ห้ามขาย!! ศคบ.กล่าว ไม่อนุญาตให้ขาย”ชุดตรวจโควิด” ทางออนไลน์ เพราะเป็นเครื่องมือการแพทย์

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ศบค.ทำเนียบรัฐบาล นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)ในประเด็นการตรวจหาเชื้อโควิคด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit ว่า ชุดตรวจดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ไม่อนุญาตให้ขายทางออนไลน์ ตามตลาดนัด ตามร้านสะดวกซื้อ แต่จะซื้อได้ในร้านขายยาที่มีเภสัชชกรประจำ เพราะต้องมีการตรวจสอบเรื่องคุณภาพและที่มาที่ไป และจะต้องมีคำอธิบายเพื่อให้เข้าใจว่าผลตรวจแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้มีการพบว่ามีการลักลอบขายทางออนไลน์อยู่จำนวนหนึ่งแล้วราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นหากพบว่าราคาสูงเกินไปขอความกรุณาอย่าซื้อ ขณะนี้มีอยู่ 19 ยี่ห้อและกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วราคาจะถูกลง และที่สำคัญองค์การเภสัชกรรมได้แทรกแซงโดยการนำมาจำหน่ายไม่เกิน 200 บาทต่อชุด ให้ซื้อได้คนละไม่เกิน 3 ชุดซึ่งถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ข่าวที่เกี่ยวข้อง ล็อคดาวน์ไม่ช่วยอะไร ! หมอมนูญ ลั่น ต้องเรียนรู้กับโรค ไม่ได้ยิง ! ” พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ” ลั่น ไม่ได้มีการยิงผู้ชุมนุมที่ปรากฏในภาพ ที่เห็นแค่ ตักเตือน ! สะเทือนใจ! ลุงวอนเจ้าหน้าที่ตรวจโควิดให้ หลังไปมาหลายที่แล้วถูกไล่กลับ เจ้าของใจดีไม่คิดเงินค่าตรวจ ด้านนพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงในประเด็นมาตรการหลังตรวจหาเชื้อโควิคด้วยชุด Antigen Test Kit แล้วพบว่าติดเชื้อ (ใน กทม.)แล้ว ว่า การเข้าสู่ระบบบริการทางด้านสาธารณสุขของประชาชนทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการ โดยหากมีความสงสัยอยากเดินเข้าโรงพยาบาลไปตรวจหาเชื้อก็สามารถไปได้ทุกโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร ทั้ง 132 แห่ง เมื่อตรวจโดย ATK หรือ PCR แล้ว หากติดเชื้อก็สามารถเข้าสู่ระบบการรักษาได้ โดยจะมีการจัดบริการ 1. ถ้าไม่มีอาการหรืออาการน้อยมาก สามารถแยกกับตัวที่บ้านได้ก็จะเข้าสู่กระบวนการโฮมไอโซเรชั่นในทันที เป็นการดูแลผ่านระบบทางไกล และจะได้รับกล่องอุปกรณ์ในการดูแลตนเอง หรือหากจำเป็นต้องได้ยาฟาวิพิราเวีย ก็จะได้รับ หลังจากนี้จะมีการติดตามครบ 14 วัน ซึ่งวันนี้มีอยู่ 226 หน่วย และจะมากขึ้นอีกตามระบบของโรงพยาบาล ซึ่งวันนี้สามารถดูแลประชาชน ได้เต็มรูปแบบตามระบบสาธารณสุขแล้ว 60,000 คน โดยตั้งเป้าหมายว่าความสามารถที่จะทำได้ถึง 100,000 คน นอกจากนี้มีระบบคอมมูนิตี้ไอโซเรชั่น หรือศูนย์พักคอยโดยระบบของกรุงเทพมหานคร ที่จะตั้ง 68 แห่ง และจะมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถรองรับประชาชนเข้าไปนอนได้ถึง 10,000 เตียง ในวันนี้สามารถดำเนินการได้แล้ว 46 แห่ง 5,000 กว่าเตียง โดยจะกระจายทุกเขต นอกจากนี้ยังมีศูนย์พักคอยที่ดำเนินการโดยประชาชน ภาคประชาสังคมอีกกว่า 100 แห่ง โดยต้องให้ลงทะเบียนกับทางกรุงเทพมหานครเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนด้านระบบสุขาภิบาล การกำจัดขยะติดเชื้อ การสนับสนุน อาหารและยา ถ้าเป็นผู้ป่วยระดับสีเหลืองแดง ก็สามารถเข้าโรงพยาบาลสนาม ฮอสพิเทล โรงพยาบาลหลัก โดยดูตามอาการของแต่ละบุคคล 2.หน่วยCCRT คือทีมทำงานทางด้านป้องกันและแก้ไขปัญหา โควิด-19 เชิงรุกในชุมชน 226 ทีม เป็นทีมเดินเท้าสามารถตรวจคัดกรองเบื้องต้น สอบสวนโรค รักษาให้ยา ฉีดวัคซีนให้ได้ ทำงานได้ครบทุกหน้าที่เบ็ดเสร็จในตัวประชาชนก็ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล เข้าสู่ระบบโฮมไอโซเรชั่น หรือข้อมูลนิตี้ไอโซเรชั่น 3.หากคิดว่ายังไม่ได้รับการบริการอย่างเหมาะสมหรือเพียงพอ หรือรอเตียงอยู่ที่บ้าน ก็สามารถเข้าสู่ระบบภาครัฐและเอกชนได้โดย 1330 ของ สปสช. และอีกช่องทางหนึ่งคือเบอร์สายตรงของ 50 เขตกรุงเทพมหานคร โดยหนึ่งเบอร์มี 20 คู่สายสามารถรองรับได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทางกรุงเทพมหานครทุ่มสรรพกำลังเต็มที่เพื่อบริการประชาชน ยืนยันว่าทุกรายประชาชนที่มีผลบวกจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยรายใดที่จำเป็นต้องได้รับยาก็จะได้รับ ซึ่งยาฟาวิพิราเวียมีอยู่เพียงพอ แต่ถ้ามีอาการเร่งด่วนฉุกเฉินที่คิดว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตจาก โควิด-19 สามารถขอร้องขอความช่วยเหลือด่วนที่ 1669 สายด่วนช่วยชีวิต ศปก.ศบค. จัดทำระบบบูรณาการเพื่อพยายามจัดให้กับประชาชนได้อย่างเหมาะสมทันเวลาและทำให้ประชาชนได้รับบริการทุกคน ขอปวารณาว่าผู้ป่วยทุกคนที่ติดเชื้อ โควิด-19 จะได้รับเข้าสู่ระบบการรักษาทางการสาธารณสุขและการแพทย์อย่างเหมาะสม

อยุธยาติดโควิดเพิ่ม 13 ราย

อยุธยาติดโควิดเพิ่ม 13 ราย วันนี้ (8 พ.ค. 64) นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 480 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel หรือศูนย์พักฟื้นผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 247 ราย รักษาหายแล้ว 169 ราย จากการสอบสวนโรคพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 79 ราย ส่งตรวจหาเชื้อ อยู่ระหว่างรอผลตรวจ เผยแล้ว! สาเหตุ นายกท่องเที่ยว เพชรบุรี ติดโควิด ตายกะทันหันคาคอนโด สงขลายอดติดโควิดพุ่ง พบผู้ติดเชื้อใหม่ และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม สำหรับผู้ป่วยใหม่ 13 ราย พบเป็นการติดเชื้อในกลุ่มคนในครอบครัว และยังพบพบการติดเชื้อกับเพื่อนร่วมงาน โดยที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อในโรงงานถึง 13 ราย จึงต้องตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อ 300 คน พร้อมกำชับทางโรงงานดำเนินการตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดทั้งภายในและภายนอกโรงงาน เว้นระยะห่างทางสังคมสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด สำหรับรายละเอียดผู้ป่วยทั้ง 13 ราย ดังนี้ รายที่ 468 ชายไทย อายุ 45 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 287 รายที่ 469 ชายไทย อายุ 24 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 392 รายที่ 470 หญิงไทย อายุ 43 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 459 ตรวจพบเชื้อ รายที่ 471 ชายไทย อายุ 54 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 434 รายที่ 472 หญิงไทย อายุ 27 ปี อ.บางปะหัน สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 451 รายที่ 473 ชายไทย อายุ 53 ปี อ.บางปะหัน สัมผัสผู้ป่วย ต่างจังหวัด รายที่ 474 ชายไทย อายุ 21 ปี อ.มหาราช รายที่ 475 หญิงไทย อายุ 56 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วย กทม. รายที่ 476 ชายไทย อายุ 51 ปี อ.วังน้อย สัมผัสผู้ป่วย กทม. รายที่ 477 ชายไทย อายุ 24 ปี อ.นครหลวง สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 189 รายที่ 478 ชายไทย อายุ 15 ปี อ.บางปะอิน สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 467 รายที่ 479 หญิงไทย อายุ 56 ปี อ.บางปะอิน สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 466 รายที่ 480 หญิงไทย อายุ 55 ปี อ.บางปะอิน สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 479

ไฟเขียว! ลดค่าปรับไม่ใส่แมสก์ ผิดครั้งแรกไม่เกินพัน ชี้ฉีด’ซิโนแวค’ ให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้แล้ว

ไฟเขียว! ลดค่าปรับไม่ใส่แมสก์ ผิดครั้งแรกไม่เกินพัน ชี้ฉีด’ซิโนแวค’ ให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้แล้ว คกก.โรคติดต่อฯ ไฟเขียวฉีด’ซิโนแวค’ ให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หลังพบปลอดภัย-กระตุ้นภูมิคุ้มกันดี มอบ อย.แก้ไขให้ฉีดได้ตามกม. ปรับลดค่าปรับไม่ใส่แมสก์ ผิดครั้งแรกไม่เกินพันบาท วันที่ 7 พ.ค.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564 ว่า ข่าวที่เกี่ยวข้อง ย้ายไปสวีเดนกันเถอะ ! สถานทูตสวีเดน ออกมาชวนคนไทยไปอยู่สวีเดน พร้อมบอกแนบเหตุผล ที่ชวนคิดว่าสวีเดนอาจจะตอบโจทย์ของคุณ ! สิระ ซัด พวกอยากย้ายประเทศ คงได้ย้ายไปอยู่เรือนจำแทน – สวีเดนไม่รับคนโง่ ขณะนี้ไทยฉีดวัคซีนโควิด 19 แล้วมากกว่า 1.6 ล้านโดส ภายในเดือนพ.ค.จะมีวัคซีนเข้ามาจำนวนมาก 2.5 ล้านโดส ดังนั้น คณะกรรมการฯ จึงมีมติ 3 เรื่อง คือ 1. สธ.ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน จะมาร่วมฉีดวัคซีนวัยแรงงานในระบบประกันสังคมรวมกว่า 16 ล้านคน ซึ่งเป็นการเพิ่มจากระบบบริการที่เตรียมไว้ โดยมีการเพิ่มจุดฉีดวัคซีน 382 แห่ง คือ กทม. 82 แห่ง และต่างจังหวัด 300 แห่ง โดยสถานที่ฉีดต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนด มีระบบสุขาภิบาล การระบายอากาศ มีการเฝ้าระวังอาการหลังฉีด 30 นาที และการช่วยเหลือหากมีอาการข้างเคียง อาทิ ตั้งในโรงงาน ศูนย์การประชุม ลักษณะคล้ายกับรพ.สนาม อนาคตอาจจะมีการดำเนินการฉีดผ่านรถโมบาย นายอนุทินกล่าวว่า 2. เห็นชอบแนวทางในการให้วัคซีนซิโนแวคผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผลการศึกษาของประเทศจีนที่ทำในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีสุขภาพดี พบว่ามีความปลอดภัยและกระตุ้นภุมิคุ้มกันได้ดี จากนี้จะส่งเรื่องให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป จึงดำเนินการฉีดในกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้ และ 3. เห็นชอบออกอนุบัญญัติตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 คือ ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเวลาออกนอกเคหสถาน โดยจะมีการอนุโลม ยกเว้น หรือการลดค่าปรับตามความเหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน ทั้งนี้ เราไม่ได้เน้นเรื่องของการปรับ แต่ขอความร่วมมือเฝ้าระวังตนเอง สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเวลาต้องออกนอกบ้านหรือไปในที่ที่มีคนจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคตามกฎหมายเพิ่มเติม คือ ข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์และข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “นอกจากสวมหน้ากากอนามัยแล้ว ยังมีมาตรการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ ยังเป็นมาตรการสำคัญ ทำให้ผ่านวิกฤติโรคระบาดได้อย่างรวดเร็ว” นายอนุทิน กล่าว ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การฉีดวัคซีนในวัยแรงงานเป็นการทำคู่ขนานกับกลุ่มสูงอายุและ 7 โรคเรื้อรัง คาดว่าจะเริ่มได้ช่วง มิ.ย.นี้ โดยมีสํานักงานประกันสังคม (สปส.) และจังหวัดรวบรวมจำนวนและรายชื่อแรงงานที่จะรับวัคซีนให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร จัดแผนการฉีดต่อไป สำหรับค่าปรับมีการหารือการคร่าวๆ จะแบ่งเป็นการกระทำผิดครั้งแรกปรับไม่เกิน 1,000 บาท หากมีการกระทำผิดซ้ำจะปรับตั้งแต่ 1,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท และถ้ายังมีการกระทำผิดอีกก็จะปรับในหลักหมื่นแต่ไม่เกิน 20,000 บาท อย่างไรก็ตามในรายละเอียดจะต้องมีการหารือเพื่อวางโครงร่างที่ชัดเจนอีกครั้ง ทั้งนี้การจับปรับไม่ได้หวังเงินทองของประชาชน แต่เพื่อเป็นการป้องปรามให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ ขณะเดียวกันก็ให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจ

อภ.รับ ซิโนแวค อีกล้านโดส รวม 3 ล้าน 5 แสนโดส เตรียมเร่งฉีด!

​อภ.รับ ซิโนแวค อีกล้านโดส รวม 3 ล้าน 5 แสนโดส เตรียมเร่งฉีด! วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 05.35 น. ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นพ.วิทูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม รับมอบวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค จำนวน 1 ล้านโดส จากประเทศจีน ที่ขนส่งโดยสายการบิน Air China Airline เที่ยวบินที่ CA603 เส้นทางปักกิ่ง – กรุงเทพมหานคร ข่าวที่เกี่ยวข้อง โควิด ลาม ‘แฟลตดินแดง’ ปิดแล้ว 2 ตึก ตลาดสดห้วยขวาง รวบคาสำนัก!! แม่ชีจีวรแดง หลังอ้างบรรลุอรหันต์ จัดตั้งกองทุนสู้โควิด! หลอกตุ๋นเงินชาวบ้าน!! สำหรับการรับมอบวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค จากประเทศจีนในครั้งนี้เพิ่มอีกจำนวน 1 ล้านโดส มีการบรรจุในตู้ Envirotainer ระบบ Cold Chain ในการขนส่งสินค้าทางอากาศ ที่ใช้เทคโนโลยีพิเศษในการควบคุมอุณหภูมิของสินค้าในกล่อง ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิไว้ไม่เกิน 2 – 8 องศาเซลเซียส ตลอดการขนส่งเพื่อรักษาคุณภาพ จำนวน 6 ตู้ 27 พาเลท หลังจากที่ก่อนหน้านี้นำเข้ามาแล้ว 2 ล้าน 5 แสนโดส รวมยอดการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีน จำนวนทั้งสิ้น 3 ล้าน 5 แสนโดส โดยวัคซีนทั้งหมดนี้จะขนส่งไปจัดเก็บยังคลังสำรองวัคซีนโควิด-19 ซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศา ที่ศูนย์กระจายสินค้าของ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด จากนั้นองค์การฯ จะดำเนินการตรวจรับวัคซีนและส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และเอกสารต่างๆ เมื่อผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนแล้ว จะส่งให้กรมควบคุมโรคตรวจรับวัคซีนและกระจายไปยังหน่วยบริการ และสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายตามแผนที่ทางกรมควบคุมโรคกำหนดต่อไป โดยวัคซีนซิโนแวค นี้จะมีการส่งมอบมาอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะเข้ามาอีกจำนวน 5 แสนโดส จากการบริจาคของประเทศจีน และสิ้นเดือนนี้จะเข้ามาอีก จำนวน 2 ล้านโดส จากการจัดซื้อโดยองค์การเภสัชกรรมเอง

จับตา! บุคลากรแพทย์ ฉีดซิโนแวค เกิดอาการอัมพฤกษ์ 6 ราย

จับตา! บุคลากรแพทย์ ฉีดซิโนแวค เกิดอาการอัมพฤกษ์ 6 ราย การฉีดวัคซีนโควิด ในช่วงระยะแรก ประเทศไทย สามารถหาได้ 2 ยี่ห้อ คือ แอสตราซิเนก้า และ ซิโนแวค กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงาน รวมทั้งนักการเมือง ล่าสุด ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการฉีดวัคซีน แล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้น ซึ่งยังไม่พบว่า มีการรายงานเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ จากกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใด ข่าวที่เกี่ยวข้อง พิษโควิด-19 : ครอบครัวติดโควิดทั้งบ้าน ได้ไป รพ.แล้ว หลังอยู่บ้านจนลามทั้งหมด “รองประธานวุฒิฯ” รับจนท.หน้าห้อง ติดโควิด รายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน โดยโพสต์ระบุว่า “ปรากฏการณ์หลังฉีดวัคซีนเชื้อตายSinovac เกิดอัมพฤกษ์ขึ้นหกรายที่จังหวัดระยอง และยังมีอีกหนึ่งรายที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชาซึ่งคุณหมออภิวุฒิ เกิดดอนแฝก ผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาท ให้ยาละลายลิ่มเลือดและกลับมาเป็นปกติ ยืนยัน ด้วย MRI ซึ่งทางระบาดของโรงพยาบาลได้แจ้งกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว ลักษณะดังกล่าวน่าจะเป็น เฉพาะล็อตของวัคซีน และไม่น่าจะเป็นจากวัคซีนทั้งหมด ซึ่งประกาศตามของกระทรวงสาธารณสุข” โดย รศ.(พิเศษ.) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า คาดว่า 1-2 วันจะมีคำตอบที่ชัดเจน อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลก่อนสรุปและแถลงต่อประชาชนอีกครั้ง

1 2