ทนายพูดแล้ว มรดก 50 ล้าน “เสี่ยเต้ย” ใครได้รับกันแน่!

นายสนอง สุรัญกุล อายุ 50 ปี พี่ชายของเสี่ยเต้ย ร้องไห้น้ำตาคลอ เปิดเผยว่า น้องชายตนมีความเครียดสะสมมาตั้งแต่เลิกกับเจ๊อ๋อ เนื่องจากน้องชายรักเจ๊อ๋อ และลูกสาวบุญธรรมวัย 4 ขวบมาก ซึ่งลูกอยู่กับเจ๊อ๋อ น้องชายมักจะพูดเป็นลาง คล้ายกับว่ารู้ตัวว่าต้องจากไปว่า “หากผมเป็นอะไรไป ขอให้พี่ไปที่ธนาคารในตัวเมือง และเปิดเซฟดูพินัยกรรม ไม่ต้องห่วง ผมทำไว้หมดแล้ว จะไม่ปล่อยให้ครอบครัวลำบาก” ซึ่งตนก็ไม่เคยถามว่าพินัยกรรมมีอะไรบ้าง และแบ่งให้ใครบ้าง เพราะตนไม่อยากให้น้องชายคิดมาก โดยเท่าที่ตนทราบว่าเงินขณะนี้เหลืออยู่ 2 บัญชี บัญชีแรก 10 ล้านบาท บัญชีที่ 2 มีเงินหลักแสน ทั้งนี้ในประเด็นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ตนไม่สามารถนำบัตรเอทีเอ็มของน้องชายไปกดเงินออกมาได้นั้น เท่าที่ตนทราบคาดว่าน่าจะเป็นหลักการของธนาคารที่ไม่อนุญาตให้กดเงิน หลังจากที่เจ้าของบัตรเสียชีวิต ตนคงต้องรอให้งานศพผ่านพ้นไปก่อน จึงค่อยเข้าไปคุยกับธนาคารเกี่ยวกับพินัยกรรม การจัดงานศพให้กับน้องชายในครั้งนี้ ตนขอขอบคุณเพื่อน ๆ ของน้องชายที่ช่วยระดมเงินคนละไม้คนละมือร่วมกับครอบครัว ใครมีมากช่วยมาก ใครมีน้อยช่วยน้อย จนทำให้ครอบครัวสามารถจัดงานศพให้กับเสี่ยเต้ยได้ ส่วนคำถามว่าเงิน 50 ล้านบาทที่น้องชายได้มานั้น นำไปใช้อะไรบ้าง ตนทราบเพียงว่าทำศัลยกรรม 3 แสนบาท ใช้ต่อเติมบ้านให้ครอบครัว […]

พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวช็อก เจอช่างแอร์เล่นชู้กับเมีย จับได้กลับทิ้งลูกหนีไปอยู่กับชู้ เพราะติดใจไซซ์ใหญ่ ร้องทนายฟ้องชู้ 5 แสนบาท

       เฟซบุ๊ก ทนายศักดิ์ดา แสนบุญศิริ เผยเรื่องราวของลูกความซึ่งเป็นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวรายหนึ่ง ซึ่งโดนภรรยานอกใจแอบไปมีสัมพันธ์กับ ช่างแอร์ โดยทำเป็นประจำในขณะที่สามีออกไปทำงานและลูกออกไปโรงเรียน จนเพื่อนบ้านทนไม่ไหวต้องนำความจริงมาบอกสามี             ซ้ำร้ายหลังจากที่จับได้ ฝ่ายหญิงได้ยอมรับโดยดี พร้อมยังจะขอแยกทางไปอยู่กับหนุ่มช่างแอร์ ชู้รัก ให้เหตุผลว่า ช่างแอร์ นั้นมีเจ้าโลกขนาดใหญ่ และลีลาก็ถึงใจกว่าสามีของเธอ นอกจากนี้ยังทิ้งลูกและขนข้าวของหนีไปอยู่กับชู้อีกด้วย             ทั้งนี้หนุ่มพ่อค้าก๋วยเตี๋ยว ได้เข้ามาระบายกับทนาย และปรึกษาว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง พร้อมยอมรับว่า ตนเองไม่มีเงินในการดำเนินการ โดยทนายเจ้าของเรื่องราว ระบุว่า ตนเองยินดีจะทำคดีนี้ให้ฟรี เพื่อเป็นการรักษาศักดิ์ศรีที่โดนหยามขนาด และได้ทำการฟ้องเรียกค่าเสียหายหนุ่มชู้ ช่างแอร์ ไปเป็นจำนวน 5 แสนบาท

คลิปชายเมาแล้วเบ่ง อ้างเป็นทนาย ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ พร้อมด่าทอตำรวจ

จากกรณี เฟซบุ๊ก “เฮีย” ได้เผยแพร่คลิปชายปฏิเสธเป่าแอลกอฮอล์บริเวณด่านตรวจ พร้อมระบุว่า ตนเองเป็นทนายความ ไม่ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ รวมทั้งด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนสังคมออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ บก.จร.กำลังตั้งด่านตรวจกวดขันวินัยจราจรอยู่ช่วงคู่ขนานบริเวณถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่ของ สน.ตลิ่งชัน จู่ๆ พบรถยนต์ต้องสงสัย จึงเชิญตัวคนขับลงมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ตามปกติ โดยอ้างตัวเป็นทนายความและไม่ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่แม้แต่อย่างใด ซึ่งเป็นเหตุการณ์เป็นไปตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวต่อว่า โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆ ได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ขณะเกิดเหตุผู้ต้องหายังอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อทางเจ้าหน้าที่เชิญตัวไปวัดค่าปริมาณแอลกอฮอล์ กลับถูกปฏิเสธ ซึ่งทางกฎหมายได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า บุคคลใดขัดขืนไม่ยินยอมตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์เสมือนเป็นผู้กระทำความผิด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จึงควบคุมตัวในทันที แต่กลับมีปัญหาอีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้หากทางผู้ต้องหาจะฟ้องทางเจ้าหน้าที่เรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยว และทำร้ายร่างกาย ก็เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน ส่วนคลิปวิดีโอนั้นไม่ได้ออกมาจากทาง บก.จร. และเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นผู้ออกมาแฉถึงพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งไม่อยากให้มองว่าถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ตนได้กำชับกับผู้ใต้บังคับบัญชาเรื่องด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ให้ถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน หากพบผู้กระทำผิดก็สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวอีกว่า […]

ขอความเป็นธรรม ทนาย ร้อง ผบ.ทบ.เปิดกล้องดูจุดเกิดเหตุยิง ‘ชัยภูมิ ป่าแส’

นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจาก นางนา ปอย ป่าแส มารดาของ นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวล่าหู่ ที่เสียชีวิจจากการถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ต่อ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ชั่น 1 อาคารสำนักงานเลขานุการ กองทัพบก โดยมี พล.ต.ปัณณทัต กาญจนะวสิต เลขานุการกองทัพบก เป็นผู้รับหนังสือ   นายรัษฎากล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ เพื่อขอให้ ผู้บัญชาการทหารบกมีคำสั่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุ บริเวณด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ให้กับครอบครัว 1 ชุด และทีมทนายความ 1 ชุด ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเกิดความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ให้เห็นผลว่าจำเป็นต้องทำไปเพราะป้องกันตัว ซึ่งภาพดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ทำไปเพราะป้องกันตัวจริงหรือไม่ โดยทนายความเชื่อว่าในจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ […]

พุทธะอิสระ ให้ทนายรับสารภาพ กรณีปลอมพระปรมาภิไธย ทำพระเครื่อง

  ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  ภายหลังที่ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี หรืออดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ซ่องโจร ร่วมทำร้ายร่างกายตำรวจสันติบาล 2 นายบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส และคดีปลอมพระปรมาภิไธย และใช้พระปรมาภิไธยที่ปลอมขึ้น ลงองค์พระเครื่องนาคปรกอุดปรอทนั้น เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายธีรยุทธ วรรณเกษร ทนายความของอดีตพระพุทธะอิสระ หรือนายสุวิทย์ ทองประเสริญ กล่าวว่า ขั้นตอนการประกันตัวนั้นจะรอทางพนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนคดีก่อน จึงจะยื่นประกัน ตัว ซึ่งยังระบุเวลาไม่ได้ ในส่วนของคดีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่นั้น ทางหลวงปู่จะต่อสู้ในคดีนี้ แต่ในส่วนของคดีการแอบอ้างพระปรมาภิไธยนั้นทางหลวงปู่หรือนายสุวิทย์ จะรับสารภาพ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาแอบอ้าง เพราะหลวงปู่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ดุจชีวิต ซึ่งจะต้องขอพบหลวงปู่เพื่อดูรายละเอียดการรับสารภาพอีกครั้งต่อไป

1 2