“ไฮโซลูกนัท” โพสต์ถึงดวงตาที่เสียไปว่า ดวงตาหนึ่งข้างที่ดับไปตลอดกาล แต่ผมไม่เคยมองเห็นชัดเจนขนาดนี้มาตลอดชีวิต

จากกรณี “ไฮโซลูกนัท-ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย”เข้าร่วมการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม  2564 และได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาด้านขวา ทางด้านครอบครัวได้ออกมาแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 ว่า แพทย์ลงความเห็นว่าตาขวาของ “ไฮโซลูกนัท” ไม่สามารถมองเห็นได้ ถึงแม้ขณะนี้อาการจะปลอดภัยแล้ว ยังต้องเข้าการรักษาต่อไปอีก 6 เดือน ข่าวที่เกี่ยวข้อง ด่วน ! แถลงการณ์ ไฮโซลูกนัท กรณีบาดเจ็บบริเวณดวงตา ‘อั๋น ภูวนาท’ ฟาดกลับคนว่า ‘ไฮโซลูกนัท’ ปมตาขวาบอด     ล่าสุด เฟซบุ๊ก Nat Thanakitamnuay ได้โพสต์ครั้งแรกหลังเข้ารับการรักษา เป็นภาพวาด “ไฮโซลูกนัท” ชูสามนิ้วทั้งที่มีเลือดไหลออกจากดวงตาขวา พร้อมระบุข้อความไว้ว่า “I’m back   ดวงตาหนึ่งข้างที่ดับไปตลอดการ แต่ผมไม่เคยมองเห็นชัดเจนขนาดนี้มาตลอดชีวิต #เผด็จการจงพินาศประชาราษฎร์จงเจริญ แต่ยังมีอีก 2 โพสต์ ที่ “ไฮโซลูกนัท” ยังโพสต์อีกด้วย ยังมีอีกมากมายหลายชีวิตที่กำลังต้องทุกข์ทรมาน ยังมีอีกมากมายหลายชีวิตที่ต้องสูญ เสีย ยิ่งกว่าที่ผมสูญเสีย ชีวิตเขาเหล่านั้นจะไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมได้อีก ไม่ว่าจะเพราะด้วยความสูญเสียจากการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงของรัฐ หรือแม้แต่เพราะแค่ ”การเมืองที่แย่” ผมอยากให้กำลังใจทั้งหมดที่ส่งมาให้ผม มุ่งไปที่คนเหล่านั้น เพื่อที่เค้าจะได้มีโอกาส ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง คนที่กำลังกรีดร้อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คนที่กำลังต่อสู้ เรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนตัวผมแล้ว ผมแค่ตาบอดข้างเดียว ชีวิตผม จะกลับไปเป็น สุข สงบ สบาย เมื่อใหร่ก็ได้ แต่ ผมจะขอสู้เคียงข้างทุกคนเพื่อเรียกร้องความถูกต้องนี้ต่อไป ขอให้ทุกคนสู้ด้วยความเข้มแข็ง สันติวิธี เพื่อ ชัยชนะของประชาชน เราจะแพ้ไม่ได้ครับ III #เราคือเพื่อนกัน แปบนึงนะ ก่อนที่สื่อมวลชนจะต่อคิวมาสัมภาษณ์ผม ผมขอให้สนใจ เรื่อง เพนกวิน ติดโควิด ในเรือนจำ แล้วไม่ได้รับการรักษาให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อนเนีย ว่าไง? ทำข่าว กดดันกันหน่อยนะครับ โมโหนะ เรื่องนี้สำคัญกว่า #มึงทำเพื่อนกู #แชร์กันด้วยรอไร #ปล่อยเพื่อนเรา

สาวสหรัฐฯ หวิดตาบอดเพราะเอา “กาวติดเล็บ” หยดใส่ตา !!

นับว่านี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งข่าวที่ทำให้สาวๆ หลายคนฟังแล้วขนลุกไปตามๆ กันเลยก็เป็นได้ เมื่อในช่วงวันที่ 20 เมษายน 2021 ที่ผ่านมาภายในรัฐมิชิแกนของ สหรัฐอเมริกา ได้เกิดเหตุผู้หญิงคนหนึ่งเข้าใจผิดคิดว่ากาวติดเล็บปลอมเป็นยาหยอดตา เลยเอามันมาหยดใส่ดวงตาเสียอย่างนั้น   เรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาราวๆ ตี 1 ตามเวลาในท้องถิ่น เมื่อคุณ Yacedrah Williams ซึ่งนอนหลับไปโดยใส่คอนแทคเลนส์ตื่นขึ้นและอยากเอาคอนแทคเลนส์ออก ปัญหาคือในเวลานั้นเธอรู้สึกตาแห้งมากจนจำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาช่วยในการถอดคอนแทคเลนส์ ดังนั้นเธอจึงลวงไปในกระเป๋าด้วยความงัวเงียและหยิบขวดกาวติดเล็บปลอมออกมาโดยคิดว่ามันเป็นยาหยอดตา ก่อนที่จะหยดมันลงที่ตา และรับรู้ได้แทบจะในทันทีถึงความผิดพลาดใหญ่หลวงของตัวเอง ความหวังใหม่! Pfizer อาจผลิตยารักษา COVID-19 แบบ “เม็ด” สำเร็จภายในปีนี้ ตำรวจรวบตัว หมอดั้ม ฉีดโบท๊อกซ์​ ฉีดฟิลเลอร์​ ให้ลูกค้าจนตาบอด   นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายของคุณ Yacedrah ที่กาวส่วนใหญ่นั้นหยดลงไปบนคอนแทคเลนส์ ดวงตาจริงๆ ของเธอจึงถูกปกป้องไว้ และเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาลทีมแพทย์ก็สามารถนำคอนแทคเลนส์ ดังกล่าวออกจากตาเธอได้โดยที่เธอเสียแค่ขนตาไปเท่านั้น ซึ่งถือว่าเล็กน้อยมากหากมองถึงความเป็นไปได้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ถึงอย่างนั้นก็ตามคุณ Yacedrah ก็บอกว่าเธอนั้นคงเข็ดไปอีกนาน จนเจ้าตัวบอกว่า ต่อไปนี้เธอคงไม่เก็บกาวติดเล็บปลอมไว้กับยาหยอดตาอีกต่อไปแล้ว… และว่ากันตามตรงเธอคงไม่ใช่กาวติดเล็บปลอมอีกเลยด้วยซ้ำ

ตำรวจรวบตัว หมอดั้ม ฉีดโบท๊อกซ์​ ฉีดฟิลเลอร์​ ให้ลูกค้าจนตาบอด

วันที่​ 28 กุมภาพันธ์​ 2564 ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.)​ จับกุม​ ​นายธนพิพัฒน์ หรือ หมอดั้ม (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี​ ผู้ต้องหา​ผิดฐาน 1.กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส 2.ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา 4.ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2530/2558 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558 ​นายธนพิพัฒน์ฯ ผู้ต้องหา ทำงานอยู่ในคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านดินแดง กทม. เป็นแพทย์​ ใช้ชื่อ หมอดั้ม ทำหน้าที่รักษาและฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ให้กับลูกค้าทั่วไป มีผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย ไปรักษาที่คลินิก ผู้เสียหาย​รายแรก​ ฉีดฟิลเลอร์​ ร่องแก้ม ฉีดโบท๊อกซ์​ หน้าผากและบริเวณกราม ฉีดเสร็จ​ ผู้เสียหาย​ ปวดแสบปวดร้อน​ ใบหน้า จมูกมีอาการอักเสบ​ มีหนองไหลออกมา ผู้เสียหายรายที่ 2 นายธนพิพัฒน์ หรือ หมอดั้มฯ ฉีดโบท๊อกซ์​ ที่แก้ม ฉีดฟิลเลอร์ที่จมูก ผู้เสียหาย​ ปวดสันจมูกระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง มีน้ำตาไหลออกมา จนดวงตาข้างขวาบอดสนิท ต่อมา​ พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. กับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)​ ร่วมกันนำหมายศาล​ เข้าตรวจค้นคลินิกดังกล่าว เมื่อไปถึง​ คลินิกปิด ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ปรากฏว่าไม่พบการอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล และตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไม่ปรากฏชื่อของ นายธนพิพัฒน์ หรือ หมอดั้มฯ (ผู้ต้องหา) ในทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา แต่อย่างใด จนทราบว่า​ นายธนพิพัฒน์ฯ ผู้ต้องหา​ หลบหนีมาทำงานและพักอาศัยอยู่ที่บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ ซอยหนองใหญ่ 14 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สุดเจ็บปวด แฟนที่คบมา 7 ปี บอกเลิก หลังสาวผ่าตัดสมองแล้วตาบอด ร่วมให้กำลังใจ

เรื่องราวของหญิงสาววัย 23 ปี หรือ หนู ที่โทรเข้ารายการพุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา เผยทั้งน้ำตาขอคำปรึกษากับ ดีเจต้นหอม , ดีเจเผือก และ ก๊อตจิ ว่า ประมาณปีที่แล้วตัวเองตรวจพบเนื้องอกในสมอง หลังผ่าตัด ส่งผลกระทบเส้นประสาทตา ทำให้ตาบอดไป 1 ข้าง ส่วนอีกข้างมองเห็นแค่ลางๆ พอผ่าเสร็จแฟนที่คบมา 7 ปี ก็เลิกไป ไม่ได้ให้เหตุผล แต่บอกว่าอยากเลิกมานานแล้ว รอให้เราฟื้นตัวก่อน ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าเป็นเพราะเราเป็นแบบนี้ ทำให้จิตตกไปเลย เลิกกันปีนิดๆ เขาอายุเท่ากันกับเรา เราคบกันมาตั้งแต่ม.ปลาย ตอนนี้ยอมรับยังเศร้าเวลาคิดขึ้นมาก็ร้องไห้ อยากได้กำลังใจให้ใช้ชีวิตต่อไปให้ได้ ทุกวันนี้ก็ไปไหนไม่ได้อยู่แต่บ้านหมอวินิจฉัยว่าเป็นผู้พิการสายตาเลือนลาง ตาซ้ายเห็นแค่10% อีกข้างมืดไปแล้ว โดย ก๊อตจิ ดีเจเผือก ร่วมให้กำลัง พร้อมบอกว่า กำลังใจที่สำคัญสุดที่อยู่เคียงข้างมาตลอดคือพ่อแม่ การที่คู่ชีวิตจะอยู่ร่วมกันต้องร่วมทั้งทุกข์และสุข ให้มองชีวิตตัวเองในแง่ที่ดี ให้กำลังใจตัวเองด้วย มองชีวิตคนอื่นที่เขาลำบากกว่าเรา แม้แต่บ้านก็อยู่ไม่ได้ ตัดผู้ชายคนนั้นออกไปเลย เพราะไม่มีใจให้เราแล้ว ก็ปล่อยเขาไป ด้านดีเจต้นหอม เผยว่า ใครที่อยู่กับเราตอนนี้ถือว่าเป็นกัลยาณมิตร เก็บเขาไว้ให้หมดใครที่ไม่ทอดทิ้งเรา ผู้ชายถ้าเลิกกันในวันที่เราล้ม เขาไม่มีค่าอะไรเลย ยินดีด้วยที่เราไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้ พร้อมเผยว่า เพิ่งไปเจอคนหนึ่งมา ตอนอายุ 13 มีคนเล่นประทัดแล้วกระเด็นใส่ตาเขาบอดทั้งสองข้าง เขามาประกวดร้องเพลง ด้วยการคิดบวก อยากให้ หนู เป็นแบบนั้น มอบกำลังใจให้คนอื่นได้ด้วย เป็นแบบฉัน ฉันยังอยู่ได้อย่างมีความสุข วันนี้เราเจ็บปวด ให้เวลากับมัน ไม่ได้หายใน 1-2 วัน ต้นหอมยังได้อ่านคอมเมนต์และข้อความที่คนส่งเข้ามาให้กำลังใจและแนะนำในการสร้างกำลังใจ พร้อมบอกว่า พ่อแม่สิ่งที่กลัวสุดคือลูกไม่มีลมหายใจ วันนี้อยากให้ต่างให้กำลังใจกันและกัน วันที่พ่อแม่เห็นหนูทุกข์เขาก็ทุกข์ คนอื่นผ่านได้เราก็ต้องผ่านได้ ขอให้กำลังใจ โดยสาวคนดังกล่าวยังได้ขอบคุณทุกกำลังใจด้วยว่า “จริงๆหนูเข้าใจเขานะคะ คิดตั้งแต่วันแรกที่ตรวจเจอว่าควรปล่อยเขาไป แต่เอาเข้าจริงก็ทำใจไม่ได้ เพราะรักมาก แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกรักแล้วค่ะ แค่คิดถึงวันเก่าๆบ้าง ขอบคุณทุกๆกำลังใจมากๆ เลยนะคะ กำลังใจจากครอบครัวกับคนรอบตัวดีมากๆอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันดีขึ้นไปอีกค่ะ ขอบคุณกอเดที่อุ่นใจนะคะ ขอบคุณจากหัวใจ จริงๆหูหนูก็ได่ยินข้างเดียว ส่วนเม้นหนูอ่านเองทุกเม้นเลยนะคะ ด้วยวิธีแคปแล้วขยายทีละเม้น ได้รับกำลังใจแล้วนะคะ รักกก หนูจะเข้มแข็งกว่านี้นะคะ ขอบคุณที่รับฟังค่ะ”                                 ที่มา พุธทอล์คพุธโทร

เตือนคนใส่คอนแทคเลนส์ ไม่รักษาความสะอาด ตื่นเช้ามาตาเป็นหนอง เสี่ยงตาบอด!!

ล่าสุดทางด้านสาวโพสต์เตือนอุทาหรณ์ใส่คอนแทคเลนส์ไม่รักษาความสะอาดสุดท้ายตาติดเชื้อ ทนทรมานอยู่ในโรงพยาบาลเป็นสัปดาห์ แถมออกมาต้องคอยหยอดตาทุกๆชั่วโมง ระบุ เก็บไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ชอบใส่คอนแทคเลนส์ เคยเห็นคนอื่นมาเตือนไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเองจริงๆ ปกติเป็นคนที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่เป็นประจำเพราะสายตาสั้น 400+ ไม่ค่อยถนัดกับการใส่แว่นเพราะเวลาใช้ชีวิตประจำวันลำบากเพราะต้องขับรถ เวลาใส่แว่นแล้วไม่ถนัดจึงเลือกใส่คอนแทคเลนส์ ก็ปกติอย่างทุกวัน ใส่ไปทำงานกลับบ้านมาถอด ซึ่งใส่อยู่ประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวันไม่ได้ถอดเลย หลังจากถอดก็ปกติไม่มีอาการอะไร ตื่นเช้ามามีอาการตาแดง เคืองตาเล็กน้อย ตาสู้แสงไม่ได้ก็เลยเลือกที่จะไม่ใส่ไปวันนั้น ไปร้านขายยาซื้อยามาหยอดตาก็ไม่หาย เริ่มปวกมากเวลาโดนแสง ตาเริ่มแดงขึ้น น้ำตาไหลตลอดเวลา มาอีกวันเริ่มมีอาการบวมขึ้น ปวดหนักขึ้น เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าตาติดเชื้อมีหนองไหลออกจากตา จากนั้นนำเชื้อไปตรวจแล้วก็ให้แอดมิดโรงพยาบาลตอนนั้นเลย ต้องหยอดตาทุกๆชั่วโมงทั้งวันทั้งคืน ตอนเช้าหมอเข้ามาส่องกล้องที่ตาบอกว่ากระจกตาอักเสบมีเชื้อแบคทีเรียในตา(เชื้อที่นำไปตรวจตอนแรก) มันเกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์แล้วล้างมือไม่สะอาดบวกกับไว้เล็บยาวทำให้แบคทีเรียเข้าไปอยู่ในเล็บแล้วเข้าสู่ตา มันเป็นไวมากจริงๆ แค่ 2 วันทำให้มองไม่เห็นเลยเหมือนคนตาบอดเพราะเชื้อแบคทีเรียมันกินตาทำให้เป็นแผลขาวๆในตา ทรมานมาก ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อเข้าเส้นเลือด นอนอยู่โรงพยาบาล 1 อาทิตย์เต็มๆ กลับบ้านมาต้องหยอดตาทุกชั่วโมง ตอนนี้เริ่มมองเห็นแต่ยังไม่ชัดยังเบลอๆเพราะมันเป็นแผลในกระจกตา ต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาใหม่ ใครที่คิดหาใส่ให้รักษาความสะอาดด้วย ล้างมือให้สะอาด รักษาให้ดีๆเพราะตาสำคัญมาก

1 2 3