บุกจับนักท่องเที่ยวชาวไทยเเละต่างชาต ลักลอบมั่วสุมดื่มสุรา สูบบารากู่ 

วันที่ 28 พฤษภาคม 2564  ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเข้าจับกุมร้าน “สกาย เมาท์เท้น แหลมบาลีฮาย” ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จับได้ผู้กระทำผิดทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ รวม 32 ราย ของกลางเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บิลคิดเงินค่าเครื่องดื่ม และเตาบารากู่ 8 เตา  สืบเนื่องจากได้รับแจ้งเหตุว่าร้านดังกล่าว  ลักลอบให้ลูกค้านั่งมั่วสุมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบารากู่  ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ฝ่าฝืนคำสั่งประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี และไม่กลัวการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบกลุ่มลูกค้ากำลังนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบารากู่ควันโขมงคลุ้งทั่วร้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมชี้แจ้งการกระทำผิด ก่อนเชิญตัวทั้ง 32 ราย ลูกค้าไทย 24 ราย ผู้ดูแลร้าน 1 ราย ต่างชาติ 7 ราย มายัง สภ.เมืองพัทยา เบื้องต้นลูกค้าทั้งหมดแจ้งข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการควบคุมโรคระบาด มั่วสุมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนผู้ดูแลร้านถูกแจ้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนคำสั่งของ ศบค.ให้มีการนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต จำหน่ายบารากู่โดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายแอลกอฮอล์โดยไม่รับอนุญาต พร้อมส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนจะเสนอให้ปิดสถานบริการหรือไม่ จะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาต่อไป ตร.วังทองหลางบุกทลาย “ปาร์ตี้เกย์” สปาย่านรามคำเเหง ผู้ใช้บริการกว่า 40 คน บุกทลาย บ่อนไก่ชน ลำพูน เปิดเย้ยโควิด จับนักพนันเพียบ

หนุ่มเมาหนักขับรถฟาดเสาไฟ ลูก 1 ขวบกระเด็นดับ เมียไม่รอด

วันที่ 20 ก.ย. 63 เวลา 01.00 น. ร.ต.อ.อนุชา เปลี่ยนสมัย รองสว.(สอบสวน)สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณหน้ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่ช่วงเลยโค้งศาลอาญารัชดามาประมาณ 200 เมตร บริเวณกลางถนนพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นแร็พเตอร์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 8กช1813 กรุงเทพมหานคร สภาพตัวรถด้านซ้ายพังยับเยิน ประตูหลังด้านซ้ายหลุดออก ใกล้กันริมถนนเลนซ้ายสุดพบศพเด็กชายอายุประมาณ 1 ขวบ เสียหายอย่างหนักที่สมอง ใกล้กันมีคาร์ซีทจักรยานเด็ก ของเล่นเด็กกระจัดกระจายเกลื่อนถนน ใกล้กันพบ น.ส.ดารัน เจริญศรี อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสเจ้าหน้าที่ส่งตัวไปรพ.เปาโล โชคชัย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับคือนายเชน พรหมจักร อายุ 30 ปี อยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักและมีอาการขาดสติจากความเสียใจ เนื่องจากเด็กเสียชีวิต ยังให้การไม่รู้เรื่อง จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายเชน ได้ขับรถเฉี่ยวชนภายในซอยเสือใหญ่ และได้แจ้งไปที่บริษัทประกัน แต่ประกันเห็นว่านายเชน เมาหนักจึงไม่สามารถเคลมประกันได้จึงแนะนำให้นายเชน ขับรถด้วยความระมัดระวัง จากนั้นจึงนายเชน จึงขับรถออกไปโดยที่ประกันภัยขับรถตามออกมาโดยใช้เส้นทางเดียวกัน ซึ่งนายเชนขับรถสะบัดไปมาคล้ายกับมีปากเสียงกับแฟนในรถจนกระทั่งเสียหลักชนต้นไม้และเสาไฟฟ้าชนเสาขาดดังกล่าว เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่สามารถสอบสวนนายเชน ได้เนื่องจากยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงให้พักผ่อนดูอาการอยู่ที่รพ.เปาโล โชคชัยสี่ ก่อนจะทำการสอบสวนอีกครั้ง  

คลิปพระหมดสภาพ อกหักไปดื่มเหล้าจนเมา แล้วขับรถไปชนรั้วบ้านของชาวบ้าน

กรณีเพจ”อีซ้อ ขยี้ข่าว-ทัวร์ลง”นำคลิปภาพชาวบ้านกำลังช่วยอุ้มพระรูปหนึ่งลงจากรถกระบะ ที่พระเป็นคนขับมา หลังไปชนรั้วบ้านของชาวบ้าน ในสภาพเมาปลิ้นเกือบไม่ได้สติ พร้อมคำบรรยายของคนถ่ายคลิปว่า”อกหัก”จนโลกออนไลน์ต่างวิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความเหมาะสม โดยโลกออนไลน์ในจังหวัดบุรีรัมย์ จี้ให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ตามหาตัวพระว่าอยู่วัดไหน และให้ทำการสึกโดยด่วน เพราะกระทบต่อความรู้สึกของชาวพุทธเป็นอย่างมาก จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าพระรูปดังกล่าว เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในตัวอำเภอเมือง บุรีรัมย์ และชาวบ้านได้นิมนต์ออกไปจากวัดไปเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา เพราะดื่มสุรา ส่วนรถที่พระรูปนี้ขับไปชนรั้ว เป็นรถของผู้ใหญ่ในเขต อ.เมือง บุรีรัมย์ เป็นรถของผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ในเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเอาเงินบริจาคของชาวบ้านซื้อบริจาคให้วัด

คอมมานโด ตามมารวบถึงวัด หนีคดีข่มขืนมาบวชเป็นพระ

ทำเอาวงการผ้าเหลืองเสื่อมอีกแล้ว วันที่ 10 มิ.ย.61 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.ปพ.บก.ป สั่งการให้ พ.ต.ต.ขวัญพล เพ็งเดือน สว.กก.ปพ.บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.ปพ.บก.ป. จับกุมตัวนายศตวรรษ หรือ อาตี้ จันทะวงษ อายุ 27 ปี ชาว จ.สกลนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 37/2555 ลงวันที่ 16 ก.พ.2555 กระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่ขัดขืนได้” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ภายในวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณปี 2554 ขณะที่ผู้ต้องหารายนี้ และพวก กำลังนั่งดื่มสุราบริเวณหน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งเดินผ่านมาบริเวณดังกล่าวเพื่อที่จะเข้าห้องพักซึ่งอยู่ติดกัน ระหว่างนั้นผู้ต้องหาที่อยู่ในอาการมึนเมาได้พบเห็นเข้าพอดี จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ เดินตามผู้เสียหายเข้าไปในห้อง ก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ และรีบหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่า ภายหลังจากก่อเหตุนั้นได้หนีมาบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตุการณ์ กระทั่งพบนายศตวรรษ ได้บวชเป็นพระอยู่ที่วัดดังกล่าวจริง จึงเข้าแสดงตัวพร้อมกับแสดงหมายจับให้รับทราบ จากนั้นจึงประสานให้ทางเจ้าอาวาสวัดทำการสึกจากความเป็นพระให้ ก่อนจะควบคุมตัวมาทำการสอบสวน จากการสอบสวน นายศตวรรษ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ที่ทำลงไปนั้นเพราะมึนเมาจนขาดสติ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พังโคน จ.สกลนคร รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป