อนุญาตชาวต่างชาติ ซื้อแผ่นดินไทย! ชาวเน็ตตั้งคำถาม ใครกันแน่ที่ขายชาติ?…

เช็กเงื่อนไขเหลัง ครม.อนุมัติ เปิดทาง “ชาวต่างชาติ” 4 กลุ่มหลัก “ซื้อบ้าน” ในประเทศไทยได้ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการอนุมัติตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ ข้อหนึ่งในมติที่มีการอนุมัติ คือการให้จัดทำ “วีซ่าระยะยาว” (Long-term Resident Visa) มุ่งเป้าดึงดูดชาวต่างชาติที่มีฐานะดีหรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามาพำนักในไทย เพื่อดึงกำลังซื้อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น โครงการนี้วางแผนในระยะ 5 ปี (2565-2569) ตลอดระยะโครงการหวังผลดึงดูดชาวต่างชาติ 1 ล้านคน แต่ละคนมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อปี ยังไม่นับรวมมูลค่าจากการลงทุนและการชำระภาษีเงินได้ที่ไทยจะได้ประโยชน์ โดยมุ่งเน้นใน 4 กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 1 กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง 2 กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ 3 กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย 4 กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ สิทธิประโยชน์ที่ต่างชาติจะได้รับ สิทธิประโยชน์ที่ต่างชาติ 4 กลุ่มเป้าหมายจะได้รับ มีดังนี้ 1. สิทธิประโยชน์ วีซ่าผู้พำนักระยะยาวใหม่ (LTR vasa) อายุ 10 ปี รวมถึงผู้ติดตาม หรือคู่สมรสและบุตร 2. ยกเว้นไม่ต้องไปรายงานตัวทุก 90 วัน 3. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากต่างประเทศ 4. สามารถถือครองห้องชุดและบ้านจัดสรรในโครงการบ้านจัดสรรในพื้นที่ที่กำหนด ทั้งนี้ ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เร่งพิจารณาดำเนินการภายใน 90 วัน และให้รายงานความคืบหน้าของผลการพิจารณาผ่าน สศช. เพื่อนำเสนอให้ ครม. ทราบต่อไป   ชาวเน็ตรุมถล่มเป็นจำนวนมาก – ต่อไปชาวต่างชาติก็จะมากว้านซื้อที่ดิน ปล่อยให้คนไทยเช่าแพงๆ แทน ไหนรักชาตินักหนาขายแผ่นดินแม่มเลยเหรอแทนที่จะเหลือให้ลูกหลานคนไทย -รัฐบาลชุดนี้ไม่มีปัญญาบริหารเศรษฐกิจเลยใช้วิธีขายแผ่นดินแทน เป็นทหารได้ไง ยกแผ่นดินให้ต่างชาติ แล้วเป็นทหารกันทำไม -ถ้าทักษิณทำพวกมันก็จะหาว่าขายชาติ ข่าวที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลเล็งเปิดอีก 5 จังหวัดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ต.ค.นี้ ให้ทันไฮซีซัน อย่าให้เจออีกนะ!! ทร.ภาค 1 ออกเรือลาดตระเวนไล่จับ เรือประมงต่างชาติ รุกล้ำน่านน้ำ แต่กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด  

รัฐบาลเล็งเปิดอีก 5 จังหวัดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ต.ค.นี้ ให้ทันไฮซีซัน

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ กำชับเตรียมพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในแบบวิถีใหม่ เตรียมเปิดอีก 5 จังหวัด ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ย้ำดูแลนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นตามมาตรการสาธารณสุข และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคน วันนี้ (9 ก.ย.) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า รัฐบาลเดินหน้าตามแผนเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางไว้เป็นระยะ หลังจากนำร่องระยะที่ 1 ในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ไปแล้ว ซึ่งเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาได้ 2 เดือนแล้วถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่ดีเป็นที่น่าพอใจ รายจ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 6-7 หมื่นบาท รายได้สะสม 1,634 ล้านบาท ทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาฟื้นตัวสร้างรายได้เป็นจำนวนมาก โดยในเดือนตุลาคมนี้ เป็นเดือนที่วางแผนในการปรับมาตรการ ภายใต้การป้องกันตนเองแบบ Universal Prevention พร้อมกับเข้าสู่แผนการเปิดพื้นที่ระยะที่ 2 อีก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่ ซึ่งแต่ละจังหวัดได้เตรียมความพร้อมเร่งฉีดวัคซีนให้คนพื้นที่ และจัดเคมเปญต่างๆ รองรับนักท่องเที่ยวเอาไว้แล้ว อาทิ กรุงเทพฯ แซนด์บ็อกซ์ / หัวหิน รีชาร์จ / ชาร์มมิง เชียงใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้ นายกฯ ได้กำชับเรื่องมาตรการตรวจโควิด-19 และด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคน ส่วนปีหน้าเป็นแผนระยะที่ 4 จะเริ่มเดือนมกราคม 2565 ในการเปิดพื้นที่จังหวัดที่ติดชายแดนเพื่อนบ้าน อีก 13 จังหวัด จับคู่ท่องเที่ยวระหว่างกัน (Travel Bubble) ซึ่งทั้ง 4 ระยะ จะเปิดรับนักท่องเที่ยว รวม 43 จังหวัด “ท่านนายกฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในแบบวิถีใหม่ ที่มีการผ่อนคลายมาตรการ ร่วมเดินหน้าเศรษฐกิจภายใต้กรอบสาธารณสุข เพี่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในวันนี้และอนาคต ลดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยกันเดินหน้าสู่การเปิดประเทศวิถีใหม่ต่อไป” นายธนกร ระบุ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ม.จ.จุลเจิม ยุคล เผยถ้ายังปล่อยให้ม็อบออกมาเสรีได้ขนาดนี้ ก็เปิดประเทศเถิดครับ กองถ่ายซีรีส์ โวยรัฐบาลไทย เปิดประเทศให้มาถ่าย แต่สั่งปิดกองถ่าย ?

“โฆษก ศบศ.” เผย ต่างชาติพอใจภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มั่นใจกระตุ้นท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลได้เดินหน้ามาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจและทยอยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งตอนนี้เปิดได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่เดินทางเข้ามาเกือบหนึ่งหมื่นคน ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม เร่เข้ามา ! บิ๊กตู่ เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยว ” สมุย พลัส โมเดล ”  ต่อยอด  ” ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ “ โฆษกศบศ.แจง ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ล้มเหลว ย้ำ”บิ๊กตู่”ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรกที่เข้ามา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, อิสราเอล, เยอรมนี และฝรั่งเศส อัตราเฉลี่ยการเข้าพักต่อคนอยู่ที่ 11 คืน ประเมินค่าใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ 70,000 บาท ได้แก่ค่าที่พัก ค่าตรวจ Swap ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าพาหนะเดินทางในจังหวัด ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เฉลี่ยการใช้จ่ายอยู่ที่ 5,500 ต่อคนต่อวัน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนอยู่ที่ 534.31 ล้านบาท “นักท่องเที่ยวมีความประทับใจในอัธยาศัยไมตรีของชาวภูเก็ต และวางแผนเดินทางไปยังจังหวัดอื่น เช่น เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ต่อไป นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับไปแล้วยังได้วางแผนพาครอบครัวกลับมาเที่ยวไทยซ้ำอีกด้วย” นายธนกรกล่าวว่า “ซึ่งจากการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวพบว่า พอใจคุณภาพของรถบริการรับ-ส่ง SHAพลัส ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต มากที่สุด รองลงมาคือ พอใจภาพรวมการให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต และพอใจการตรวจคัดกรองเมื่อเดินทางมาถึง ซึ่งการเปิดประเทศครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมตัวในการรองรับช่วงปลายปีที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอีก ทำให้เห็นว่าการเปิดประเทศครั้งนี้ประสบความสำเร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว”            นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ปรับปรุงระบบลงทะเบียน COE ออนไลน์ใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาให้มีความสะดวก และ ททท. ในต่างประเทศยังได้ทำการตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเจาะไปที่กลุ่มตลาดยุโรป เช่น ดูไบ แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน กรุงปราก สตอกโฮล์ม และปารีส อีกด้วย โดยคาดว่า ต่อไปนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของฤดูกาลการท่องเที่ยว โฆษก ศบศ. กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนต่อไปคือการเดินหน้าเปิด 3 เกาะของจังหวัดกระบี่  ได้แก่ เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล  และ 3 เกาะของจังหวัดพังงา  ได้แก่ เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ โดยมีกำหนดเปิดในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 นี้ โดยได้เน้นย้ำถึงแผน 7+7 ของการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับพื้นที่นำร่องที่เปิดไปแล้ว เป็นการผ่อนคลายมาตรการให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาใน “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” อยู่ครบ 7 วัน (เดิม 14 วัน) และตรวจ RT-PCR จำนวน 2 ครั้งแล้ว สามารถเดินทางไปในพื้นที่เกาะสมุย พะงัน และเกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี) รวมถึงเกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ (กระบี่) และเกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย และเขาหลัก (พังงา) ในรูปแบบซีลรูท (sealed routes) หรือ island hopping ได้ตั้งแต่วันที่ 8 เป็นต้นไป โดย ททท.ยังคงเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวรวมปีนี้ที่ 8.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากตลาดต่างประเทศ 3 แสนล้านบาทในจำนวนนักท่องเที่ยวราว 3 ล้านคน และรายได้จากตลาดภายในประเทศ 5.5 แสนล้านบาท

กรณิศ ออกมาแฉ มีคนจัดหาคิวให้คนนอก ที่ไม่อยู่ในคิวการฉีดวัคซีน เข้ามารับการฉีดได้ยังไม่รู้

วันที่ 24 พ.ค.64 นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม พรรคพลังประชารัฐ ได้ตอบคำถามถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า มีการซื้อขายบัตรคิวฉีดวัคซีน ราคา 3000 บาท ที่คลองเตย ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ว่า เรื่องนี้รับทราบจากผู้นำชุมชน ว่ามีการนำบัตรคิวไปขายให้กับประชาชนในท้องที่เข้าไม่ถึงในการรับวัคซีน และมีชาวต่างชาติด้วย แต่ว่า ที่มีการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนฉีดวัคซีนเชิงรุกเมื่อ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดสะพาน ก็หารือในเรื่องนี้ ผู้นำชุมชนก็ได้พูดเรื่องนี้ ว่ามีเหตุการณ์นี้ ว่านำบัตรไปขาย แต่ไม่ใช่ผู้นำชุมชน “คนนอกมีทั้งคนนอก และคนในที่เข้าไม่ถึง คือในคลองเคย มีประชาชนเกือบแสนคน นโยบายเชิงรุก คือต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย 50000 โดส แต่มีประชาชนที่เขาไม่ได้อยู่ในชุมชนแออัด และไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ ก็ต้องเข้าไปลงทะเบียนหมอพร้อม บางท่านก็อยากมาดำเนินการก่อน มาจัดหาบัตรคิวให้ได้วัคซีนก่อน” นางกรณิศ ยังกล่าวถึงประเด็นชาวต่างชาติว่า ก็มีทั้งต่างด้าวที่มาซื้อ และนักท่องเที่ยวที่อยู่ที่นี่ ไม่แน่ใจว่าชั่วคราวหรืออย่างไร ก็ได้ยินว่ามีจีน และเกาหลี มาฉีด ก็ไม่ทราบว่าเขารู้ได้อย่างไร ต้องฝากสื่อหาว่ารู้ได้อย่างไร เพราะคนในพื้นที่ยังไม่รู้เลย ทราบข่าวว่ามาเป็นรถตู้ นำบัตรคิวและเข้าไปฉีด “ปกติจะมีการลงทะเบียน มีบัตรประชาชนมาฉีดวัคซีน ตอนแรกมีเฉพาะคนไทย ช่วงหลังมีการขยายให้ชาวต่างชาติ ตอนหลัง กทม.เปิดกว้างให้นำพาสปอร์ตไปฉีดได้ จะมีอยู่ในเรคคอร์ดของเขาอยู่แล้ว มันค่อนข้างจะเช็คยาก คุณพยาบาลที่เป็นคนฉีดก็มีซักประวัติเหมือนกัน ว่าอยู่กลุ่มเสี่ยงหรือไม่ หากเสี่ยง บางครั้งพยาบาลจะให้ไปสวอปมาก่อน หากไม่ได้เสี่ยงแต่มาทำการค้าขายที่คลองเตย ก็จะถามว่ามาจากชุมชนไหน ที่ผ่านมาก็มี ปฏิเสธการฉีดวัคซีนไป จากสถิติของกทม. อย่าง 4000 คน อาจมีไม่เข้าเกณฑ์ 100 คน” นางกรณิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่มาเป็นรถตู้ ไม่ว่าจีนหรือเกาหลี คงมีกระบวนการทำอยู่แล้ว ต้องฝากเจ้าหน้าที่ไปดูด้วย เพราะวัคซีนทุกอัน เป็นสิทธิของคนไทย เพราะรัฐบาลไม่ได้จำหน่าย รัฐบาลให้คนไทยทุกคน อันนี้เป็นการทุจริตที่เด่นชัดมาก เราไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศเรา อย่างไรก็ตาม นางกรณิศ ปฏิเสธที่จะกล่าวว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าว เพียงแต่ได้ยินแว่วมาบ้าง ต้องฝากสื่อไปหาคำตอบ และยืนยันจะต่อสู้ในบัตรฉีดวัคซีน เพราะบางชุมชนได้รับจนล้น และบัตรต้องใช้วันต่อวัน เมื่อเหลือบัตรก็ต้องกระจายออก ไม่เช่นนั้นก็ถูกทิ้งโดยสูญเปล่า ก็อาจทำให้มีคนอาศัยช่องทางไปฉ้อฉลได้ ก็คงมีกระบวนการ ไม่เช่นนั้นไม่มีทางเข้าถึงสำหรับคนต่างชาติแน่นอน นายกฯ เข้ารับฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็ม 2 แล้ว และแจ้งข่าวดี ‘กลุ่มหมอไม่ทน’ จี้รัฐบาล ปลดล็อกวัคซีนทุกยี่ห้อ เตรียมแผน วัคซีนเข็ม 3 และ 4

“ธรรมนัส “ ลุยปลูกกัญชา เป็นยาและอาหารเสริม เตรียมส่งออก !

“ธรรมนัส” จับมือ แม่มดกัญชาลุยปลูก ทำเอ็มโอยูกับศูนย์วิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ บริษัท โกร ทรูเนเจอร์ สหรัฐอเมริกา ลุยปลูกสมุนไพร-กัญชง-กัญชา ในที่ส.ป.ก. พร้อมรับซื้อพัฒนาเป็นยา อาหารเสริมส่งออก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เดือน พ.ค.2564 สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) จะร่วมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน กับศูนย์วิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ บริษัท โกร ทรูเนเจอร์ สหรัฐอเมริกา  โดยเอ็มโอยูจะร่วมพัฒนาสมุนไพรของเกษตรกรในที่ส.ป.ก. ระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.2564 สิ้นสุด ปี 2569 ภายใต้เอ็มโอยูนี้ บริษัท โกร ทรูเนเจอร์ ฯ จะมีหน้าที่ วิจัยและพัฒนา สมุนไพรไทยให้มีความหลากหลาย และมีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งประเภทยา อาหาร อาหารเสริม เวชสำอาง และสินค้าบริการต่างๆให้เป็นที่ยอมรับทั้งจากผู้บริโภค ในประเทศและต่างประเทศ โดยการร่วมมือกันครั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรในที่ ส.ป.ก. เป็นผู้ประกอบการสมุนไพร ที่สามารถบริหารจัดการสมุนไพรตลอดห่วงโซ่อุปทาน เชื่อมโยงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ “ บริษัทดังกล่าวทางแม่มดกัญชาเป็นผู้แนะนำ จากนี้จะเป็นการร่วมพัฒนาเกษตรกร ในที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  ให้มีรายได้เพิ่ม มีความอยู่ดีกินดี ด้วยการปลูกสมุนไพรไทย อาทิ  ขมิ้นชัน ไพร ฟ้าทะลายโจร กัญชง กัญชา เป็นต้น โดยแม่มดกัญชาจะรับซื้อทั้งหมด เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศ เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกร บนที่ดิน ส.ป.ก.” นอกจากนี้ ในการร่วมพัฒนาสมุนไพร แม่มดกัญชา จะมีการพัฒนาการปลูก กัญชง กัญชา ที่ในต่างประเทศ ความต้องการมากที่จะใช้ในทางการแพทย์ การร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการร่วมวิจัยและพัฒนา บนที่ดินส.ป.ก. ซึ่งช่วงนำร่อง ทางแม่มดกัญชา จะขอนำเข้าเมล็ดพันธุ์ต่างประเทศ ปลูกในแปลงทดลองก่อนเพื่อการศึกษา ข่าวที่เกี่ยวข้อง ล่าระทึก ยิงยางรถจับ 2 หนุ่ม 1 สาว ขนกัญชา ยาบ้า แลกเงิน 1 แสน จับแก๊งขนกัญชาจากอีสานเข้ากรุงเทพฯ แพทย์เตือน เมนูอาหารกัญชา กินต้องระวัง!! เผยกลุ่มเสี่ยง รายได้หลักแสน! อดีตแม่ค้าขนม ผันตัวขายกัญชาคุกกี้ผ่านไลน์ โดนรวบคาคอนโด

1 2 3 5