ทดลองขั้นสุดท้าย ฉีดวัคซีน Sinovac เข็มที่ 3 เพื่อป้องกันสายพันธุ์ที่ร้ายแรงอย่างเดลตา

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า หัวหน้าทีมวิจัยวัคซีนป้องกัน Covid-19 ของ Sinovac ในการทดลองขั้นสุดท้ายในชิลีแนะนำให้ฉีดเข็มที่ 3 เพิ่มเพื่อป้องกันสายพันธุ์ที่ร้ายแรงอย่างเดลตา ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ไทยเป็นชาติแรก! ในโลกที่มีการดำเนินการฉีดวัคซีน Astrazeneca ต่อจาก Sinovac สสจ. ปทุมธานี ขอรอผลชันสูตร หลังมีผู้เสียชีวิตฉีดวัคซีน Sinovac อเล็กซิส คาเลอร์กิส ผู้อำนวยการสถาบันสถาบันภูมิคุ้มกันวิทยาและภูมิคุ้มกันบำบัดของชิลีเผยว่า การศึกษาแยกต่างหากในหลอดทดลองในห้องปฏิบัติการ เพื่อระบุประสิทธิภาพของวัคซีน Sinovac ในการต่อสู้กับสายพันธุ์เดลตาพบว่า แอนติบอดีที่ยับยั้งไวรัสลดลงถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับแอนติบอดีที่ถูกร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อยับยั้งเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบครั้งแรกในจีน ขณะที่ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์จีนเคยบอกว่าแอนติบอดีดังกล่าวลดลงเพียง 3 เท่า นอกจากนี้ การทดลองทางคลินิกในอาสาสมัคร 2,000 คนยังพบว่า 3% ติด Covid-19 หลังจากฉีดวัคซีน Sinovac เข็มที่ 2 เพียง 6 เดือน และยังพบว่าปริมาณแอนติบอดีที่ร่างกายใช้ป้องกัน Covid-19 ลดลงหลังจากผ่านไป 6 เดือน คาเลอร์กิสจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีน […]

ด่านหน้า! รีวิว 24 ชั่วโมงหลังได้วัคซีนเข็ม 3 (แอสตรา) ชึ่งฉีด 2 เข็มแรกเป็น “ซิโนแวค”

ด่านหน้า! รีวิว 24 ชั่วโมงหลังได้วัคซีนเข็ม 3 (แอสตรา) ชึ่งฉีด 2 เข็มแรกเป็น “ซิโนแวค” เมื่อช่วงไม่กี่วันมานี้ จากกรณี คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติให้ฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดสแก่บุคลากรการแพทย์ที่ปฏิบัติงานกับผู้ป่วยโดยตรง มีความเสี่ยงสูง หลังจากรับวัคซีนเข็มที่ 2 หรือเข็มที่ 1 มาแล้ว จำเป็นต้องได้รับเข็มที่ 2 หรือเข็มที่ 3 ที่ต้องให้เกิดภูมิคุ้มกัน อาจเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หรือ ไฟเซอร์ ชนิด mRNA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งในขณะนี้พบว่า โรงพยาบาลทั่วประเทศได้เริ่มดำเนินการฉีดแอสตร้าเซนเนก้า เป็นวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าแล้ว ล่าสุด เพจ OR No.9 เรื่องเล่าจากห้องผ่าตัด ซึ่งเป็นเพจของศัลยแพทย์ท่านหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความ รีวิวฉีดวัคซีนโควิด แอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 3 โดยบอกว่า 2 เข็มแรกที่ฉีดไปนั้นเป็นวัคซีนซิโนแวค โดยเข็มที่ 2 ฉีดไปเมื่อต้นเดือนเมษายน และเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 64 ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็มที่ […]

การเดินทาง ‘ท่องอวกาศ’ ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ส่งลูกปลาหมึกมากกว่า 100 ตัว และหมีน้ำ สัตว์ขนาดเล็กจิ๋วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอีกราวๆ  5,000 ตัว ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่พิเศษยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม องค์การนาซา เผยสามารถสกัดออกซิเจนจากอากาศที่เบาบางบนดาวอังคารได้แล้วเป็นครั้งแรก นาซ่าเตรียมส่งยานอวกาศไปสำรวจ น้ำที่ดวงจันทร์ของดาวพฤหัส ในภารกิจดังกล่าว ลูกปลาหมึกเรืองแสงจำนวน 128 ตัว ถูกส่งไปทดสอบการอยู่ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วงเป็นเวลานาน เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึงผลกระทบทางร่างกายที่เกิดขึ้นจากการเดินทางในห้วงอวกาศต่อปฏิสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ระหว่างจุลินทรีย์และร่างกายของสัตว์ NASA กล่าวว่า การทดลองนี้ จะช่วยให้ในอนาคตทีมนักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างมาตรการ หรือแผนการรักษาสุขภาพให้นักบินอวกาศที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเป็นเวลานานได้ เจมี่ ฟอสเตอร์ (Jamie Foster) นักจุลชีววิทยา ซึ่งผู้วิจัยหลักของการทดลองนี้ อธิบายว่า “สัตว์ต่างๆ รวมถึงมนุษย์ต้องพึ่งพาจุลินทร์ทรีเพื่อรักษาระบบย่อยอาหาร และภูมิคุ้มกัน ซึ่งที่ผ่านมา เรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การเดินทางในอวกาศเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์เหล่านี้อย่างไร” ส่วนเหตุผลที่เลือกปลาหมึกมาปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้คือ ปลาหมึกมีระบบภูมิคุ้มกันที่คล้ายกับมนุษย์ สำหรับใครที่กังวลว่า นี่เป็นการเดินทางแบบตั๋วเที่ยวเดียวหรือไม่ และเจ้าสัตว์ตัวน้อยจะถูกทิ้งไว้ที่นั่นหรือเปล่า NASA เปิดเผยว่าพวกเขามีที่ว่างเหลือพอที่จะพาลูกปลาหมึกกลับโลก โดยพวกมันจะถูกแช่แข็งก่อนเดินทางกลับมาและสำหรับเจ้าหมีน้ำ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าอึด ถึก ทน! มากจนสามารถเดินทางไปแตะดวงจันทร์มาแล้ว […]