดนเด็กทำร้าย จนตาย…แถมครอบครัวเด็ก ยังรุมทำร้ายเจ้าของแมวต่อ อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นกันว่า “อ่านแล้วสงสารคุณยายตาม ยังไม่ทันได้เจอลูกเลย” บ้างก็ว่า “นี่แหละนะ เวลาทำงานทำการห่างจากคุณพ่อคุณแม่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าท่านจะจากไปตอนไหนหรือจะเกิดอะไรขึ้น” ชาวเน็ตต่างซึ้งและน้ำตาไหลเมื่อเห็นสิ่งที่คุณยายตั้งใจจะทำเพื่อลูกสาว

สู้ให้ถึงที่สุด เบื้องหลังการทำงานเจ้าหน้าที ต้องผลัดกันงีบหลับ

หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ คือด่านหน้าที่สำคัญในการต่อสู้กับ CV-19 ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เม.ย. นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพเบื้องหลังการทำงานของพยาบาลในหอผู้ป่วย CV ที่ต้องเข้าเวรผลัดละ 14 วัน ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ต้องผลัดกันหลับ โดย นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติลงเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Arak Wongworachat” ระบุข้อความว่า ยอดผู้ป่วย โดยรวมเวลานี้กว่า 85 ราย และมีแนวโน้มเติมมาเรื่อยๆ โดยใช้อาคารผู้ป่ว ย 7 ชั้น แยกออกจากผู้ป่ว ยทั่วไป รับผู้ป่ว ย CV อย่างเดียวแต่ละชั้นรับได้ 28-30 คน โดยจัดเป็นห้องรวม ล็อกละ 6 คน มี 4 ล็อก ได้ 24 คน มีห้องแยกอีก 2 ห้อง ห้องละ 2-3 คน หากเป็นครอบครัวเดียวกัน ในแต่ละชั้นจัดทีมพยาบาล 2-3 คน ผู้ช่วยพยาบาล 1 คน แพทย์ 2 คน ดูแลรวมทุกชั้น และจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม กุมารเวชกรรม รังสี วิสัญญี เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ทีมบริหาร คอยสนับสนุนที่ศูนย์รักษาผู้ป่วย CV ด้านนอก ผู้ป่วย รับใหม่จะต้องถูกประเมินอาการ ความเสี่ยงที่จะเกิดปอดบวม ความรุนแรง คัดแยกไว้ที่ล็อกหน้าห้องพยาบาล เพื่อง่ายต่อการจัดการ เมื่อเข้าหอผู้ป่ว ย ทุกรายจะถูกเจาะเลือด และเอกเรย์ปอด ไว้เป็นเบื้องต้น วัดสัญญาณชีพ มอบอุปกรณ์ติดตามเช่น ปรอทวัดไข้ ดิจิทัล เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดปลายนิ้ว แนะนำการใช้เครื่องวัดควา ม ดั น สอดแขนด้วยตนเอง และการส่งข้อมูลให้ทีมพยาบาลทุก 4-6 ชั่วโมง หากมีผู้ป่ว ย รายใดที่มีระดับออกซิเจนในเลือด ลดลง ก็จะรายงานแพทย์เพื่อเอาเครื่องให้ออกซิเจนแรงดันสูงมาใช้งานทันที การให้ยาต้านไวรัสหรือแบคทีเรียอื่นๆเป็นไปตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย CV แต่ละระดับความรุนแรงของผู้ป่วย แต่ละราย เมื่อออกไปเตรียมพร้อมเครื่องมือ แต่งกายรัดกุมชุดPPE หน้ากาก N95 ปิดทับด้วยเสื้อกันละอองฝอย เฟซชิลด์ พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์เข้าไปในห้องผู้ป่วย  อาจเจาะเลือกซ้ำในบางราย เสียบสายเครื่องต่อกับออกซิเจน ต่อสายกับผู้ป่วย ด้วยความชำนาญ แล้ววัดระดับการเปลี่ยนแปลงค่าออกซิเจนในเลือด เป็นระยะ สังเกตอาการหอบเหนื่อยโดยส่วนใหญ่จะดีขึ้น มีบางรายต้องใส่ท่อ ใช้เครื่องช่วยหายใจ การงานของพยาบาลแต่ละชุด 14 วัน โดยไม่มีการผลัดเปลี่ยนระหว่างทาง เช้า บ่าย ดึก ต่อเนื่องกันไป 24 ชั่วโมง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องออกมาก่อนระหว่างทาง การพักนอนงีบหลับ จึงต้องผลัดกันงีบในแต่ละช่วงเวลา แม้สามารถติดตามได้ทางกล้อง แต่ก็ต้องเข้าไปตรวจด้วยตนเองเพราะบางรายอาการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก จึงมักเห็นภาพการงีบหลับบนโต๊ะทำงานหรือเปลี่ยนอิริยาบถ นั่งพื้นก้มหน้าฟุบหลับบนเก้าอี้ก็มี แม้จะมีฟูกให้นอน แต่ก็ไม่เคยปริปากบ่นท้อถอย ยังคงทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างแข็งขัน แพทย์เวรจะคอยสั่งการรักษา ปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เมื่อครบ14วัน ผลัดชุดใหม่เข้ามาแทนรับไม้ต่อ ชุดเดิมกักตัวต่อ อีก14วัน และตรวจหาเชื้อ ตามเวลาที่กำหนด อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ชายวัย 45 ปี รอรักษาอาการป่วย โควิด-19 จนเสียชีวิต อายัดศพ “น้องเมย์” ดับปริศนาไปตรวจพิสูจน์การเสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนโควิด-19       ขอบคุณภาพและข้อมูล  

1 2 3