วัฒนา ลั่น เพ้อเจ้อ! แม้วฮุบพรรค ถามมาร์ค ใครจะอยากไปจับมือด้วย!?

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.“นายวัฒนา เมืองสุข” แกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊ก ว่า หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่าการแสดงออกของอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสอง คือการไม่ยอมรับว่ามีส่วนในการก่อปัญหาพาประเทศมาสู่จุดอับ หากพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในความครอบงำ หรือยังมีปัญหาเรื่องประโยชน์ของครอบครัวชินวัตร ก็จับมือกันไม่ได้ ขอทำความเข้าใจว่าปัญหาของประเทศคือการอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ ที่เกิดจากการสมคบคิดกันระหว่างทหารกับคนของพรรคการเมืองหนึ่งที่แบ่งหน้าที่กันทำ ฝ่ายหนึ่งปิดบ้านปิดเมืองพร้อมกับเป่านกหวีดส่งสัญญาณ อีกฝ่ายนำกำลังออกมายึดอำนาจจนทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ประชาชนได้รับความทุกข์ยากจากพิษเศรษฐกิจและการใช้อำนาจตามอำเภอใจ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง รวมถึงจับกุมคุมขังผู้บริสุทธิ์ที่ออกมาเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งเพราะไปขัดขวางการสืบทอดอำนาจนั่นต่างหากที่เป็นจุดอับของประเทศ สำหรับอดีตนายกฯทั้งสองที่ได้กระทำไปเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในอังกฤษ เช่น การจัดงานวันเกิด รวมถึงการให้สัมภาษณ์เรื่องที่อดีตส.ส. พรรคเพื่อไทยถูกดูดและพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง ถือเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนที่พึงกระทำได้โดยชอบและมิได้สร้างปัญหาให้กับใคร ดังนั้น ใครก็ตามหากพอมีความเป็นคนอยู่บ้างจะต้องให้ความเคารพและไม่ก้าวล่วง ส่วนคนของพรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยถือเป็นการครอบงำอะไรทั้งสิ้น ที่บอกว่าจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยนั้น ขอให้สบายใจได้เพราะพรรคเพื่อไทยจะยอมจับมือเฉพาะกับพรรคการเมืองที่มีแนวทางประชาธิปไตยเท่านั้น ส่วนพรรคที่เคยบอยคอตและขัดขวางการเลือกตั้งจนเกิดการยึดอำนาจถึงสองครั้งไม่เคยอยู่ในความคิด ยิ่งคนในพรรคชอบทำหล่อแต่ขี้ขลาด ไม่เคยแม้แต่จะปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกยัดข้อหาเพราะการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง คนพวกนี้จึงเป็นได้เพียงกากเดนเผด็จการ “เพ้อเจ้อ”หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า… โพสต์โดย Watana Muangsook เมื่อ วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2018

หมายจับใบ 3 ของ ทักษิณ ในคดีฟื้นฟูทีพีไอโดยมิชอบ

จากกฎหมายใหม่ คือ พระราชบัญญัติบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 วันที่ 22 มิ.ย.61 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาคดี อม.44/61 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีให้ความเห็นชอบ กระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ถือเป็นการกระทำ นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลัง ไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2546  มาตรา 10 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ โดยวันนี้ ทนายความ และจำเลยไม่มาศาล และไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อน ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับ เฉพาะปี 2561  […]

ทักษิณ ชินวัตร’เจอหมายจับใบที่ 2 คดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย ชี้มีพฤติกรรมหลบหนี

วันนี้ (20 มิ.ย. 61) เวลาประมาณ 13.30 น. ศาลนัดพิจารณาคดีหมายเลขเเดงที่ อม.55/2558 ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย กับกลุ่มกฤษดามหานคร ครั้งแรก ที่ ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ถนนเเจ้งวัฒนะ โดยการยื่นฟ้องในคดีนี้เป็นคดีที่ พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้รับมอบอำนาจจากอัยการสูงสุด ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดี ต่อจากคดีร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร หมายเลขดำที่ อม. 3/2555 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณกับพวกรวม 27 คน เป็นจำเลย เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 เเละศาลมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยอื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องไปเเล้ว เเต่นายทักษิณหลบหนีไป โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้านายทักษิณตามกฎหมายใหม่ วิ อม. มาตรา 28 ที่บัญญัติสาระสำคัญว่า ในกรณีที่ศาลประทับรับฟ้องไว้ตาม มาตรา 27 ที่เมื่อศาลได้ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วแต่จำเลยไม่มาศาล ให้ศาลออกหมายจับจำเลยและให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องติดตามหรือจับกุมจำเลย รายงานผลการติดตามจับกุมเป็นระยะตามที่ศาลกำหนด แต่ถ้าไม่สามารถจับจำเลยได้ภายในสามเดือนนับแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะตั้งทนายความมาดำเนินการแทนตนได้ และไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะมาต่อสู้คดี […]

ออกหมายจับทักษิณ ใบที่สอง คดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย หลังมีการแก้กฎหมายให้รื้อคดี

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. 61 ที่ศาลฎีกา เเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขแดงที่ อม.55/2558 ในคดีที่ อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อายุ 68 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย กับกลุ่มกฤษดามหานคร กับพวกรวม 27 ราย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502, ความผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505, ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และความผิด พ.ร.บ.บริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ.2535 กรณีร่วมอนุมัติสินเชื่อของ ธนาคารกรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มกฤษดามหานครไปโดยทุจริต ทำให้ธนาคารเสียหาย โดยคดีนี้ได้กล่าวหานายทักษิณ จำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกกระทำความผิด กรณีอดีตผู้บริหารธนาคารอนุมัติสินเชื่อจำนวนมากโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจของรัฐ โดยข้อเท็จจริงพบว่า ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยฯ ให้สินเชื่อกลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร เนื่องจาก ผอ.ฝ่ายกลั่นกรองสินเชื่อธุรกิจนครหลวง เคยจัดอันดับความเสี่ยงของกลุ่มกฤษดามหานครในอันดับ 5 คือไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ เนื่องจากมียอดขาดทุนสะสมสูง แต่ได้มีการอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร 3 กรณี คือ 1.การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทอาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำกัด จำนวนเงิน 500 ล้านบาท 2.การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทโกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด […]

1 6 7 8 9