คุณแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย!! “ต่าย สายธาร” เสียใจมากโควิคทำให้ไปดูแลไม่ได้..?

คุณแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย!! “ต่าย สายธาร” เสียใจมากโควิคทำให้ไปดูแลไม่ได้..? รักษาตัวในโรงพยาบาลมาสักพักสำหรับคุณแม่ของนักแสดงสาว ต่าย สายธาร ที่ตอนนี้ป่วยหนัก เป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย  โอกาสที่จะได้กลับบ้านคือศูนย์เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่บีบหัวใจที่สุดในชีวิต #ข่าวที่เกี่ยวข้อง นักร้องคนดัง งานเข้า!! หลังถูกกล่าวหา เป็นต้นเหตุเเพร่เชื้อโควิด-19 คลัสเตอร์ใหม่?! ไม่เครียดนะซิส!! มดดำใจชื้น แม่แบมแบม ฝากมาบอกแบบนี้..?   โดยล่าสุด ต่าย สายธาร ได้เปิดใจว่า “คุณแม่อายุประมาณ 80 ปี  ก่อนหน้านี้ก็แข็งแรงมาตลอด มาระยะหลัง ช่วง 2 ปีที่แล้ว อาการเริ่มทรุดลงมาเรื่อย ต่ายไม่สามารถขึ้นไปดูแลเนื่องจากสถานการณ์โควิด และการทำหน้าที่จิตอาสาที่ช่วยเหลือประชาชน” “จนมาเมื่อประมาณ 5 วันที่แล้ว ได้ทราบข่าวว่าคุณแม่ทรุดหนัก ลูกสาวบุญธรรม น้องน้ำฝน ได้ส่งรพ. สวนปรุง  และแอดมิทเข้าห้องไอซียู  หลังจากการวินิจฉัยโรคแล้ว คุณหมอแจ้งว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ตอนนี้ทำได้แค่ประคองอาการและรักษาตามอาการค่ะ” “ตัวต่ายเองไม่ได้กลับไปหาคุณแม่มา 2 ปีแล้ว เพราะสถานการณ์โควิด ต่ายคุยกับคุณหมอว่าอยากให้รักษาให้เต็มที่ ขอให้แม่เจ็บปวดน้อยที่สุด ค่ารักษาเท่าไหร่ก็ได้ ตอนนี้ที่ทำได้ก็ภาวนาขอให้แม่รอต่าย ให้ต่ายได้ไปเจอแม่ก่อน” ทีมข่าวบันเทิงทีวีพูล ขอส่งกำลังใจให้กับ ต่าย สายธาร และครอบครัวไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

เจ้าของบ้านช็อก ! เจอน้ำหยดลงมาจากเพดาน ที่แท้คือเลือด กลิ่นเน่าเหม็นแรงมาก

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ รายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งในมาเลเซีย ชื่อว่า Berung Marah ได้แชร์ภาพพร้อมเรื่องเล่าประสบการณ์สุดสะพรึง เมื่อเจอกับเหตุการณ์สุดแปลกชวนสยอง อยู่ดี ๆ ก็พบว่ามีซากสัตว์ขนาดใหญ่มาตายอยู่บนเพดานบ้านของตัวเอง ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม พบลูกเลียงผาน้อย…!! ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม คาดพลัดหลงจากแม่ที่ถูกฝูงสุนัขจิ้งจอกไล่ บุกฟาร์มเถื่อนจับหมาถลกหนัง เจ้าของบ้านรายดังกล่าวเล่าว่า ตอนแรกเข้าใจว่ามีน้ำสนิมหยดลงมาจากฝ้าหลังคาบ้าน ก่อนจะตรวจสอบดูก็ต้องช็อกหนัก เมื่อพบความจริงว่ามันคือเลือดจากซากสุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ที่เน่าตายมาแล้วไม่รู้กี่วัน เป็นภาพที่น่าสยดสยองอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังเผยว่า กลิ่นของมันเหม็นคลุ้งรุนแรง แม้ว่าจะนำซากออกไปแล้วก็ยังไม่หายเหม็น แถมซากของสุนัขจิ้งจอกตัวนี้ยังทิ้งร่องรอยคราบความความสยดสยองเอาไว้ที่เพดานและกำแพงฝาบ้าน ชวนให้สะอิดสะเอียนมาก จึงอยากขอคำแนะนำจากโซเชียลว่าจะทำอย่างไรดี หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้เพียง 1 วัน ก็มีผู้เข้าไปกดแสดงความรู้สึกมากเกือบ 7,000 และแชร์ต่อไปอีกกว่า 3,600 ครั้ง พร้อมทั้งคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นสงสัยว่ามันมาจากไหน หลายรายเห็นใจเจ้าของบ้านที่ต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อครั้งใหญ่ ขณะที่บางรายก็แนะนำแบบติดตลกว่า หรือจะต้องย้ายบ้านหนีเพราะอาจมีวิญญาณจิ้งจอกก็เป็นได้   ภาพจาก เฟซบุ๊ก Tukang Apa Hari Ini

เหตุการณ์ถล่มฐานทัพพม่ากลายเป็นไวรัล “เพราะคลิปหนุ่มฝั่งไทยนั่งชิลอาบน้ำสาละวินฝั่งตรงข้าม”

เหตุถล่มฐานทัพพม่ากลายเป็นไวรัล คลิปหนุ่มฝั่งไทยนั่งชิวอาบน้ำสาละวินฝั่งตรงข้าม กรณีช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดการสู้รบกันอย่างหนักตั้งแต่เช้ามืดที่ชายแดนด้านตะวันตกของไทยบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อกองกำลังติดอาวุธในสังกัด สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) เปิดฉากรุกโจมตีที่ตั้งค่ายทหารเมียนมา ในเมืองแม่สามแลบ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน ที่เป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างไทยกับเมียนมา การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด สามารถมองเห็นได้จากฝั่งไทย โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ @Maylyar_S โพสต์คลิปเหตุการณ์โจมตีของกองกำลังทหารกะเหรี่ยงต่อฐานทัพทหารพม่า มีการปาระเบิด ยิงปืนต่อสู้เสียงดังสนั่น แต่ฝั่งตรงข้าม ริมแม่น้ำสาละวินที่เป็นจุดถ่ายคลิป มีชายคนหนึ่งกำลังอาบน้ำโดยใช้ขันตักจากแม่น้ำสาละวิน ใกล้ๆกันมีเรือติดธงชาติไทยจอดอยู่ โดยมีฉากหลังเป็นฐานทัพพม่า ที่ไฟกำลังลุกไหม้ ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนดังกล่าว บรรยาย ระบุว่า ชายคนหนึ่งที่กำลังอาบน้ำ ผู้ไม่ใส่ใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นฝั่งตรงข้าม คลิปดังกล่าวเป็นกระแสทางเฟซบุ๊ก ผู้คนที่พบเห็นคลิปนี้ ตั้งชื่อคลิปว่า การอาบน้ำท่ามกลางชัยชนะ ( victorious shower) ดูคลิปและลิงค์ทวิตเตอร์ คลิ๊ก เคเอ็นยู ซึ่งเป็นกองกำลังกบฏชนกลุ่มน้อยที่เก่าแก่ที่สุดในเมียนมา โดย ปะโด ซอ ตอ นี หัวหน้าสำนักงานกิจการต่างประเทศ ในฐานะโฆษกของเคเอ็นยู อ้างว่าการโจมตีค่ายแม่สามแลบเริ่มต้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. จนเกิดการสู้รบต่อเนื่องมาจนถึงราว 06.00 น. กองกำลังเคเอ็นยูก็สามารถยึดค่ายทหารเมียนมาที่แม่สามแลบไว้ได้ จัดการเผาค่ายดังกล่าวทิ้ง ในระหว่างที่กำลังตรวจสอบประเมินความสูญเสีย การเสียชีวิตและได้บาดเจ็บอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้ ค่ายทหารแห่งนี้ ตกอยู่ภายใต้การปิดล้อมของเคเอ็นยูมานาน จนเป็นเหตุให้เกิดขาดแคลนเสบียงอาหารขึ้นในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา จนกระทั่งถูกยึดได้ในที่สุด นางฮกะรา ราษฎรกะเหรี่ยงแม่สามแลบเปิดเผยว่า เดินทางข้ามมาทางอีกด้านหนึ่งของค่าย แต่ได้ยินเสียงสู้รบชัดเจน ได้เห็นทหารเมียนมา 5-6 นายวิ่งหลบบหนีมายังแม่น้ำ โดยมีกองกำลังกะเหรี่ยงไล่ยิงตามหลังมา แต่เห็นทุกอย่างไม่ชัดเจนเพราะยังมืดอยู่มาก พร้อมทั้งเปิดเผยว่าตอนนี้ที่หมู่บ้านของตนไม่มีใครกล้าอาศัยอยู่แล้วนับตั้งแต่เริ่มมีการสู้รบกันอย่างหนักเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งนี้ค่ายทหารแห่งนี้ถือเป็นค่ายที่สองแล้วที่ถูกกองกำลังเคเอ็นยูบุกโจมตีและยึดหรือทำลายได้ หลังจากที่เคยทำลายค่ายอีกแห่งในรัฐกะเหรี่ยงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้กองทัพเมียนมา ส่งเครื่องบินรบมาทิ้งระเบิดใส่พื้นที่เคเอ็นยูอย่างหนักหลายระลอก โดยเฉพาะในตอนกลางคืน ซึ่งนับเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งแรกในรอบ 20 ปีต่อรัฐกะเหรี่ยง ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การปะทะระหว่างสองฝ่ายยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เป็นเหตุให้มีชาวบ้านกว่า 24,000 คนต้องหลบหนีออกจากที่พักอาศัย บางส่วนราว 2,000 คนหลบหนีมายังฝั่งไทยก่อนถูกผลักดันกลับไปเมื่อเร็วๆ นี้ รัฐกะเหรี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อยในเมียนมาที่รวมกันแล้วมีพื้นที่ราว 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ โดยเคเอ็นยู ทำสัญญาหยุดยิงกับทางการเมียนมามาตั้งแต่ปี 2555 แต่ประกาศยกเลิกสัญญาหยุดยิงหลังกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศตัวสนับสนุนกลุ่มต่อต้านการปกครองระบอบทหาร และกลายเป็นที่พักพิงของกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบปกครองทหาร ที่หลบหนีออกมาจากเมืองใหญ่ต่างๆ อย่างน้อย 2,000 คนโดยมีส่วนหนึ่งเข้าร่วมฝึกอาวุธกับกองทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูอีกด้วย ข่าวที่เกี่ยวข้อง สุดเหี้ยม! กองทัพพม่าทิ้งระเบิดใส่เหมืองทองของเคเอ็นยู เสียชีวิตมากกว่า 30ราย เริ่มแล้ว! รัฐบาลทหาร ‘พม่า’ ออกหมายจับคนดังหนุนม็อบ ต้านรัฐประหาร สั่งแบน! “เฮียน เฮต ออง” นักเตะพม่า เพราะชู 3 นิ้ว พม่าประท้วง! ต้านรัฐประหาร ตายพุ่ง 250 ศพ

สุดเจ็บปวดใจ หลวงตาวัย 84 ปี เสียสละชีวิตเอาตัวบังรถกระบะ เพื่อให้หมาแสนรัก “เจ้าจ๊อด” รอด

หลวงตาวัย 84 ปี ตามหาไอ้จ๊อด หมาแสนรัก ไปเจอกลางถนนเห็นรถวิ่งมาใช้ตัวบัง กระบะชนทั้งพระทั้งหมา ไอ้จ๊อดขาหักเจ็บหลายจุด ส่วนหลวงตาร่างเละมรณะภาพกลางถนน คนขับยอมรับไม่เห็นพระนั่งกลางถนน ขณะเจ้าอาวาสระบุ หลวงตาเลี้ยงไอ้จ๊อดมาตั้งแต่เล็กจึงรักมาก เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 20 เมษายน ร.ต.อ.เดชา ทองประภา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองหงส์ อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุรถยนต์กระบะชนพระมรณภาพในที่เกิดเหตุ จึงประสานหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ ร่วมตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน สายหนองหงส์-หนองกี่ ระหว่างบ้านโนนสำราญ ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ พบศพพระคำตัน (หลวงพ่อน้อย) อัครธรรมโม อายุ 84 ปี พระลูกวัดโนนสำราญ ต.ห้วยหิน มรณภาพอยู่กลางถนนในสภาพร่างกายแหลกเหลว แขนขาหักหลายท่อน กลางทุ่งนาห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 20 เมตร พบสุนัขเพศผู้สีดำ ทราบชื่อต่อมาชื่อ “เจ้าจ๊อด” อายุ 3 ปี นอนอยู่กับพื้น หน่วยกู้ภัยตรวจสอบพบว่าขาหัก มีบาดแผลทั่วลำตัว ห่างจากศพประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอน บต-9186 บุรีรัมย์ จอดอยู่สภาพด้านหน้าได้รับความเสียหาย สอบถามนายสมบัติ พลสงคราม อานยุ 50 ปี คนขับรถกระบะ ชาวบ้านตะกุมทอง ต.โคกสว่าง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า ตนกับภรรยาซึ่งมีอาชีพขายของตามตลาดนัด ได้ขับรถมาตามปกติ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุในระยะกระชั้นชิด เห็นผ้าสีเหลือนั่งลง จึงเบรกไม่ทัน พุ่งชนดังกล่าว ด้านพระครูปลัดวรเมธาวัฒน์ อายุ 66 ปี เจ้าอาวาสวัดโนนสำราญ เล่าว่า หลวงตาจะรักสุนัขตัวนี้มาก เลี้ยงมาตั้งแต่มันยังเล็ก จึงตั้งชื่อว่า “ไอ้จ๊อด” สาเหตุคาดว่า หลวงตาน่าจะออกไปตามหาเจ้าจ๊อด เมื่อไปเห็นอยู่กลางถนนและรถจะเข้ามาวิ่งชน หลวงตาอาจจะเป็นห่วง จึงวิ่งไปหาเจ้าจ๊อด จนลืมคิดไปว่ารถเข้าประชิดแล้ว จึงทำให้รถชนดังกล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง หนุ่มส่งอาหารโวย ถูกหมากัดเจ้าของบอกมีให้ร้อยเดียว เเล้วยังหาย ไม่รับผิดชอบ ชาวเน็ตชื่นชม! เจ้าของไม่อยู่บ้าน สั่งอาหารให้หมา ไลน์แมนใจดีเป่าข้าวให้น้องด้วย (มีคลิป) อุ้มวันนั้น อุ้มวันนี้ “ความรู้สึกมันต่างกัน” บทเรียนราคาแพงของเหล่า ทาส หมา ดังชั่วข้ามคืน คลิปน้องหมาจ้องมองบางอย่างตาเขม็ง

แบบนี้ก็ได้หรอ ??? ทหารพม่า เรียกเก็บค่าทำศพกับญาติพี่น้องผู้ชุมนุม

ร้องเรียนทหารเมียนมาเรียกค่าไถ่ศพ จากญาติผู้ชุมนุม ศพละ 120,000 จ๊าต ปฏิบัติการปราบปรามสลายผู้ชุมนุมที่เมืองพะโค ช่วงเช้ามืดวันศุกร์ (9 เม.ย. 64) นับว่าเป็นการใช้กำลังทหารปราบปรามประชาชนเมียนมา ที่มีความรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทหารเมียนมาล้อมพื้นที่โดยรอบของแนวบังเกอร์ป้องกันตนเองที่ถนนมะ กะ ดิท (Ma Ga Dit) และเริ่มใช้อาวุธปราบปรามผู้ชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. เช้าวันศุกร์ สำนักข่าวหลายแห่งรายงานพร้อมภาพถ่ายปลอกระเบิดที่ยิงจากเครื่องระเบิดตกอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการสลายผู้ชุมนุมในเมืองพะโค ห่างจากนครย่างกุ้ง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 90 กิโลเมตร การใช้อาวุธสงครามปราบปรามประชาชนเกิดขึ้นหลายครั้งตั้งแต่เช้าวันศุกร์ จนกระทั่งค่ำวันเสาร์ ก็ยังมีเสียงปืนดังในเมืองพะโค สำนักข่าวเอพีอ้างข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองในเมียนมา ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 82 คน มีรายงานว่า ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนใกล้กับพื้นที่ปราบปรามนับพันคน พากันอพยพหนีไปหาที่หลบภัยชั่วคราว ด้วยความกลัวการปราบปรามของทหาร อย่างไรก็ตามก็ยังมีประชาชนพะโคจำนวนหนึ่ง ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการทหารเมื่อวันเสาร์ ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ทวิตเตอร์ Civil Disorbidience Movement หนึ่งในองค์กรนำเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการทหารเมียนมา โพสต์ข้อความเรียกร้องให้สื่อมวลชนให้ความสนใจสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเหตุการณ์ปราบปรามนองเลือดที่เมืองพะโค CDM ระบุว่า ได้รับรายงานข้อมูลจากหลายแหล่งแจ้งว่า ตำรวจ ทหาร มีการเรียกค่าไถ่ศพผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตที่เมืองพะโค ทั้งนี้มีข้อความบนทวิตเตอร์ที่อ้างว่าเป็นญาติของผู้เสียชีวิต ถูกเรียกเงินค่าไถ่ศพ เป็นเงิน 120,000 จ๊าต หรือประมาณ 2,645 บาท สื่อออนไลน์เมียนมา รายงานว่า ทหารได้นำศพและผู้บาดเจ็บเข้าไปไว้ที่วัด Zeyar Muni ซึ่งเป็นค่ายพักทหารในเมืองพะโค ทางด้านสำนักงานองค์การสหประชาชาติในเมียนมา ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์เรียกร้องกองทัพเมียนมาให้ยุติการใช้ความรุนแรง และอนุญาตให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าไปช่วยเหลือผู้เจ็บในเมืองพะโค ข่าวที่เกี่ยวข้อง เริ่มแล้ว! รัฐบาลทหาร ‘พม่า’ ออกหมายจับคนดังหนุนม็อบ ต้านรัฐประหาร สุดเหี้ยม! กองทัพพม่าทิ้งระเบิดใส่เหมืองทองของเคเอ็นยู เสียชีวิตมากกว่า 30ราย สั่งแบน! “เฮียน เฮต ออง” นักเตะพม่า เพราะชู 3 นิ้ว พม่าประท้วง! ต้านรัฐประหาร ตายพุ่ง 250 ศพ

1 2 3