เปิดใจคุณตาใจบุญ หอบเงินเหรียญบาทเทกอง บริจาครพ.ซื้อเตียงคนไข้

จากกรณีเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ โฟสต์คลิปภาพ คุณตาอุ้มกระเป๋าเข้ามาในรพ.แล้วนั่งลงกำลังพื้นเปิดกระเป๋าที่อุ้มมายกคว่ำลงเทเหรียญกองลงกับพื้นแล้วหยอดใส่ตู้บริจาคของที่นำไปซื้อเตียงให้กับคนไข้ สร้างความประทับใจให้ประชาชนที่มาใช้บริการที่รพ.อย่างมาก ล่าสุด วันที่ 9 มี.ค. 64 นางณัชชา สุขพล เจ้าพนักงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เปิดเผยว่า ช่วงสายวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะกำลังทำงานก็ได้พบคุณตาเปิดประตูเข้ามา สังเกตในมือของท่านกำลังเหมือนอุ้มอะไรสักอย่างที่มีน้ำหนักไม่น้อย จึงเดินเข้าไปถามว่ามาหาหมอหรือไม่ อย่างไร แต่คุณตาปฏิเสธว่าไม่ได้มาหาหมอแต่จะมาบริจาคเงิน หลังจากที่ตอบแล้วคุณตาก็นั่งลงกำลังพื้นแล้วเปิดกระเป๋าที่อุ้มมายกคว่ำลงเทเหรียญซึ่งเป็นเหรียญ 1 บาทกองลงกับพื้นหน้าตู้บริจาค “เมื่อเห็นภาพอย่างนี้จึงได้ขออนุญาตคุณตาถ่ายภาพ ซึ่งคุณตาก็ลุกขึ้นมาพร้อมทั้งควักเงินจากกระเป๋ากางเกงอีก 100 บาท มาโชว์แล้วหย่อนใส่ลงไปในตู้บริจาค ส่วนเหรียญที่กองอยู่กับพื้นที่ ตนกับคุณตาและเจ้าหน้าที่รพ.ช่วยกันหยิบหยอดใส่ในตู้บริจาคด้วยความอิ่มเอมใจไปด้วยกันทุกคน เพราะไม่คิดว่าคุณตาวัยขนาดนี้ยังมีน้ำใจเก็บออมวันละ 1-2 บาท เพื่อนำมาบริจาคให้กับรพ.ชุมพร เพื่อนำไปซื้อเตียงให้กับคนไข้ หลังจากที่หยิบเงินใส่ตู้บริจาคจนหมดและได้พูดคุยกับคุณตาสักพัก คุณตาได้ขอตัวกลับ ส่วนตนก็นำภาพประทับใจโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวและเพจของรพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ แทบไม่น่าเชื่อมีคนเข้ามาแชร์และคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก จากนั้น ได้ทราบชื่อคือ นายบุญลาภ เกตุวารี อายุ 81 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/1 หมู่ 12 ต.บ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมนายสุรินทร์ ทวยนาค กำนันตำบลบ้านนา นายภานุวัฒน์ สวัสดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.บ้านนาและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พบบ้านคุณตา เป็นบ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน ปลูกอยู่ในถนนซอยห่างจากถนนสายท่ามะปริง–วิสัยเหนือ 100 เมตร อาศัยอยู่กับภรรยาคือ นางวรรณี เกตุวารี วัย 76 ปี และลูกชาย 2 คน คือนายกุลมาตย์ อายุ 45 ปีมีอาการพิการทางสมอง และ นายจีรศักดิ์ อายุ 43 ปี คุณตาบุญลาภ เปิดเผยว่า ตนมีความมุ่งมั่นที่จะทำบุญให้มากและจะทำไปเรื่อยจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ เพราะการทำบุญนั้นเป็นการเสริมบารมีเพิ่มความสุขให้ตัวเอง ที่ผ่านมานั้นก็ทำบุญให้กับวัดมาแล้วหลายปี แต่ก็ต้องเปลี่ยนช่องทางการทำบุญบ้าง เพราะไปทำบุญให้กับวัดก็มักจะนำไปสร้างโน้นสร้างนี้ ไปไม่รู้จักจบจักสิ้น เลยตัดสินใจนำเงินที่เก็บออมทุกวันๆละบาทสองบาทเก็บมาตลอดทั้งปีประมาณ 500 กว่าบาท มาบริจาคให้รพ.ดีกว่า เพราะต้องการให้นำเงินไปซื้อเตียงให้คนไข้ได้นอนพักรักษาตัว และตนตั้งใจแล้วจะเก็บเงินที่ได้ตลอดทั้งปีมาบริจาคให้รพ.ทุกปี เพราะทำได้เท่านั้นส่วนคนอื่นที่เห็นจะมีบริจาคเลือด บริจาคอวัยวะ แม้ไม่มากแต่ก็ถือว่าได้ช่วย ได้ทำบุญ ด้านนายทวีเกียรติ ลูกชาย บอกว่า พ่อเป็นคนใจดี ร่าเริง ทุกวันพ่อจะใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบมาก ไม่ว่าช่วงเช้าจะพาน้องชายที่พิการเดินออกกำลังกาย เป็นระยะทางกว่า 3 ก.ม.ไปกลับ ตลอดเส้นทางพ่อก็ยังเก็บขยะกลับมาคัดแยกเพื่อขายสะสมเงินไว้จนครบปีก็จะนำไปทำบุญ ที่ผ่านมาจะรู้เพียงว่าพ่อมักเอาเงินที่เก็บทั้งปีไปถวายวัด ไม่คิดว่าครั้งนี้มาบริจาคให้รพ. ครอบครัวซาบซึ้งใจมาก มีคนเหยินยอพ่อ ว่าเป็นคุณตา ผู้ใจบุญ ด้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ระบุว่า เดิมที่คุณตาบุญลาภ เป็นคนอ.หลังสวน จ.ชุมพร ย้ายถิ่นมาสร้างครอบครัวที่หมู่ที่ 12 ต.บ้านนา อ.เมืองชุมพร กว่า 30 ปีแล้วตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี้ คุณตาก็เป็นญาติของตนเช่นกัน เป็นคนดี มีใจโอบอ้อมอารี ชอบทำบุญเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าเทศกาลงานอะไร คุณตาจะไปช่วยเต็มกำลังความสามารถ จนเป็นที่เคารพนับถือในหมู่บ้าน ยิ่งมาครั้งนี้ทราบว่า คุณตา นำเงินเหรียญกว่า 500 บาทที่สะสมหยอดใส่กระป๋องทุกวันจนครบปีนำไปบริจาคให้รพ.ยิ่งทำให้ตนและคนในหมู่บ้านปลื้มปีติยินดีไปด้วย ที่เห็นคนในหมู่บ้านได้สร้างคุณงามความดีจนเป็นภาพประทับใจออกไปสู่สาธารณชน ส่วนกำนันตำบลบ้านนา เปิดเผยว่า จากที่ได้สัมผัสคุณตาบุญลาภมา ทำให้ตนได้เรียนรู้และรู้จักการดำรงชีวิต การครองตนมากขึ้น เพราะคุณตาได้สะสมและได้สั่งสอนให้คนทั่วไปได้เห็นว่าการอยู่อย่างไร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ทำอย่างไรให้อยู่ได้อยากพอเพียง และอยู่อย่างไรที่จะแทนคุณแผ่นดินอาศัย คุณตาลาภ นั้นมักจะพูดอยู่เสมอว่า คนไทยเราที่อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้นั้นก็ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ปกป้องกอบกู้เอกราช จนมาเป็นแผ่นดินไทยให้เราได้อาศัยอยู่อย่างเป็นสุขได้ทุกวันนี้ ที่บ้านของคุณตาจึงเต็มไปด้วยรูปภาพของพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่ รัชกาลที่1 ไปจนถึงรัชกาลที่ 10 กระทั้งสร้อยที่แขวนคอ คุณตาก็จะนำเหรียญทุกยุคทุกสมัยของทุกรัชกาลมาใส่กรอบขึ้นไว้ที่คออยู่ตลอด คุณตา มักจะพูดอยู่ประจำว่า บูชาพ่อหลวงดีกว่าบูชาหลวงพ่ออีกด้วย                   […]