วัยรุ่นยกพวกตะลุมบอน ขู่สั่งปิด “ซุ้มคลายร้อน”

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอน กันภายในซุ้มเล่นน้ำคลายร้อน บ้านห้วยขาน ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และมีการนำภาพมาแชร์กันในในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายและประชาชนในหมู่บ้านที่เกิดเหตุออกมาวิพากวิจารณ์ไม่พอใจถึงการกระทำของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ บางคนบอกว่าควรจะปิดซุ้มเล่นน้ำเพราะเจ้าของซุ้มไม่วางกฎเกณฑ์หรือควบคุมดูแลให้ดีทำให้เสียชื่อเสียงของหมู่บ้าน     สถานที่เกิดเหตุ พบว่ามีซุ้มเล่นน้ำตั้งเรียงรายอยู่สองข้างของลำน้ำห้วยขาน ด้านหลังหมู่บ้าน จำนวนถึง 50 ซุ้ม หลังจากเกิดเหตุประชาชนหลายคนไม่กล้าลงมานั่งซุ้มเล่นน้ำคลายร้อนบริเวณดังกล่าว แต่บางคนโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว กลุ่มวัยรุ่น ยังคงมาเล่นน้ำตามปกติ สอบถามกลุ่มวัยรุ่นที่มานั่งซุ้มเล่นน้ำบอกว่าวันธรรมดาจะไม่คอยมีประชาชนมาเล่นน้ำคลายร้อนมากนัก จะมีมากเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ จะมีประชาชนหลากหลาย ทั้งชาวบ้าน ข้าราชการมานั่งพักผ่อนคลายร้อน โดยแต่ละซุ้มจะมีเสื่อปูและมีโต๊ะวางอาหารสำหรับผู้ที่มาเล่นน้ำ ค่าเช่าซุ้มละ 60 บาท สามารถสั่งอาหารมานั่งรับประทาน เล่นน้ำได้ตั้งแต่เช้าจนถึง 18.00 น. จากการสังเกตวัยรุ่นที่มานั่งรับประทานอาหารเล่นน้ำคลายร้อน พบว่ามีการนั่งดื่มเหล้าเบียร์ภายในซุ้มกันอย่างสนุกสนาน นางมิน แม่ค้าขายอาหารบริเวณรอบ ๆ ซุ้ม บอกว่า ตนมาตั้งร้านขายอาหาร ส้มตำ ข้าวเหนียวไก่ย่าง ให้กับประชาชนที่มานั่งซุ้มเล่นน้ำคลายร้อน จะมีรายได้ประมาณวันละ 700 บาท และมีซุ้มนั่งเล่นอยู่ 3 หลัง จะมีรายได้ประมาณวันละ 200 บาท ซุ้มที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งริมลำน้ำห้วยขาน มีเจ้าของทั้งหมด 5 ราย เป็นซุ้มส่วนตัวของชาวบ้านที่ทำกันเอง ไม่ใช่ของหมู่บ้าน แต่ได้แจ้งกับประชาชนที่มาเล่นน้ำ โดยมีการติดป้ายไว้ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามทะเลาะวิวาท เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากให้เกิด การทะเลาะวิวาทเป็นกลุ่มวัยรุ่นจากต่างหมู่บ้านที่ลงมาเล่นน้ำดื่มเหล้าแล้วเกิดชกต่อยกันและแยกย้ายกันไป หลังจากเกิดเหตุได้เปิดให้บริการประชาชนตามปกติ ยังไม่มีการสั่งให้เลิกซุ้ม และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลความปลอดภัยทุกวัน     พ.ต.ท.สมชาย หมายมั่น สารวัตรหัวหน้า สภ.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ดำเนินการประชุมผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการร้านค้าให้ดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายและจัดระเบียบการจอดรถไม่ให้กีดขวางการจราจร และได้จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจซุ้มน้ำ และตรวจบุคคลที่มาใช้บริการ และประชาสัมพันธ์เจ้าของร้านในการปฏิบัติตามกฎหมาย ในการจำหน่ายสุรา ยาสูบและได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร และการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ หลังจากรับแจ้งมีเหตุวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนกันได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปยังที่เกิดเหตุแต่พบว่ากลุ่มผู้ที่ก่อเหตุได้สลายตัวไปหมดแล้ว จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวนหากพบจะเรียกตัวมาสอบปกคำหากเป็นเรื่องเล็กน้อยอาจจะว่ากล่าวตักเตือน แต่ถ้าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินคดี และส่งเจ้าหน้าที่ไปคอยดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่มาเล่นน้ำอยู่เป็นประจำ ส่วนการปิดซุ้มเล่นน้ำอยู่ในอำนาจของนายอำเภอจะเป็นผู้สั่งการ สำหรับกลุ่มที่ก่อนเหตุส่วนหนึ่งมาจากในหมู่บ้านอีกกลุ่มหนึ่งมาจากต่างตำบลต่างพื้นที่มาใช้บริการซุ้มน้ำคลายร้อน     นายพงษ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ได้ให้ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ สภ.หมอกจำแป่ อบต.หมอกจำแป่และเจ้าของซุ้มน้ำ มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน โดยที่ประชุมได้ตั้งกฎกติกาในการเข้ามานั่งพักผ่อนเล่นน้ำคลายร้อนที่บ้านห้วยขาน ซึ่งสรุปก่อนเข้าพื้นที่ซุ้มจะต้องมีการตรวจวัดไข้ป้องกันโควิด-19 ห้ามนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้ามาในบริเวณซุ้มเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ห้ามมีการจำหน่ายเหล้า เบียร์ หรือห้ามนั่งดื่มเหล้าเบียร์ภายในพื้นที่ซุ้มเล่นน้ำ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลความปลอดภัยให้กับชาวบ้านที่มาพักผ่อน หากเจ้าของซุ้มไม่สามารถปฏิบัติตามกฎกติกาที่วางไว้ได้ หรือหากยังมีเรื่องยกพวกตะลุมบอน มีการมานั่งดื่มเหล้า เบียร์ ก็จะพิจารณาปิดซุ้มด้งกล่าวต่อไป

โจ๋บุรีรัมย์ 50 คน อาวุธครบมือ ยกพวกตีกันกลางถนน

วันที่ 22 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียล มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ ขณะกลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคนยกพวกตีกัน พร้อมระบุข้อความว่า “#บุรีรัมย์ดินแดนนักรบ #ยกพวกตีกัน เหตุเกิดที่ถนนใต้เขื่อนลำนางรอง โนนดินแดง” จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ ดังลก่าวเป็นจำนวนมากถึงพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่น ผู้ที่บันทึกคลิปดังกล่าวไว้ได้ระบุว่า วัยรุ่นที่ยกพวกตีกันมีการใช้อาวุธทั้งท่อนไม้ เหล็กแหลม มีด ขวดแก้วปาใส่ ปืนไล่ยิง และปาระเบิดปิงปอง ใส่กันเสียงดังสนั่น สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับชาวบ้านที่อาศัยในละแวกดังกล่าวเป็นอย่างมาก มีวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ 1 คนถูกเศษขวดแก้วบาด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ล่าสุดวันนี้  ร.ต.อ.กังวาน กรวยสวัสดิ์ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (สวป) สภ.โนนดินแดง  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ  ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่กลุ่มวัยรุ่น และนักเรียนยกพวกตีกัน ก็พบท่อนไม้ เหล็กแหลม ก้อนหิน เศษขวดแก้วแตก และระเบิดปิงปอง ตกกระจายเกลื่อนจุดเกิดเหตุ จึงได้บันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอน  ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบถามพยานและผู้เห็นเหตุการณ์  ให้ข้อมูลว่ากลุ่มวัยรุ่น และนักเรียนที่ยกพวกตีกัน  มีทั้งในพื้นที่ อ.โนนดินแดง และอ.ละหานทราย น่าจะมาเที่ยวแล้วเจอกันที่เขื่อนลำนางรอง ก่อนเกิดเขม่นกันจึงได้ยกพวกตีกันอย่างที่ปรากฏในคลิป แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีผู้เสียหายหรือผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความ ด้านสารวัตรนักเรียน เล่าว่า ขณะที่ตนเองดูแลความเรียบร้อยร่วมกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอยู่ที่บริเวณเขื่อนลำนางรอง  หลังจากเมื่อวันเสาร์เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทย์กันที่เขื่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าระงับเหตุและผลักดันกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุออกจากพื้นที่เขื่อน  เพราะเกรงจะสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้ที่เดินทางมาเที่ยวผักผ่อนและพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของที่เขื่อน  แต่วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ก็มีกลุ่มวัยรุ่น และนักเรียน อายุประมาณ  13-15 ปี  ทราบภายหลังว่ามาจาก อ.ละหานทราย  และอ.โนนดินแดง  มาเที่ยวและนั่งดื่มกินสังสรรค์กันที่ริมเขื่อนอีก กระทั่งตกเย็น วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวรวมกว่า 50 คน ก็ได้ก่อเหตุยกพวกตีกันที่กลางถนนด้านล่างเขื่อนลำนางรอง ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตนในฐานะสารวัตรนักเรียนก็พยายามตะโกนห้ามปราม แต่เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นมีจำนวนหลายคนและมีอาวุธด้วย จึงไม่กล้าเข้าไปใกล้เพราะกลัวจะโดนลูกหลง จึงได้แจ้งเหตุไปยังตำรวจในพื้นที่ ไม่นานกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็สลายตัว  และทราบว่ามีวัยรุ่นใน อ.โนนดินแดง ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว 1 คน

วัยรุ่นต่างหมู่บ้าน กระทบกระทั้งกันในงานแห่นาค ก่อนจะยกพวกมารุมทำร้ายจนเจ็บสาหัส

ร.ต.ท.ชัยชาญ จงกลนี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ สายตรวจประจำจุดห้วยชัน ได้รับแจ้งเกิดเหตุวัยรุนรุ่มทำร้ายกัน ที่บริเวณถนนกลางหมู่บ้านหนองหญ้าป้อง ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงรีบรุดเข้าระงับเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังช่วยกันปฐมพยาบาล ให้ยาดมกับวัยรุ่นหญิงที่หมดสติอยู่ริมถนนกลางหมู่บ้าน และมีชายวัยรุ่นทราบว่าเป็นแฟนของหญิงสาว กำลังช่วยพยุงร่างวัยรุ่นหญิงไว้บนตัก ส่วนกลุ่มวัยรุ่นชายอีกกว่า 10 คน ที่ก่อเหตุรุ่มทำร้าย 2 วัยรุ่นหนุ่มสาว ได้วิ่งหนีและขี่รถจักรยานยนต์ออกจากหมู่บ้านไปแล้ว ขณะที่หญิงสาววัยรุ่นที่ถูกทำร้าย หลังชาวบ้านช่วยกันให้ปฐมพยาบาล ได้ฟื้นมีสติขึ้นแต่ยังขยับร่างกายไม่ได้ เพียงแต่บอกว่ามีอาการเจ็บที่ลำคอเป็นอย่างมาก และตามใบหน้ามีรอยฟกช้ำหลายแห่ง ทราบชื่อภายหลังวัยรุ่นสาวที่ได้รับบาดเจ็บชื่อ น.ส.บี(นามสมมุติ ) (ขอสงวนนามเนื่องจากเป็นเยาวชนอยู่คือ น.ส.นิรชา ชำนาญกุล) อายุ 15 ปี เป็นชาวบ้านหนองบ่อ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ส่วนวัยรุ่นชายแฟนของหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บ ชื่อ นายเอ (นามสมมุติ) (ขอสงวนนามชื่อนายอนุรักษ์  มครมย์) อายุ 15 ปี เป็นชาวบ้านห้วยต้อน ต.ห้วยต้อน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งทั้ง 2 วัยรุ่น หญิงชาย ทั้ง ด.ญ.บี(นามสมมุติ) และนายเอ เล่าว่า วันนี้ทราบว่ามีงานรถแห่นำขบวนแห่นาคไปบวชรอบหมู่บ้านก่อนเข้าวัด จึงชวนกันออกมาดู และเข้าร่วมขบวนแห่นาคไปด้วย ก่อนจะ เกิดมีการกระทบกระทั้งกับวัยรุ่นอีกหมู่บ้าน แต่ไม่ทราบว่ามาจากหมู่บ้านไหน ตนเองได้ให้เพื่อนไปขอโทษกับวัยรุ่นต่างหมู่บ้านแล้ว แต่หลังแห่นาคไปบวชเสร็จแล้ว กลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้านกลับไม่ยอมเลิกรา ได้ยืนดักรอตนเองและแฟนสาวอยู่ริมถนน เมื่อตนเองเดินผ่าน กลุ่มวัยรุ่นนับ 10 คนได้เข้ารุมทำร้ายผู้ชาย และแฟนสาวดังกล่าวได้พยายามเข้าห้าม แต่กลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้านก็ไม่ยอมหยุดยังรุมทำร้ายแฟนตนด้วยจนได้รับบาดเจ็บครั้งนี้ขึ้น ขณะที่ (ขอสงวนนามคือน.ส.เกษกนก  สุวรรณบูรณ์) น.ส.ซี  อายุ 15 ปี เพื่อนของวัยรุ่นสาว น.ส.บี ผู้บาดเจ็บ เล่าให้ฟังว่า พวกตนได้ทราบว่าที่บ้านหนองหญ้าปล้อง มีการจัดงานบวช และมีการจ้างรถแห่มาแห่นาครอบหมู่บ้าน พวกตนจึงมาร่วมงานและเต้นในขบวนแห่นาครอบหมู่บ้านไปด้วย  และมีวัยรุ่นหลายคนมาร่วมเต้นในขบวนแห่นาค หน้ารถแห่ และเกิดเขม่นกันกับวัยรุ่นอีกกลุ่มต่างหมู่บ้านเกือบจะมีเรื่องกันในขบวนแห่ กับนายเอ อายุ 15 ปี ที่ถูกรุมทำร้ายพร้อมแฟนสาว แต่เพื่อนๆได้พากันเข้าไปขอโทษกลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้านแล้ว แต่หลังจากแห่นาคเสร็จ ขณะที่ 2 วัยรุ่นทั้งสองที่บาดเจ็บ กำลังจะเดินมาหารถจักรยนต์ตนเองที่จอดไว้ขี่กลับบ้าน ได้พบกับวัยรุ่นชายต่างหมู่บ้านกว่า 10 คน เข้ามาชกต่อย รัวมัดใส่ทั้งลำตัวและใบหน้าและรุมกระทืบ ทั้ง 2 คน จนทำให้ น.ส.บี(นามสมมุติ) วัย 15 ปี ถึงกับสลบลงไปนอนกองกับพื้นถนน หลังชาวบ้านมาช่วยห้ามกลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้านจึงรนีบพากันวิ่งหนีออกจากพื้นที่ไป

กลุ่มวัยรุ่นตีกันในโรงพยาบาลจะจ่ายไหวมั้ย? ลิสท์ราคาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ในห้องฉุกเฉิน

จากกรณีวัยรุ่นยกพวกครึ่งร้อยบุกทำร้ายหมอ-พยาบาล กลางห้องฉุกเฉินถึง 2 โรงพยาบาล หลังไม่พอใจช่วยเพื่อนที่บาดเจ็บล่าช้าจนเสียชีวิต ขณะที่อีกกลุ่มนำคนลุยเปิดศึกตีกันเละกลางห้องฉุกเฉินอีก เมื่อรู้ว่าเพื่อนตาย เพื่อระบายแค้น จนข้าวของอุปกรณ์ในห้องฉุกเฉินหลายอย่างเสียหาย ลองมาดูลิสท์ราคาอุปกรณ์แต่ละอย่างราคาเท่าไหร่ จะตีกันทำลายข้าวของแบบนี้ แล้วจะมีเงินมาชดใช้หรือไม่ คิดกันให้ดีๆก่อนขาดสติ 1 เครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมด้วยปริมาตร  850,000 บาท 2 เครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยแบบข้างเตียง  200,000 บาท 3 เครื่องให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ  50,000 บาท 4 เครื่องให้สารละลายทางหลอดเลือดดำด้วยกระบอกฉีดยา  55,000 บาท 5 เครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในกระแสเลือด  80,000 บาท 6 เครื่องปั่นเม็ดเลือดแดงตกตะกอน  90,000 บาท 7 เครื่องบันทึกสัญญาณไฟฟ้าหัวใจ  160,000 บาท 8 เครื่องกระตุกหัวใจ  350,000 บาท 9 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ  100,000 บาท 10 เครื่องดูดเสมหะแบบเคลื่อนที่  10,000 บาท 11 ที่นอนลม  10,000 บาท 12 รถเข็นอุปกรณ์ฉุกเฉิน  30,000 บาท 13 เครื่องวัดความดันชนิดปรอท  5,000 บาท 14 เตียงไฟฟ้า  65,000 บาท 15 เตียงฟาวเลอร์  19,000 บาท 16 ตู้ข้างเตียง  3,900 บาท 17 อุปกรณ์ปรับอัตราการไหลของออกซิเจน  2,600 บาท 18 อุปกรณ์ปรับความดันสูญญากาศทางการแพทย์  9,600 บาท 19 อุปกรณ์ช่วยใส่ท่อช่วยหายใจ  16,000 บาท 20 เครื่องช่วยหายใจชนิดมือบีบ  5,000 บาท

แก๊งโจ๋ถล่มโรงพยาบาล ต่อยหมอหญิงและพยาบาล ไม่สำนึก ลั่นหมอสมควรโดนแล้ว

ชาวเน็ตไม่รอช้าคอมเมนต์รัวๆเฟซบุ๊ก แก๊งโจ๋ถล่มรพ. สมุทรปราการ ไม่มีสำนึกอะไรทั้งนั้นบอก หมอ-พยาบาล สมควรโดนกระทืบ จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกว่า 30 คน ตะลุมบอนคู่อริในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล 2 แห่งใน จ.สมุทรปราการ ทำให้ทรัพย์สินของโรงพยาบาลเสียหายจำนวนมาก ล่าสุดชาวเน็ตแชร์ภาพข้อความของวัยรุ่นที่โพสต์เฟซบุ๊กถึงหมอ พยาบาล ว่า “สมควรโดนละหมอ หมอดีก็มี หมอหัว…ก็เยอะโดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐได้ยิน ได้เห็นอาการมึงแย่แค่ไหนมึงไม่มีเงิน เหมือนมึงตายไปครึ่งตัวอะ ปล.สมควรโดนส้น..” สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ พญ.ธนิกานต์ สู่พานิช และพยาบาล บาดเจ็บเนื่องจากถูกกลุ่มเพื่อนของนายรัชต์พงษ์ วาสนา หรือ คิว ที่ถูกแทงเสียชีวิตไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก God Of War V.5 ได้โพสต์รูปภาพ 2 วัยรุ่นที่ทำร้ายหมอ พยาบาล โดยพบว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้โพสต์รูปภาพเพื่อนที่เสียชีวิตระบุว่า มึงจะอยู่ในใจกูเสมอไอเพื่อนรัก ถ้าคิดถึงกูมาหากูได้ที่บ้านเเหมือนเดิมนะเพื่อน” คู่หีขวางนรก ต่อยหมอต่อยพยาบาล นักเลงปากน้ำของแท้ https://www.facebook.com/profile.php?id=100031725455693https://www.facebook.com/profile.php?id=100039561188423 โพสต์โดย God Of War V.5 เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2020  

1 2 3 5