บริษัทฯ ชี้แจง เผยถึงสาเหตุไฟไหม้ในเครื่องอบผ้า ยืนยันไม่ใช่ไฟแช็ค

สืบเนื่องจากกรณีที่ทาง Tiktok @big_nawaratได้มีการโพสต์คลิปเหตุการณ์ไฟไหม้ผ้าในเครื่องอบผ้าพร้อมระบุข้อความว่า อุทาหรณ์ เตือนภัย ไฟไหม้ตู้อบผ้า ร้านซักอบผ้าอัตโนมัติ ล่าสุดทาง บริษัท อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย จำกัด ได้ออกประกาศชี้แจง ถึงสาเหตุไฟไหม้ ซึ่งไม่ได้เกิดจากที่ลูกค้าลืมไฟแช็คไว้  แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากผ้าที่นำมาอบในตู้นั้นเป็นผ้าชนิดที่ไม่สามารถทนต่อความร้อนได้ โดยได้ระบุข้อความว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ผ้าในระหว่างการอบผ้าที่ร้านสะดวกซัก Otteri wash & dry จ.ชัยภูมิ ก่อนอื่นเลยบริษัท อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย จำกัด ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ไม่มีบุคคลใดได้รับบาดเจ็บ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากทราบข่าวโดยทันที คุณกวิน นิทัศนจารุกุล เจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก Otteri wash & dry และทีมช่าง ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ จากการตรวจสอบระบบแก๊สและระบบไฟฟ้า พบว่ามีการทำงานปกติ และได้มีการตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุไฟไหม้ที่เครื่องอบผ้า พบว่าซากของผ้าที่อยู่ด้านในกลายสภาพเป็นพลาสติกแข็ง ซึ่งเป็นชุดกีฬา ชุดผ้าร่ม ซึ่งเป็นผ้าที่ไม่ควรนำเข้าเครื่องอบ เนื่องจากเส้นใยของผ้าที่ผ่านสภาพการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้วจะไม่สามารถทนต่อความร้อนได้ โดยมีป้ายประกาศเรื่องของชนิดผ้าที่ห้ามนำเข้าเครื่องอบติดตั้งอยู่ภายในร้าน คุณกวิน นิทัศนจารุกุล ได้มีการพูดคุยกับลูกค้าที่ผ้าเกิดไฟไหม้ ลูกค้ายังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและมีความประสงค์ที่จะชี้แจงให้ทุกท่านได้ทราบว่าไม่มีการลืมไฟแช็คไว้ในผ้าตามที่สำนักข่าวหลายช่องทางได้นำเสนอและทางบริษัทฯได้มีการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายสำหรับผ้าที่เกิดไฟไหม้เป็นจำนวน 6,840 บาท และเติมเครดิตเข้า Otteri application จำนวน 1,000 บาท จากเหตุการณ์ความเสียหายที่ได้เกิดขึ้น ทางบริษัท อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย จำกัด ขอยืนยันว่าระบบทั้งหมดได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดและมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าถึงแม้บริษัทฯมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทางบริษัทฯคำนึงและตระหนักถึง นอกจากการบริการที่ดีมีคุณภาพแก่ผู้ใช้บริการแล้ว ความปลอดภัยของลูกค้าต้องมาเป็นลำดับแรกเสมอ บริษัท อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย จำกัด ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไฟไหม้…!! ตลาดร้อยปีบ้านแพ้ว วอดกว่า 10 คูหา ชาวบ้านร้านค้าหนีตายอลหม่าน (คลิป) “เพชร สหรัตน์” ลงพื้นที่ช่วยคุณยาย เจอมรสุมไฟไหม้ สุดซึ้งใจ    

ต่าย ชุติมา แจงกระแสคำว่า “สนับสนุน” กับคำว่า “ไม่มีทางเลือก”

 หลังเจอกระแสดราม่า ดาราที่สนับสนุนฉีดวัคซีน ซีโนแวค ด้านต่าย ชุติมาจึงได้ออกมาชี้แจงผ่าน อินสตราแกรมส่วนตัว ข่าวอื่นเกี่ยวข้อง เบิร์ดธงไชย ขอร้องคนไทยฉีดวัคซีน “เป๊ก ผลิตโชค” เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เผยหลังการฉีดไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ขออนุญาตใช้พืนที่ตรงนี้ แก้ไขเรื่องที่โดนไปพาดหัวข้อตามรูปนะคะ (เฉพาะของต่ายนะคะ ของท่านอื่นๆเป็นสิทธิส่วนบุคคลค่ะ) ..คนที่อ่านเจอก็เข้าใจผิดว่า “การสนับสนุนวัคซีนซิโนแวค” แปลว่า = “สนับสนุนการทำงาน🐢ของ %~฿&!*€$>” !!!??? คำว่า “สนับสนุน” กับคำว่า “ไม่มีทางเลือก” มันคือคนละคำกันนะคะ 🙏🏻🙏🏻🙏🏻🥲

อ่านซะก่อนจะเข้าใจผิด! รองโฆษกรัฐบาล ออกมาชี้แจงชัดแล้วเรื่อง โครงการคนละครึ่งในเฟส 2

อย่าเชื่อข่าวลือ หลังมีกระแสข่าว คนละครึ่งเฟส 2 จะได้คนละ 4500 บ้าง หรือคนเก่าได้ใหม่อีกรอบถึง 3500 รองโฆษกรัฐบาลออกมาชี้แจงแล้ว โครงการคนละครึ่ง เรียกว่าผลตอบรับดีเกินคาด ประชาชนให้ความสนใจกันอย่างมากมาย และกำลังจะมีเฟส 2 เร็วๆนี้ แต่ก็มีข่าวลือข่าวลวงออกมาแชรืกันอย่างมากมายว่า เตรียมลุ้นที่จะได้รับเงินคนละ4,500บาท หรือคนเก่าที่ใช้หมดไปแล้วอาจจะได้เพิ่มใหม่อีก 3500 สรุปเเล้วไม่เป็นความจริง ซึ่งที่ประชุมศบศ. มีมติยืนยันว่า สำหรับคนที่ลงทะเบียนเข้าโครงการคนละครึ่งในเฟส1แล้ว จำนวน 10 ล้านคน จะได้เพิ่มอีกคนละ 500 บาท และขยายการใช้จ่ายไปจนถึงมี.ค. 2564 (ไม่จำเป็นต้องใช้ให้ครบ หมด3000 บาทในเดือนธันวาคมนี้) ส่วนผู้ที่จะลงทะเบียนใหม่ในเฟสที่2 รับเพิ่มอีก 5 ล้านคน จะได้ยอดเงินใช้จ่ายรายละ 3,500 บาท เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดเริ่มลงทะเบียนวันที่ 16 ธ.ค. 63 รองโฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงเรื่องนี้ทางโซเชียล ให้ทราบโดยทั่วกันถึงรายละเอียดของโครงการคนละครึ่งในเฟส 2 เพื่อที่หลายคนจะได้ไม่เข้าใจผิดและไปหลงเชื่อข่าวปลอม ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งเฟส1เเล้วนั้น จะมีการให้กดยืนยันต่อสิทธิ์อัตโนมัติ ทางรัฐบาลจะมีการเพิ่มปุ่มหรือส่งข้อความ ให้ผู้ลงทะเบียนเฟส 1 ยืนยันว่า จะเข้าร่วมมาตรการต่อในระยะที่สองหรือไม่ คนที่ได้สิทธิเฟสเเรก ไม่จำเป็นต้องรีบใช้ให้หมดภายในสิ้นปีนี้  

บริษัทเจ้าของกะทิกระป๋องที่ตำรวจออสเตรเลียตรวจพบยาเสพติด ออกมาชี้แจงแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

จากกรณีสื่อต่างชาติรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียตรวจพบยาเสพติด ซุกซ่อนในกะทิกระป๋องยี่ห้อหนึ่งนำเข้าจากประเทศไทนนั้นมายังนครซิดนีย์นั้น ล่าสุดวานนี้ (15 ก.ย.) บริษัท ทวีวงษ์ การเกษตร จำกัด ออกเอกสารชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ระบุ สืบเนื่องจากข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ย.63 ที่ผ่านมามีการตรวจสอบพบสารเสพติดซุกซ่อนในกระป๋องกะทิ คล้ายหรือเหมือนเครื่องหมายการคของบริษัทฯ ที่ส่งจากประเทศไทยไปยังนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ซึ่งทางบริษัทฯ พบจุดนำสงสัย 2 เรื่อง 1. สินค้าที่ปรากฎในข่าวมีฉลากที่แตกต่างจากฉลากที่บริษัทฯใช้ในการจำหน่ายไปต่างประเทศ 2.กระป๋องที่ปรากฎในข่าวมีสภาพที่แตกต่างจากมาตรฐานการผลิตของบริษัท และมีร่องรอยการ ถูกดัดแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะลักษณะฝามาตรฐานเป็นฝาที่ดึงเปิดได้ง่าย (Easy Open Ends) แต่กระป๋องที่ปรากฎในข่าวเป็นฝาปิดที่มีลักษณะแตกต่างออกไป ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัท ทวีวงษ์การเกษตร จำกัด และ แบรนด์ “ทวีรส” เสียหาย ทางบริษัทฯได้มีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำหนังสือฉบับนี้ เพื่อยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้แต่อย่างใด บริษัทฯ ประกอบธุกิจโดยสุจริต และยึดมั่นในหลักธรมาภิบาลมาโดยตลอด อีกทั้งผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับความนิยมจากลูกค้าและผู้มีอุปการะคุณทั้งภายในและต่างประเทศด้วยดีเสมอมา

โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ออกมาชี้แจง เรื่องการปิดการเรียนในวันที่ 8-11 ก.ย.63

โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ชี้แจงปิดการเรียนในวันที่ 8-11 ก.ย.63 ยันไม่มีนักเรียน บุคลากรติดโควิด-19 แต่ต้องทำความสะอาด เพื่อลดความกังวลของผู้ปกครอง จากกรณีมีการแชร์ข้อความทางโลกโซเชียล ระบุว่าโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ประกาศปิดการเรียนในวันที่ 8-11 กันยายน 2563 เนื่องจากนักเรียน และบุคลากรของโรงเรียนติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 และโรงเรียนถูกสั่งปิดนั้น ต่อมาโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ได้ออกประกาศชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ทางโรงเรียนขอยืนยันว่า ภายในโรงเรียนไม่มีครู บุคลากร หรือนักเรียนคนใดติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 แต่โรงเรียนต้องพิจารณาปิด เนื่องจากในการสอบสวนโรคของกรมควบคุมโรคติดต่อ พบว่า ผู้ติดเชื้อภายในประเทศรายล่าสุด ได้เดินทางไปที่ใดบ้าง สถานที่นั้นจะต้องได้รับการติดตามในมาตรการควบคุมโรค และต้องทำการ Big Cleaning ดังนั้น เพื่อลดความวิตกกังวลของผู้ปกครองนักเรียน และความสะดวกในการทำความสะอาด โรงเรียนจึงประกาศปิดตั้งแต่วันที่ 8-11 กันยายน 2563 โดยไม่ได้มีคำสั่งปิดโรงเรียนจากหน่วยงานใดทั้งสิ้น

1 2 3 5