“สาวพริตตี้” ส่อรอดคดี BMW Z4 ชนสวิฟต์ ซิ่งเลย ๆ ไม่ถือเป็นการยุให้ขับเร็ว

จากกรณีอุบัติเหตุรถเก๋ง BMW Z4 ประสานงากับรถเก๋ง ซูซูกิ สวิฟ ที่เขาค้อ จ.เพรชบูรณ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เเละบาดเจ็บ 1 ราย ทำให้หลายๆคนพุ่งเป้ามองไปที่ น.ส.เมย์ เมษสวรรค์ สาวพริตตี้ที่พูดว่า ซิ่งเลย ถือเป็นการยุยงหรือไม่ ล่าสุด ทนายรัชพล ศิริสาคร ได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า ทนายหลายๆท่านยังพูดถึงประเด็นดังกล่าวเป็นเสียงกลางๆ ไม่ได้ตอบว่าผิดหรือไม่ เเต่ตัวทนายรัชพล เอง มองว่าคำว่า “ซิ่งเลย” ที่สาวพริตตี้พูดนั้นไม่ถือว่าเป็นการยุยงสงเสริม  โดยทนายรัชพล ระบุเรื่องดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ” ประเด็นในเรื่องน้องพริตตี้เชียร์คนขับว่า “ซิ่งเลยๆ” จะมีความผิดหรือไม่ ส่วนใหญ่นักกฎหมายจะตอบแบบกลางๆ อาจจะเป็นเพราะไม่แน่ใจว่าจะผิดหรือไม่ผิด           แต่ผมมองแล้วยังไงก็ไม่ผิดในฐานตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนหรือยุยงส่งเสริมหรอก เพราะคำว่า “ซิ่ง” มันไม่มีในพจนานุกรม เมื่อไม่มีในพจนานุกรม (*ฉบับราชบัณฑิตฯ) มันจึงไม่ได้มีความหมายใดๆ ตามหลักภาษาไทย ดังนั้นการบอกว่าซิ่งเลยๆ จึงไม่ใช่การยุยงให้ขับรถเร็ว ส่วนการเกิดอุบัติเหตุ […]

ทนายรัชพล แจงชัดประเด็น พริ๊ตตี้สาวนั่งในรถ Z4 แล้วบอกให้ซิ่งเลยๆ มีความผิดมั้ย

กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากอุบัติเหตุสลด เก๋งสปอร์ตBMW Z4 เหินข้ามเกาะกลางถนนชนเก๋งสวิฟท์ ดับ 2 ศพ และเสี่ยZ4 ก็ดับเช่นเดียวกัน เหลือสาวร่วมทางที่บาดเจ็บรักษาตัวใน รพ. ซึ่งก่อนหน้าพบว่า มีการไลฟ์ระหว่างรถอยู่บนเขา พร้อมมีการเชียร์คนขับว่า ซิ่งเลย ซิ่งเลย จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น ล่าสุด เพจ ทนายรัชพล ศิริสาคร ได้เปิดประเด็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า ในแง่กฎหมายนั้น ถือว่า ผิดหรือไม่อย่างไร โดยระบุว่า “ประเด็นในเรื่องน้องพริตตี้เชียร์คนขับว่า “ซิ่งเลยๆ” จะมีความผิดหรือไม่ ส่วนใหญ่นักกฎหมายจะตอบแบบกลางๆ อาจจะเป็นเพราะไม่แน่ใจว่าจะผิดหรือไม่ผิด แต่ผมมองแล้วยังไงก็ไม่ผิดในฐานตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือยุยงส่งเสริมหรอก เพราะคำว่า “ซิ่ง” มันไม่มีในพจนานุกรม เมื่อไม่มีในพจนานุกรม มันจึงไม่ได้มีความหมายใดๆ ตามหลักภาษาไทย ดังนั้น การบอกว่าซิ่งเลยๆ จึงไม่ใช่การยุยงให้ขับรถเร็ว ส่วนการเกิดอุบัติเหตุ มันเป็นความประมาท ไม่ใช่การกระทำโดยเจตนา ดังนั้น ความผิดฐานยุยงให้กระทำผิดโดยประมาท มันไม่มีหรอก ดังนั้น น้องพริตตี้คงไม่มีความผิดแต่อย่างใด ส่วนญาติผู้เสียชีวิต คงต้องไปฟ้องเอากับญาติคนขับรถเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป….” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้หลักฐาน พบว่ารถยนต์เก๋งสปอร์ตซิ่งความเร็วถึง […]

ทนายพูดแล้ว มรดก 50 ล้าน “เสี่ยเต้ย” ใครได้รับกันแน่!

นายสนอง สุรัญกุล อายุ 50 ปี พี่ชายของเสี่ยเต้ย ร้องไห้น้ำตาคลอ เปิดเผยว่า น้องชายตนมีความเครียดสะสมมาตั้งแต่เลิกกับเจ๊อ๋อ เนื่องจากน้องชายรักเจ๊อ๋อ และลูกสาวบุญธรรมวัย 4 ขวบมาก ซึ่งลูกอยู่กับเจ๊อ๋อ น้องชายมักจะพูดเป็นลาง คล้ายกับว่ารู้ตัวว่าต้องจากไปว่า “หากผมเป็นอะไรไป ขอให้พี่ไปที่ธนาคารในตัวเมือง และเปิดเซฟดูพินัยกรรม ไม่ต้องห่วง ผมทำไว้หมดแล้ว จะไม่ปล่อยให้ครอบครัวลำบาก” ซึ่งตนก็ไม่เคยถามว่าพินัยกรรมมีอะไรบ้าง และแบ่งให้ใครบ้าง เพราะตนไม่อยากให้น้องชายคิดมาก โดยเท่าที่ตนทราบว่าเงินขณะนี้เหลืออยู่ 2 บัญชี บัญชีแรก 10 ล้านบาท บัญชีที่ 2 มีเงินหลักแสน ทั้งนี้ในประเด็นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ตนไม่สามารถนำบัตรเอทีเอ็มของน้องชายไปกดเงินออกมาได้นั้น เท่าที่ตนทราบคาดว่าน่าจะเป็นหลักการของธนาคารที่ไม่อนุญาตให้กดเงิน หลังจากที่เจ้าของบัตรเสียชีวิต ตนคงต้องรอให้งานศพผ่านพ้นไปก่อน จึงค่อยเข้าไปคุยกับธนาคารเกี่ยวกับพินัยกรรม การจัดงานศพให้กับน้องชายในครั้งนี้ ตนขอขอบคุณเพื่อน ๆ ของน้องชายที่ช่วยระดมเงินคนละไม้คนละมือร่วมกับครอบครัว ใครมีมากช่วยมาก ใครมีน้อยช่วยน้อย จนทำให้ครอบครัวสามารถจัดงานศพให้กับเสี่ยเต้ยได้ ส่วนคำถามว่าเงิน 50 ล้านบาทที่น้องชายได้มานั้น นำไปใช้อะไรบ้าง ตนทราบเพียงว่าทำศัลยกรรม 3 แสนบาท ใช้ต่อเติมบ้านให้ครอบครัว […]

ทนายรัชพล ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม โพสต์ข้อกฎหมายเรื่องค่าจ้างการทำงานล่วงเวลา

เพจ  สายตรงกฎหมาย  โดยทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ได้โพสต์ข้อกฎหมายที่ ลูกจ้าง ควรอ่าน ระบุว่า การทำล่วงเวลาในวันหยุด กฎหมายกำหนดให้ได้รับ 3 เท่า โดยคำว่าล่วงเวลา หมายถึง การทำงานนอกเวลาทำงานปกติ เช่น เวลาทำงานปกติคือ 08.00-17.00 น ล่วงเวลา ก็คือ นอกเหนือเวลาดังกล่าวนั่นเอง ล่วงเวลา เช่น การทำงานช่วง 17.00-21.00 น ถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา ในวันหยุด ถ้าทำงานนอกเวลาที่ไม่ได้กำหนดเป็นเวลาทำงาน ถือเป็นการทำงานล่วงเวลา ต้องได้ 3 เท่า ลูกจ้างต้องดูเวลาทำงานที่เราทำงานในวันธรรมดา ถ้าทำงานในวันหยุดนอกจากเวลาทำงาน จะได้ 3 เท่า นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้ถูกต้อง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 63 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ