น่าสงสาร ! ชายหนุ่มจับได้ว่าแฟนสาวมีชู้เลยตัดสินใจ “จัดงานแต่งให้กับแฟนสาวตัวเองกับชู้ทั้งน้ำตา !?”

ความรักสุดแปลกและอลหม่านในครั้งนี้เกิดขึ้นที่รัฐพิหาร อินเดีย มีสามีภรรยาคู่หนึ่งครองรักกันมานานหลายปี แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตคู่ต้องสั่นคลอน เมื่อภรรยาแอบปันใจไปให้ชายอื่น ฝ่ายสามีที่รักภรรยามากจึงยอมถอยออกมา แถมยังจัดพิธีแต่งงานให้ภรรยากับชู้อีกด้วย “อุตตม มณฑล” ได้แต่งงานกับ “แซปน่า กุมารี” มาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีลูก ๆ ที่น่ารักด้วยกัน 2 คน แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตคู่ต้องเปลี่ยนไป เมื่อภรรยาได้พบกับ “ราจู กุมาร” ญาติผู้น้องของเขา แซปน่าได้ตกหลุมรักราจูและแอบมีความสัมพันธ์กันมาสักระยะ ก่อนที่อุตตมจะรู้เรื่องเข้าและพยายามขัดขวาง ทำให้สองสามีภรรยาทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ทางด้านพ่อแม่ของทั้งคู่ต่างพยายามโน้มน้าวให้ยื้อชีวิตคู่ไว้ แต่ทว่ามันก็ไร้ผล เขารู้ว่าภรรยารักชู้มาก จึงเป็นฝ่ายหลีกทางและยอมให้ภรรยากับชู้แต่งงานกัน ส่วนลูก ๆ ทั้งสองคนให้อาศัยอยู่กับเขา “ผมรู้สึกโกรธและเสียใจ แต่มันก็ต้องหาทางออก ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ชีวิตของทั้งสามคนอาจถูกทำลายได้ มันเป็นเพียงทางออกเดียว และตอนนี้พวกเราทุกคนก็สามารถมีความสุขได้แล้ว” อุตตมกล่าว พิธีแต่งงานของแซปน่ากับราจูถูกจัดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใกล้บ้าน มีสมาชิกในครอบครัวและชาวบ้านที่ทราบเรื่องราวความรักอันซับซ้อนนี้ มาร่วมเป็นสักขีพยาน นอกจากนี้อุตตมยังกล่าวอวยพรให้คู่บ่าวสาวว่า “พวกเขาเกิดมาคู่กัน” อีกด้วย อย่างไรก็ตามมีคนสังเกตเห็นว่า เขามีน้ำตาคลอขณะเฝ้ามองอดีตภรรยาเข้าพิธีแต่งงานกับชายอื่น น่าสงสารและนับถือชายผู้นี้จริงๆ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไทย ส่งถังออกซิเจนเย็น ช่วยอินเดีย หลังขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์หนัก ตำรวจอินเดียกำลังดำเนินคดี ชายที่เผยแพร่ข่าว ว่าพ่อกำลังจะเสียชีวิต เพราะออกซิเจนขาดแคลน รัฐบาลอินเดีย สั่งโซเชียล ลบโพสที่ “วิจารณ์รัฐบาล” เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด19 ที่มีการรับมือที่แย่ ออกให้หมด !

สาเหตุ ผอ. ควักปืน! หน้าเสาธง เป็นที่ฮือฮา แตกตื่นของคุณครูและนักเรียน

สาเหตุ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดสงขลา โชว์ปืนหน้าเสาธง ก่อนชักออกมาต่อหน้าครูและนักเรียนเกิดเหตุที่ว่ามีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิง ชั้น ม.3 เรื่องเริ่มเป็นที่หนาหู ไปถึงผู้ปกครองจึงกดดันให้ ผอ.แสดงความรับผิดชอบ โดยมีนักเรียนและคนภายนอกรู้เรื่องแล้วพูดกันทั่ว ทำให้เกิดความครียด ในวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมาในขณะที่ ผอ. ขึ้นให้โอวาส และจบประโยคที่ว่า “ขอโทษกับทุกคน แล้ว ผอ.จะทำเรื่องนี้ให้ดังกว่าที่ทำ” หลังจากพูดจบก็ควักปืนที่เหน็บอยู่บริเวณเอว โดยมีเสื้อสูทปิดทับออกมา โดยมีเสียงนักเรียนที่เข้าแถวอยู่หน้าเสาธง ร้องตะโกน ไม่ ไม่ ขณะที่บางคนถึงขั้นขวัญเสียจนร้องไห้ โดยมีคุณครูพยายามเข้าไปห้าม และสามารถแย่งปืนไว้ได้ ในโซเชี่ยลต่างตั้งคำถาม เป็นการกระทำที่สมควรแล้วหรือไม่ที่กระทำแบบนี้ต่อหน้าเด็กนักเรียนจำนวนมากอย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ถ้ามีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

เมียรับไม่ได้! คนร้าย ฆ่าตัดจู๋ พ.ต.ท. ยันผัวคนดีไม่มีเรื่องใคร

ความคืบหน้ากรณีฆาตกรโหดดักลงมือฆ่า พ.ต.ท.จำรัส ดลเจือ อายุ 57 ปี สารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) สถานีตำรวจภูธรอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างโหดเหี้ยมด้วยการใช้อาวุธมีดแทงคอ และแทงตามลำตัวก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต จากนั้นลงมือตัดเจ้าโลกหายไป โดยเหตุเกิดช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจพุ่งประเด็นเรื่องปมชู้สาว และต่อมาสามารถจับกุมนายอมรลัก จิตเกาะ อายุ 45 ปี อาชีพรับจ้างขับรถรับจ้างส่งของในตัวเมืองกาฬสินธุ์ สามีของหมอดูสาวใหญ่พราวเสน่ห์ คนร้ายในคดีดังกล่าวเอาไว้ได้แล้วนั้น ล่าสุดนางพูลศรี ดลเจือ อายุ 57 ปี ภรรยา พ.ต.ท.จำรัส กล่าวว่า หลังทราบข่าวรู้สึกตกใจมาก และไม่คิดว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับสามี และที่สำคัญเมื่อมาดูสภาพศพแล้วยิ่งรับไม่ได้ เนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายนั้นโหดร้ายเกินไป หากเจ้าหน้าที่จับตัวได้ก็ได้ดำเนินคดีถึงที่สุดและให้ได้รับโทษประหารไปเลย นางพูลศรี กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสามีไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือทะเลาะกับใครมาก่อน เป็นคนอัธยาศัยดี ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ที่ สภ.กมลาไสย ก่อนจะย้ายไปที่ จ.มหาสารคาม และล่าสุดได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็น สวป.สภ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนเกิดเหตุยังรับประทานอาหารด้วยกันอยู่ จากนั้นก็มาที่บ้านเรือนไทย ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุที่เช่าที่ดินไว้รับซื้อไม้บ้านเก่าขาย แต่อยู่ดีๆลูกชายโทร.มาบอกว่าพ่อถูกคนฆ่าตายแล้ว ส่วนประเด็นสาเหตุการถูกฆ่าจะมาจากเรื่องชู้สาว หรือเรื่องไหนนั้น ตนไม่ขอพูด เนื่องจากไม่รู้รายละเอียดมาก่อน และปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้าน พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้วขณะหลบหนีเข้าไปในป่าที่ อ.สีดา จ.นครราชสีมา และอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบสวน หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพยานหลักฐานจนทราบว่าคนร้าย คือ นายอรมลัก จิตรเกาะ อายุ 45 ปี ส่วนสาเหตุประเด็นนั้นเบื้องต้นเรื่องชู้สาว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุคาดว่านายอมรลัก จะมาดักรอ พ.ต.ท.จำรัส อยู่หน้าห้องน้ำบริเวณหลังบ้าน ซึ่งหลังจากออกจากห้องน้ำได้ใช้ของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะก่อน จากนั้นคาดว่าจะใช้อาวุธ ซึ่งเป็นมีดกระหน่ำแทง พ.ต.ท.จำรัส จนล้มลง ก่อนที่จะหั่นต้นขาทั้ง 2 ข้าง และเฉือนอวัยวะเพศจนขาดด้วยความโกรธแค้น แล้วพยายามใช้น้ำมันจุดไฟเผารถและบ้าน เพื่อทำลายหลักฐาน แต่มีเพื่อนบ้านละแวกนั้นเห็นเปลวไฟและมาช่วยกันดับไฟไว้ได้ก่อนที่จะลุกลามไหม้ทั้งบ้าน ส่วนอวัยวะเพศนั้นเบื้องต้นคนร้ายยังไม่บอกว่านำไปทิ้งไว้ที่ใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องรอสอบสวนผู้ต้องหาอย่างละเอียดเสียก่อน  

นายจ้างบุกกระหน่ำยิงหนุ่มคนงานสอยมะพร้าวดับคาที่ แค้นที่แอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเมีย ที่อยู่กินมีลูกด้วยกัน 2 คน

วันที่ 17 ส.ค.62 เวลา 09.25 น. ร.ต.อ.วัชระ ค้นหาสุข รองสว.(สอบสอน) สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจค่ายบางกุ้ง ว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิตบนถนนสายบางกุ้ง-บางยี่รงค์ ใกล้วัดบางกุ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนรีบเดินทางไปตรวจสอบ โดยในที่เกิดพบรถปิกอัพอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผข 9836 นครปฐม กระบะท้ายใส่ลูกกรงดัดแปลงสำหรับบรรทุกมะพร้าวน้ำหอมจอดอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บ คือนายพนมพร พวงพลอย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 10 เขตเทศบาลตำบลหลักห้า (ทต.หลักห้า) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เป็นคนงานสอยมะพร้าว ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่หัวใจทะลุหลัง ใต้คางทะลุท้ายทอย ต้นแขนซ้าย และชายโครงซ้าย รวม 9 นัด นำตัวส่งโรงพยาบาลนภาลัย อาการสาหัสเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายวราวุฒิ แซ่ตั๊น อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ 8 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เจ้าของล้งมะพร้าวชื่อดัง “ส.เจริญลาภ” ยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ พร้อมปืนขนาด 9 มม. จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุภรรยานายวราวุฒิ ขับรถปิกอัพ หมายเลขทะเบียน ผจ 226 นครปฐม พานายพนมพร พร้อมคนงานรวม 6 คนจะไปตัดมะพร้าวน้ำหอม เมื่อถึงที่เกิดเหตุ นายวราวุฒิ ขับรถปิกอัพ ตามมาเรียกให้จอดแล้วชักปืนกระหน่ำยิงใส่นายพนมพรที่นั่งอยู่กระบะท้าย โดยนายวราวุฒิให้การรับสารภาพว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงนายพนมพร จริง เนื่องจากต้องการชำระแค้นที่นายพนมพร ซึ่งเป็นลูกจ้างสอยมะพร้าวอ่อน แอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาของตน ที่อยู่กินด้วยกันมา มีลูกด้วยกัน 2 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป