ชาวเน็ตเห็นต่าง อาจารย์ฉะคนเมืองไม่สนปัญหาที่แท้จริง ขึ้นดอยไปติดทีวี ความฝันอยากโปรดสัตว์ชนชั้นล่าง

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊กท่านหนึ่งที่ได้ออกมาพิพากย์วิจารณ์กระแสของเน็ตไอดอลชื่อดังที่เธอได้มีโอกาสขึ้นไปช่วยเหลือเด็กๆ บนดอย ทั้งติดตั้งโทรศัทน์ แผงโซล่าเซลล์ สอนวิธีปลูกผัก เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆให้ดีขึ้น ถึงว่าชาวเน็ตส่วนมากจะออกมาชื่นชม แต่ก็ยังมีชาวเน็ตบางส่วนที่มีแนวคิดที่ต่างกันออกไป รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกมาโพสต์ถึงคลิปของเน็ตไอดอลคนดังกล่าวว่า “ความฝันมันสร้างกันง่ายๆด้วยการติดทีวีให้ดู ติดแผงโซล่าเซลล์ หาเกิบให้เด็กใส่ เอาไฟฉายติดให้บนหัว เลิก “ถางภูเขาเป็นลูกๆ” และ “สอน” ชาวบ้านให้หัดรู้จักปลูก “ผักสลัด”  มันไม่ใช่ความฝันของเด็กดอยหรอกแบบนี้ มันความฝันอยากจะโปรดสัตว์ชนชั้นล่าง ของพวกชนชั้นกลางในเมืองที่ไม่เคยรู้/สนห่าเหวอะไรเลยเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเบียดขับชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย และการตัดขาดพวกเขาออกจากการเข้าถึงทุกอย่างในสังคม ที่อย่าว่าแต่ทีวีเลย ลำพังแค่จะทำไร่ปลูกข้าวให้มันพอกินในที่ดินที่พวกป่าไม้ยึดครอง ยัง “ขัดตา”พวกชนชั้นกลางในเมืองเลย เศรษฐกิจการโปรดสัตว์ สนองตัณหาความฟีลกู๊ดของพวกคนในเมืองสร้างกำไรเสมอ โดยเฉพาะในวันเด็กแบบนี้” โดยชาวเน็ตท่านหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่าสิ่งที่เน็ตไอดอลสาวทำนั้น สามารถมองออกมาได้หลายด้าน เช่น ทำให้มองเห็นปัญหาความเลื่อมล้ำ , มุมมองแบบชนชั้นกลางที่ต้องการที่จะช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส จนไปถึงมุมมองแบบสุดโต่งที่คนเมืองต้องการที่จะทำลายวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม รศ.ดร.ปิ่นแก้ว ได้ตอบว่าการไปติดตั้งทีวี ติดแผงโซล่าเซลล์เป็นเพียงการมองปัญหาและแก้ปัญหาอย่างผิวเผินเท่านั้นรวมทั้งเป็นการบดบังรากเหง้าและปัญหาทางโครงสร้าง อย่างไรก็ตามชาวเน็ตคนดังกล่าวได้คอมเมนต์ตอบไปว่า ประเด็นที่ถกเถียงกันนั้นไม่ใช่ประเด็นของเน็ตไอดอลสาวแค่เธอต้องการที่จะช่วยเหลือสังคม และมอบโอกาสใหเกับเด็กๆบนดอยเท่านั้น หรือชาวเน็ตอีกท่านหนึ่งก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า โทรศัทน์นั้นเปรียบเสมือนเครื่องมือหนึ่งที่สามารถทำให้เด็กๆมองโลกได้กว้างขึ้น เพื่อที่เด็กๆจะสามารถกลับมาตั้งคำถามต่อคุณภาพชีวิตและออกมาจากระบบที่ถูกกดขี่ได้ในอนาคตได้ในอนาคต ไม่ใช่ปัญหาที่จะต้องมาแบ่งชนชั้นกันแต่อย่างใด ด้าน รศ.ดร.ปิ่นแก้ว จึงได้ออกมาตอบคอมเม้นดั่งกล่าวเชิงว่า การติดตั้งโทรศัทน์ยังไม่ได้ช่วยอะไรมากนักและไม่เชื่อมโยงอะไรเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนของชาวบ้านบนดอย      […]

หนุ่มเมียนมา มาหาแฟนที่จ.ยโสธร เผยถูกทิ้ง ไม่มีใครกล้าใกล้ เดินหาตำรวจขอข้าวกิน

วันที่ 6 ม.ค. 64 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงยโสธร ว่าพบชายชาวเมียนมาเดินเข้ามาหาเพื่อขอข้าวกินทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดหาอาหารให้รับประทาน และขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพราะหวั่นว่าอาจมีเชื้อ โควิด-19 ติดตัว โดยเจ้าหน้าตำรวจที่ได้ประสาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สวมชุด PPE เข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารประจำตัวใด ๆ เมื่อสอบถามเบื้องต้นหนุ่มเมียนมาที่พอพูดภาษาไทยได้ กล่าวว่า ตนชื่อ โซ่ อายุ 46 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ตนเดินทางมา ยโสธร เมื่อวัยนที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา กับรถยนต์ไม่ทราบชนิดและยี่ห้อ เพื่อมาหาภรรยาที่อยู่ที่นี่ เมื่อมาถึงถนนเลี่ยงเมืองยโสธร คนขับได้บอกให้ลงจากรถทันที จากนั้นตนไม่ทราบว่าจะไปไหนต่อ จึงได้แต่เดินวกไปวนมาอยู่บริเวณถนนเลี่ยงเมืองยโสธร พอค่ำมืดก็จะอาศัยหลับนอนตามเพิงที่พักริมถนน กระทั่งเช้าวันนี้ ตนได้เดินไปตามริมถนนเลี่ยงเมืองไปเรื่อย ๆ และรู้สึกหิวข้าวมาก จึงเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่ประจำอยู่ตู้ยาม แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เนื่องจากกลัวติด โควิด-19 จากนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยโสธรได้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ไม่พบว่าเป็นไข้แต่อย่างใด จึงได้เก็บตัวอย่างกลับไปตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 ในห้องแล็บ พร้อมนำตัวชายชาวเมียนมารายนี้ไปกักตัวในสถานที่กักตัวที่ทางจังหวัดจัดไว้ให้ต่อไป             […]

สลด! ทารกถูกทิ้งข้างตึกกลางลมหนาว โชคดีมีพลเมืองมาเห็น

เป็นข่าวที่หดหู่มากเมื่อได้ยิน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563  เวลา 00.30น. พ.ต.ท.รุ่งอรุณ ยิ่งยืน สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีผู้พบเด็กทารกถูกนำมาทิ้ง บริเวณทางขึ้นหน้าตึกห้องเช่าภายในซอยวัดสำโรงเหนือ อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการ และมูลนิธิร่วมกตัญญูจึงรุดเดินทางเข้าตรวจสอบ พบว่าบนที่นั่งบริเวณตึกห้องเช่าพบ นายชัยณรงค์ พลเมืองดีที่พบเด็กกำลังยืนอุ้มห้อผ้า ภายในมีเด็กทารกเพศหญิง สายสะดือยังไม่ถูกตัด ตัวเย็นเฉียบ เจ้าหน้าทีจึงเข้ารับตัวเด็กทารกคนดังกล่าวปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนพยาบาลวิชาชีพจะใช้กรรไกรคีบมาทำการการคีบสายสะดือเอาไว้ และทำการดูดน้ำเมือกออกจากจมูก พร้อมทั้งนำผ้าขนหนูมาห่อตัวเด็กทารกก่อนนำใส่ถุงสำหรับใส่เด็กทารกของทางการแพทย์ และรีบนำไปส่งส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ นายชัยณรงค์ ซึ่งเป็นผู้มาพบเล่าว่า ตนเพิ่งเลิกงานและกำลังจะนอน ได้ยินเสียงคล้ายแมวร้องไม่หยุด จึงตัดสินใจลงมาดู พบแมวประมาณ 4-5 ตัว จึงได้นั่งเล่นกับแมวอยู่ สักพักได้ยินเสียงเด็กร้องมาจากตึกข้างๆ เลยตัดสินใจเดินตามเสียงไปดู พบว่าเป็นเด็กทารกถูกวางไว้ที่ข้างตึกในสภาพเปลือยเปล่า โดยมีมีถุงขยะถูกวางข้างๆ  ตนพยายามมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบใคร จึงได้อุ้มเด็กทารกคนดังกล่าวกลับไปที่ห้องและเอาผ้ามาห่อตัวเด็กทารกเอาไว้ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าแม่ของทารกคนดังกล่าวน่าจะพักอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามจะเจ้าหน้าที่จะรีบตรวจสอบภาพเพื่ป็นแนวทางในการตามตัวบุคคลที่นำเด็กทารกคนดังกล่าวมาทิ้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ลำบากนักเรียนเมืองคอน น้ำท่วมถนนขาดต้องโหนสลิงไปเรียนทุกวัน!

จากเหตุท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงถนนหนทางถูกน้ำกัดเซาะพังเสียหายหลายสาย ถึงแม้สถานการณ์ได้คลี่คลายลง แต่ความทุกข์ยากลำบากของพี่น้องประชาชนยังคงอยู่ โดยเฉพาะการสัญจรไปมาของชาวบ้านระหว่างพื้นที่ของคนเมืองคอน   ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2020 เฟสบุ๊คชื่อ มาณพ กิจวิจิตร ได้เผยภาพพร้อมแคปชั่นว่า”เมื่อ โรงเรียน เปิดแต่ถนนยังไม่มีใครทำความลำบากอยู่ที่เด็กไปโรงเรียน สิครับท่าน ควรตกลงกันได้แล้วครับ”โดยโพสต์ดังกล่าวเป็ภาพเด็กๆนักเรียนที่ไปโรงเรียนไม่ได้เพราะถนนพังเสียหาย แต่มีการแก้ไขโดยเป็นการโหนสลิงไปมาแทนทั้งที่พื้นที่ค่อนข้างสูงและอาจจะเกิดอันตรายกับเด็กๆได้ หลังมีการโพสต์คลิปภาพและข้อความดังกล่าวแล้ว ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย ส่วนใหญ่ตำหนิว่าผู้ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ทำอะไรกันอยู่ทำไมถึงปล่อยให้เด็กต้องเสี่ยงอย่างนี้อยู่

เป็นสะพานบุญ “หนึ่ง บางปู” ทำแคมเปญบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วย วัดพระบาทน้ำพุ

เป็นสะพานบุญ “หนึ่ง บางปู” ทำแคมเปญบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วย วัดพระบาทน้ำพุ โพสต์นี้ถูกโพสต์มาจากเฟซบุ๊กวัดพระบาทน้ำพุ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 63 ซึ่งเป็นการจัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญ ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ โดย “หนึ่ง บางปู” ได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในแคมเปญนี้ จนกลับมามีกระแสอีกครั้งของวันที่ 30 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา “หนึ่ง บางปู” ได้โพสต์เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญ ซึ่งระบุข้อความว่า “ในฐานะที่หนึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของวัดพระบาทน้ำพุหนึ่งขอกราบขอบพระคุณ ทุกท่านที่แบ่งปันน้ำใจ ช่วยเหลือทางวัดพระบาทน้ำพุของเราค่ะ ที่ได้ร่วมทำบุญแคมเปญแบ่งปันน้ำใจให้กับทางวัดพระบาทน้ำพุคนละ 9 บาท ในวันเอดส์โลกนี้โอนบัญชีนี้ ธ.กสิกร เลขที่ 1742390000 (วัดพระบาทน้ำพุ) ขอแค่ 9 บาทพอจ้า บอกบุญต่อๆกันไปนะ” จากโพสต์ของ “หนึ่ง บางปู” ทำให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาแชร์ต่อและร่วมกันบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นทางเฟซบุ๊กของวัดพระบาทน้ำพุ ยังได้แชร์โพสต์ จากเพจ หนึ่งบางปู ในครั้งนี้ด้วย

1 2 3 22