ตร.เตือน ซีรีส์ Squid Game มีเนื้อหาสุ่มเสี่ยง หวั่นเยาวชนเลียนแบบ เป็นสาเหตุให้เกิด..

วันที่ 10 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนการเลียนแบบพฤติกรรมความรุนแรงจากซีรีย์ชื่อดัง อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาชญากรรมได้ ในปัจจุบันที่ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ประชาชนต้องอยู่บ้าน และมีการใช้ สื่อสังคมออนไลน์กันมากขึ้น รวมถึงเด็กและเยาวชนที่ต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน การรับชมซีรีย์หรือภาพยนตร์ ก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยม เพื่อเป็นการผ่อนคลายในเวลาว่าง แต่ก็มีซีรีย์หรือภาพยนตร์บางเรื่อง ที่มีการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะพฤติกรรมความรุนแรง   อย่างเช่นซีรีย์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันอย่างเรื่อง Squid Game ซึ่งถูกจัดอยู่ในซีรีย์สำหรับกลุ่มผู้ชมที่อายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีการนำเสนอเนื้อหา ภาพ เสียง และพฤติกรรมรุนแรง มีทั้งฉากการทำร้ายร่างกายผู้อื่น ฉากการผ่าศพ ฉากการฆ่าผู้อื่น อย่างชัดเจน เพื่อแก่งแย่งแข่งขันและเอาตัวรอด อาจส่งผลให้เกิดการเลียนแบบ ทำให้ผู้ที่รับชมมีพฤติกรรมรุนแรง หรืออาจส่งผลให้ผู้ชมเกิดความคิดจินตนาการว่าตนอยู่ในสถานการณ์เดียวกับในซีรีย์ จนอาจเกิดเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กหรือเยาวชน ผู้ปกครองจึงต้องคอยควบคุมดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การรับชมสื่อต่างๆ และคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเลือกรับสื่อต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม   พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตระหนักถึงพิษภัยและรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากสื่อต่างๆ จึงได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งทำการแจ้งเตือน และสร้างการรับรู้ถึงพิษภัยที่อาจตามมาจากสื่อต่างๆ ให้กับประชาชนได้รับทราบ รวมถึงประชาสัมพันธ์แนวทางการหลีกเลี่ยง เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและเป็นการป้องกันการก่อปัญหาอาชญากรรม ให้กับประชาชนต่อไป รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน เลือกรับสื่อต่างๆ ที่มีเนื้อหาเหมาะสม หลีกเลี่ยงการรับสื่อที่ไม่เหมาะสมหรือสุ่มเสี่ยงว่าจะผิดกฎหมาย ไม่สนับสนุนการกระทำที่ไม่เหมาะสม ใช้วิจารณญาณในการรับชมสื่อและแยกแยะว่าสิ่งใดเหมาะสม สิ่งใดไม่เหมาะสม เรื่องใดควรปฏิบัติตาม หรือเรื่องใดสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน ผู้ปกครองต้องคอยควบคุมดูแลการเลือกรับสื่อ รวมถึงดูแลอบรมและสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ อย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้บุตรหลานใช้สื่อหรือรับชมสื่อต่างๆ เพียงลำพัง เพราะอาจทำให้เกิดการรับรู้ที่ไม่ถูกต้องและส่งผลให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง จนอาจเป็นสาเหตุของอาชญากรรมได้ นอกจากนี้หากประชาชนพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ตำรวจเตือน!! โพสต์-แชร์ข่าวปลอม วัน April Fool’s Day อาจผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันนี้ 1 เม.ย.ของทุกปีเป็นวัน April Fool’s Day หรือ “วันโกหก” ที่เป็นธรรมเนียมของต่างประเทศที่จะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกลวงต่อกัน ซึ่งอาจมีประชาชนนึกสนุกโพสต์หรือแชร์ข้อมูลที่เป็นเรื่องหลอกลวง เนื่องจากในช่วงเวลานี้บ้านเมืองอยู่ในช่วงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดไวรัส โควิด-19 ประกอบกับประชาชนเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น จึงขอเตือนว่าอย่าโพสต์หรือแชร์เรื่องราวอะไรที่ไม่เป็นความจริงแล้วมาอ้างว่าเป็นการล้อเล่นในวันโกหกในลักษณะข่าวปลอม (Fake News) ที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ได้รับความอับอาย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดโควิด-19 หรือในประเด็นอื่นที่ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก ซึ่งในเรื่องนี้มีกฎหมายควบคุมอยู่อย่างชัดเจน การโพสต์หรือแชร์ข่าวต่างๆ ในโซเชียลมีเดียที่ไม่เป็นความจริงจะมีโทษจำคุกและเสียค่าปรับตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน มาตรา 14 (2) ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มาตรา 14 (5) ผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวข้างต้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ช่วงนี้มีข่าวปลอมเยอะเพื่อไม่ให้ทุกคนเกิดความสับสนจึงอยากให้เสพข่าวอย่างมีวิจารณญาณ อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ตำรวจเตือน!!! ชุมนุมม็อบไหนก็ผิดกฎหมายทั้งหมด ขณะที่ศาลอาญากางลวดหนามแล้ว อย่าหาทำ! ตำรวจเตือน หลังมีการแชร์ภาพ เอาสร้อยทองมาทำเป็นสายคล้องหน้ากากอนามัย       ขอบคุณภาพและข้อมูล

ดาบตำรวจวัย 52 เตือนกลุ่มวัยรุ่นเสียงดัง สุดท้ายโดนรุมยำ จนเลือดคั่งในสมอง

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ พื้นที่หมู่ 2 ต.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 01.05 น. วันที่ 11 ก.พ. ขณะที่ ด.ต.สมใจ คงมะลายู อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่งานจราจร สภ.นครหลวง แต่งชุดนอกเครื่องแบบ กำลังกลับเข้าที่พัก ได้พบกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 9 คน ส่งเสียงดังหน้าร้านจึงเข้าไปตักเตือน ทำให้กลุ่มวัยรุ่นเกิดความไม่พอใจเข้าทำร้ายด.ต.สมใจ จนหมดสติไม่รู้สึกตัว มีเลือดคั่งในสมอง ถูกส่งตัวรักษาร.พ.ตำรวจ ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นครหลวง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสืบหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 6 มาดำเนินคดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ทั้ง 6 ราย 1.นายกิตติศักดิ์ สุขวิชัย อายุ 22 ปี 2.นายวรุฒน์ ศิลปสุข อายุ 25 ปี 3.นายณัฐวุฒิ กังวลทรัพย์ อายุ 26 ปี 4.นายณัฐวุฒิ เกิดสมบูรณ์ อายุ 24 ปี 5.เยาวชนชาย อายุ 18 ปี และ 6.นายพิชิตชัย เจริญฤทธิ์ อายุ 24 ปี ถูกตั้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 11 ก.พ. ผู้ต้องทั้งหมดถูกนำตัวมาทำแผนยังที่เกิดเหตุหน้าร้านสะดวกซื้อแล้ว ก่อนถูกดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป. โพสต์โดย บิ๊กเกรียน บน 11 กุมภาพันธ์ 2018 ที่มา – ไทยรัฐ