แห่แชร์! รอยสักภาษาไทยที่เท้าของนักกระโดดน้ำทีมชาติ ความหมายดี เพราะเท้าคือส่วนสำคัญของกีฬา

เพจเฟซบุ๊ก ญี่ปุ่นเบาเบา ได้แชร์ภาพของนักกระโดดน้ำทีมชาติฝรั่งเศส มาทิอู โรส์เซต์ นักกระโดดน้ำวัย 31 ปี ที่ได้เข้าร่วมการแข่งโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่สิ่งที่เป็นประเด็นและเตะตาชาวไทยเป็นอย่างมากคงหนีไม่พ้น รอยสักของเขา เพราะบริเวณเท้าซ้ายของของโรส์เซต์นั้น ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม มีรางวัล ! หลัง ” สุดาพร สีสอนดี ” คว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิกโตเกียว 2020 กองทัพเรือ ปูนบำเหน็จ แต่งตั้งยศเป็น ” เรือตรี “ เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย ‘สุดาพร สีสอนดี’ ก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง เอาชนะคู่แข่งที่เป็นนักชกดาวรุ่งจากสหราชอาณาจักรได้สำเร็จ ในมหกรรม ‘โอลิมปิก 2020’ มีรอยสักภาษาไทย ที่เขียนคำว่า ‘โชคดี’ ปรากฏอยู่ ทำให้โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปแล้วกว่า 1.5 พันครั้ง และชาวเน็ตไทยเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่าล้นหลาม ทั้งนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการเปิดเผยที่มาของรอยสักภาษาไทยดังกล่าวก็จริง แต่ก็น่าเชื่อได้ว่าโรส์เซต์นั้นเข้าใจในความหมายของคำว่า ‘โชคดี’ เป็นอย่างดี เพราะชาวเน็ตหลายคนนั้นมองว่าสำหรับนักกีฬากระโดดน้ำแล้วนั้น ‘เท้า’ ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญสำหรับกีฬานี้ ซึ่งการสักคำว่าโชคดีไว้ที่เท้านั้นก็น่าจะตั้งใจ เพื่ออวยพรให้กับการแข่งขันในแต่ละครั้งของตนนั่นเอง และสำหรับโรส์เซต์นั้นเขาก็มีดีกรีแชมป์โลกประเภททีม 2017 และเคยคว้าแชมป์ยุโรปในรายการสปริงบอร์ด 3 เมตร เมื่อปี 2012 มาแล้ว โดยโอลิมปิกในครั้งนี้กเป็นสมัยที่ 3 ของเขา ซึ่งในครั้งนี้โรส์เซต์ได้ลงแข่งขันกระโดดน้ำ 10 เมตร ชาย แต่น่าเสียดายที่เขาได้คะแนนมาเป็นอันดับที่ 29 ทำให้ไม่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

เจ้าสาวสุดงง ! แฟนเก่าเจ้าบ่าวบุกกลางงาน เอ่ยปากขอเป็นเจ้าสวยด้วยอีกคน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย “นูร์ คุสนุล โกติมาห์” เจ้าสาวมือใหม่วัย 20 ปีได้เข้าพิธีแต่งงานกับ “โคริก อัคบาร์” แฟนหนุ่มวัย 20 ปี ทุกอย่างกำลังจะผ่านไปด้วยดี ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม สาวร้องไห้แล้ว ลงภาพอวดแหวนเพชรแต่งงาน ชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด หนุ่มเอาเงินทุนแต่งงาน ไปเทรดเหรียญคริปโต นอนฝันหวาน สุดท้ายสิ้นสภาพ จนกระทั่งแฟนเก่าของเจ้าบ่าวโผล่มา คุสนุลออกมาเปิดเผยว่า แฟนเก่าของโคริกรู้ว่าพวกเธอจะแต่งงานกันผ่านทางเฟซบุ๊ก เพราะมีเพื่อน หลายคนโพสต์แสดงความยินดีกับพวกเธอ ด้วยเหตุนี้ แฟนเก่าจึงสามารถบุกเข้ามาในงานแต่งได้ถูกที่และถูกเวลา เหตการณ์บุกรุกงานแต่งเกิดขึ้นหลังจากประเพณี “Merariq” ซึ่งเจ้าบ่าวจะต้อง(ลัก)พาตัวเจ้าสาวไปที่บ้านของเจ้าบ่าว แต่เพียงไม่กี่นาทีที่เธอมาถึงบ้านเจ้าบ่าว แฟนเก่าของเขาก็ปรากฏตัวและขอร่วมวงแต่งงานด้วย ทุกคนที่อยู่ในงานต่างพากันตกใจ ทางด้านโคริกก็ได้แต่ทำตัวไม่ถูก จึงขอปรึกษากับครอบครัว และผลที่ได้คือ เขายินยอมที่จะรับแฟนเก่ามาเป็นเจ้าสาวอีกคน ซึ่งเธอเองก็ได้แต่จำนนยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น “ผมไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่เมื่อได้ปรึกษากับครอบครัวแล้ว ผมก็ตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงทั้งสองคนสินสอดทองหมั้นถูกแบ่งออกเท่า ๆ กัน เจ้าสาวจะได้คนละ 1.75 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 4,000 บาท)” ปัจจุบันทั้งสามคนอาศัยอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตหลังแต่งงานเหมือนคู่อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม โคริกบอกว่า เขาเองก็รู้สึกหนักใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากเขากำลังว่างงาน ทำให้ไม่ค่อยมีเงินมาเลี้ยงดูภรรยาทั้งสองของเขามากนัก

อาการโคม่า ! หนุ่มโดนเพื่อนบ้านทำร้าย หลังบอกให้เบาเสียงเพลง

นายแฟรงก์ เพนเคฟวา อายุ 42 ปี ชาวเมืองฮอลลีวูด รัฐฟลอริดา ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงเมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากขอให้เพื่อนบ้านเบาเสียงเพลงลง จนตกอยู่ในภาวะโคม่า ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม อาการโคม่า! แม่ปุ๊กลุก คุณหมอช่วยปั้มหัวใจ (มีคลิป) จัดงานศพเก้อ!! หลังเมียอาการโคม่า ฟื้นคืนปาฏิหารย์!! เมื่อวันอังคาร 28 ก.ค.64 นายเพนเคฟวายังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่ยังไม่ได้ผ่าตัดเพราะแพทย์กำลังรอให้สภาพร่างกายของนายเพนเคฟวาพร้อมกว่านี้ นางโจน เพนเคฟวา แม่ของเหยื่อ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น ดับเบิลยูพีแอลจี ว่านอกจากถูกทำร้ายร่างกายแล้ว ยังไม่รู้ว่าจิตใจของลูกชายตัวเองจะได้รับผลกระทบแค่ไหน และลูกชายของตนก็มีลูกที่ยังเล็ก ถ้าหากนายเพนเคฟวาจากไป หลานของตนอาจไม่มีวันได้รู้จักพ่อของตัวเองด้วยซ้ำ ดับเบิลยูพีแอลจี รายงานอีกว่า แพทย์กำลังจับตาดูสมองของนายเพนเคฟวาเพื่อตรวจสอบความเสียหายถาวรที่อาจเกิดขึ้น นางจีนา ฮอร์แวธ พี่สาวของนายเพนเคฟวา บอกว่า น้องชายของตนแค่ขอให้เพื่อนบ้านเบาเสียงเพลง แต่กลับโดนทำร้ายหนักขนาดนี้ เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลมากๆ และตนจะสู้เพื่อน้องชายของตน และจะไม่หยุดจนกว่าจะได้รับความยุติธรรม พี่สาวรายนี้ บอกอีกว่า หลังจากเกิดเรื่องมีคนโทรไปแจ้งตำรวจ แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำร้าย ส่วนตำรวจเองก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเรื่องนี้ให้ครอบครัวตนทราบสักเท่าใดด้วย

คู่รักหย่าร้าง ! บังเอิญได้มาเจอหน้ากันอีกครั้ง เพราะคิวฉีดวัคซีนถึงกับจุกหัวใจ น้ำตาไหล

เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ เผยว่า โลกโซเชียลได้แชร์คลิปวิดีโอโมเมนต์ของอดีตคู่รักคู่หนึ่ง เป็นคู่สามีภรรยาที่แยกทางหย่าร้างกันไปเมื่อ 3 ปีก่อน แต่อยู่ ๆ โชคชะตาก็พาให้กลับมาพบกันอีกครั้ง เมื่อฝ่ายหญิงไปเข้าคิวฉีดวัคซีนโควิด 19 แล้วบังเอิญว่าคิวไปตรงกับสามี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ให้บริการอยู่ที่จุดลงทะเบียน  เหตุการณ์เกิดขึ้นที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม คู่รักซุปตาร์ ช่องน้อยสี ซื้อเรือนหอ ราคา หลักล้าน? ทั้งน้ำตา…!! อดีตคู่รักจดทะเบียนหย่า กอดร่ำลาน้ำตาซึม เป็นครั้งสุดท้าย (มีคลิป) จากคลิปดังกล่าวจะเห็นว่า ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะบังเอิญมาเจอกัน พอถึงคิวเรียกเธอก็เดินไปที่โต๊ะลงทะเบียน ฝ่ายอดีตสามีจำได้ในทันที แต่ก็มีสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย จากนั้นเมื่อฝ่ายหญิงถามว่า ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนหรือไม่ คำตอบที่ได้จากฝ่ายชายคือ “ผมไม่จำเป็นต้องดูบัตรของคุณ ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณผมจำได้หมด” านนี้ทำเอาฝ่ายหญิงรู้สึกจุกหัวใจจนน้ำตาไหล แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเผยว่าเธอและอดีตสามีจบความสัมพันธ์กันไปด้วยเหตุอะไร แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ มิตรภาพที่ดีต่อกันสามารถเกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะเลิกรากันไปแล้ว ภายหลังจากคลิปวิดีโอถูกนำมาเผยแพร่เมื่อวันวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็มีผู้เข้าไปชมมากถึง 1 ล้านวิว และกดถูกใจมากเกือบ 6 หมื่นครั้ง

พ่อบุญทุ่ม ขโมยฝาท่อขายได้ 2 แสน เอาเงินไปเปย์สาวสตรีมเกม

เว็บไซต์โกลบอลไทม์ส รายงานว่า หนุ่มคนงานก่อสร้างชาวจีนรายหนึ่ง ชื่อสกุลฟ่าน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ภายหลังจากตกเป็นผู้ต้องหา ขโมยฝาท่อระบายน้ำในพื้นที่เมืองหนานจิง ของมณฑลเจียงซู รวมแล้วเป็นจำนวนมากกว่า 500 ฝา ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม หมอยง ยังมั่นใจ! พร้อมหนุนฉีดวัคซีนสลับ ชี้ วิจัยนี้ ต่างประเทศตามไม่ทันแน่นอน ดังไกลถึงต่างประเทศ อิตาลี เสนอข่าว รัฐนำพสไทยสู่หายนะ สะท้อนความล้มเหลว รายงานเผยว่า ฟ่าน เริ่มขโมยฝาท่อระบายน้ำมาตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา แต่พฤติกรรมแอบทำผิดกฎหมายของเขายังไม่มีใครทราบ จนกระทั่งบริษัทก่อสร้างที่เขาทำงานอยู่พบความผิดปกติ มีฝาท่อระบายน้ำหายไป 17 ฝา ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่มาดำเนินการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า ในช่วงตอนกลางคืน จะมีรถตู้สีเงินปริศนาคันหนึ่ง มาปรากฏอยู่แถวบริเวณใกล้ ๆ สถานที่ก่อสร้าง ขับเข้า-ออกตั้งแต่เวลาช่วงเวลา 01.00 น. ถึง 04.00 น. รถตู้คันดังกล่าวมีจุดสังเกตคือ ไฟท้ายที่ทั้งสองข้างสว่างไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งจะสว่างจะอีกข้าง ทำให้ตำรวจสืบหาตัวเจ้าของได้ง่ายขึ้น จนในที่สุดพบว่า เข้าของรถตู้คันดังกล่าวก็คือฟ่าน ในตอนแรก ฟ่านปฏิเสธไม่ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุ จนเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเช็กข้อมูลการทำธุรกรรมในโทรศัพท์มือถือ เจ้าตัวก็ยอมจำนนยอมรับสารภาพ โดยเขาจะนำฝาท่อที่ขโมยมาได้ไปขายต่อให้กับโรงงานรีไซเคิลที่มีเจ้าของชื่อกุลเฉิง รวมระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ฟ่านขโมยฝาท่อไปแล้วทั้งหมดกว่า 500 ฝา และขายไปได้เงินกว่า 40,000 หยวน หรือประมาณ 200,000 บาท

1 2 3 25